​ชีวิตที่พอเพียง 3172a. เรียนรู้จาก disruptive change ในภาคการเงิน

กิจการภาครัฐที่จะช่วยเอื้อ คือสร้างโครงสร้างทางข้อมูลข่าวสาร (information infrasteucture) ที่เปิดกว้าง และโปร่งใส รวมทั้งป้องกันข่าวหรือข้อมูลลวง

ชีวิตที่พอเพียง  3172a. เรียนรู้จาก disruptive change ในภาคการเงิน

นิตยสาร Global Banking & Finance Review issue 11 ลงเรื่อง Why banks must transform origination processes to stay competitive in commercial lending บอกว่าใน ๓ ปีที่ผ่านมา ธุรกรรมด้านให้กู้แก่ SME ของธนาคารหลักในอังกฤษลดฮวบ    แต่การกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินเล็กๆ ไม่ตก   

เป็นเพราะธนาคารใหญ่ทำงานงุ่มง่าม อนุมัติเงินกู้ช้า    มัวใช้ข้อมูลจากระบบเดิมๆ    ในขณะที่สถาบันการเงินทางเลือกใช้ข้อมูลจาก big data ประกอบด้วย ช่วยให้ทำงานวิเคราะห์โครงการที่ขอกู้ได้เร็ว   

เขาบอกว่าธนาคารต้องปรับตัวทำงานให้เร็ว โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ช่วย ได้แก่ AI (artificial intelligence), RPA (robotic process automation), และ dynamic workflow   เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยให้พนักงานธนาคารหันไปเน้นงานที่ให้คุณค่าเพิ่มแก่ลูกค้าได้    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างสัมพันธภาพกับลูกค้า  

เขายกตัวอย่างบริษัทฟินเท็คที่ใช้ data-first approach ช่วยให้อนุมัติเงินกู้ หรือเงินค้ำประกัน แก่ SME ได้ภายใน ๗ นาที  

ธนาคารต้องออกแบบการทำงานให้กู้ใหม่หมด   เขาบอกว่า AI machine และ learning tools สามารถทำงานที่มนุษย์ใช้เวลา ๑๐ ชั่วโมง ได้เสร็จในชั่วโมงเดียว   

ในอดีต กลุ่มคนจนไม่ใช่ลูกค้าเงินกู้ของธนาคาร    แต่ในยุค data-rich  อย่างในปัจจุบัน    ธนาคารสามารถใช้ข้อมูลแยกแยะคนจนบางกลุ่ม เอามาเป็นลูกค้าที่ดีของธนาคารได้

หลักคิดแนวนี้ เอามาใช้ในกิจการอื่นๆ ได้มากมาย    กิจการภาครัฐที่จะช่วยเอื้อ คือสร้างโครงสร้างทางข้อมูลข่าวสาร (information infrasteucture) ที่เปิดกว้าง และโปร่งใส    รวมทั้งป้องกันข่าวหรือข้อมูลลวง        

วิจารณ์ พานิช

๘ พ.ค. ๖๑

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand

คำสำคัญ (Tags)#การเงิน#ธนาคาร#ชีวิตที่พอเพียง#disruptive change#610512#ภาคการเงิน#ภาคการเงินการธนาคาร

หมายเลขบันทึก: 647138, เขียน: 12 May 2018 @ 07:39 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 1, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)