ขันธ์ ๕ หรือ รูป นาม คือ รูปขันธ์ ได้แก่ รูป ๒๘ เวทนาขันธ์ ได้แก่ เวทนาเจตสิก ๑ สัญญาขันธ์ ได้แก่ สัญญาเจตสิก ๑ สังขารขันธ์ ได้แก่ สังขารเจตสิก ๕๐  วิญญาณขันธ์ ได้แก่ จิต ๘๙ หรือ ๑๒๑ นิพพาน ได้แก่ ขันธวิมุต พ้นจากอุปาทานขันธ์ ๕ ย่นย่อ เหลือเพียง รูป ๑ นาม ๑ 

          จำแนกปรมัตถธรรม ๔ เป็นรูป นาม ดังนี้ รูป ๒๘ (เป็นรูป) เวทนาเจตสิก ๑ สัญญาเจตสิก ๑ เจตสิกที่เหลือ ๕๐ (เป็นนาม) จิต ๘๙ หรือ ๑๒๑ (เป็นนาม) นิพพาน (เป็นขันธวิมุตติ)

          อาตยนะ ๑๘

          ภายนอก ๖ ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธัมมารมณ์ผอารมณ์ทางใจ)

          ภายใน ๖ ได้แก่ ตา หู จมูก ปาก กายสัมผัส มหะ ใจ (หทัยวัตตถุ)

          ผัสสะ การกระทบกันของอาตยนะภายในและภายนอก ตา-รูป, หู-เสียง, จมูก-กลิ่น, ลิ้น- รส, กาย-โผฎฐัพพะ, มนะ-ธัมมารมณ์

         - ฐานที่เกิดของรุปนาม

         ทางตา สีกระทบตาเป็นรูป เห็นเป็นนาม (อาศัยวัตถุในการเกิด)

         ทางหู เสียงกระทบหูเป็นรูป ได้ยินเป็นนาม (อาศัยวัตถุในการเกิด) 

         ทางจมูก กลิ่นกระทบจมูกเป็นรูป รู้กลิ่นเป็นนาม (อาศัยวัตถุในการเกิด) 

         ทางลิ้น รสกระทบจมูกเป็นรูป รู้กลิ่นเป็นนม (อาศัยวัตถุในการเกิด) 

         ทางกาย เย็นรอน แข็ง อ่อน เป็นรูป รู้สึกเป็นนาม (อาศัยวัตถุในการเกิด) 

                      รู้สึกปวด เมื่อย คัน แน่น ตึง เป็นต้น เป็นนาม (อาศัยวัตถุเกิด) 

        ทางใจ นอน นั่ง ยืน เดิน และเคลื่อนไหว เป็นนาม (อาศัยวัตถุเกิด)  คิด นึก ฟุ้ง กลุ้ม อยกโกรธ ลืมเผลอ เป็นนาม (อาศัยวัตถุเกิด)

         - รูป นาม ที่เป็นปัจจุบันธรรม 

          สีกระทบตา กำหนดนามเห็น ขณะที่เกิดความรู้สึกเพราะกิเลสคือ อัตตา สำัญว่า ไเราเห็น" อาศัยเกิดตรงนั้นขณะนั้น เพื่อถอนอัตตา (เรา) 

         เสียงกระทบหู กำหนดนามได้ยิน ขณะที่เกิดความรุ้สกข้นเพราะกิเลสคืออัตตา สำคัญว่า "เราได้ยิน" อาศัยเกิดที่ตรนั้นขณะนั้น เพื่อถอนัตตา(เรา)

          กลิ่นกระทบจมูก กำหนดรู้กลิ่น ขณะที่เกิดความรุ้กขึนเพราะกิเลสืออัตตา สำคัญว่า "เราได้กลิ่น" อาศัยเกิดตรงนั้นขณะนั้น เพื่อถนอัตตา(เรา)

           รสกระบลิ้น กำหนดรูป ขณะที่เกิดความรุ้สึกขึ้นเพราะกิเลสคืออัตตา สำคัญว่า "เรารู้รส" อาสยเกิดครงนั้นขณะนั้น เพื่อถอนอัตตา (เรา) 

           เย็น ร้อน อ่อน แข็งกระทบกาย กำหนดรูปเย็น ร้อน อ่อน แข็ง ขณะที่มีความรุ้สึกข้นเพราะกิเลสคือ อัตตา สำคัญว่า เราเย็น ร้อน อ่อนแข็ง" อาศัยเกิดตรงนั้นขณะนั้น เพื่อถอนอัตตา (เรา) กำหนดนามทางกาย ขณะที่รุ้สึกว่า ปวด เมื่อย คัน ฯลฯ เพราะกิเสอาศัย เกิดตรงนั้นขณะนั้น ว่า "เราคัน ปวด เมื่อย" เพื่อถอนอัตตา (เรา)

           ทางใจ กำหนดรูปขณะที่เกิดอาการของอริยาบถเกิดขึ้น คือ นอน นั่ง ยืน เดิน และอิริยาบทน้อย คือ ความเคลื่อนไหว กัม เงยเป็นต้น เพราะกิเลสคืออัตตา (เรา) สำคัญว่า "เรา นอน นั่ง ยืน เดิน และเคลื่อนไหว ก้ม เงย" ที่ตรงนั้นขณะนั้น เพื่อถอนอัตตา (เรา)

          ทางใจ กำหนดนาม ขณะที่นึกคิด กลุ้ม ง่วง โกรธ อยาก ลืม เผลอ หงุดหงิด ขณะที่มีความรุ้สึกขึ้น เพื่อถอนอัตตา (เรา) ว่า "เรานึกคิด" เป็นต้น

            - บางส่วนจาก "วิปัสสนากรรมฐาน แนวปฏิบติ มีรูป นาม เป็นอารมณ์ มี ตจปัญจกกรรมฐาน เป็นอารมณ์