เสียงเชียร์......เรานั้นเกรียงไกร รักกันไว้ ด้วยน้ำใจอันคงมั่น............... เด้อ

วานก่อนและวันนี้ เห็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในภาคอีสาน กำลังเจ็บปวดรวดร้าวเสมือนโดนข้าศึกรุมทำร้ายหมายปลิดชีพ แล้วแย่งชิงสมบัติอันมีค่าไป  แล้วเกิดลำนำขับขาน ฟังแล้วดูคล้ายบทเพลงแห่งพวกตนที่หวงแหน อนุรักษ์ สืบสานมานานหลายปี ขึ้นชั้นที่เพลงประจำสถาบันอันทรงคุณค่าทางจิตใจและจิตวิญญาณ

ทัศนะส่วนตัวผนวกกับการอยู่ร่วมสมัย แต่ไม่นานนักหากย้อนกลับไปเมื่อ 15 ปีที่แล้ว จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าพี่อี๊ด ดร.อนุชา โสมาบุตร สมัยเป็นนักศึกษาเล่าว่า เพลง “รั้วสีอิฐ” น่าจะเป็นเพลงตลาด ที่โรงเรียนมัธยมหลายโรงเรียนก็ใช้ขับร้องขับขานในงานกีฬา ต่างกันเพียงเนื้อร้องบางท่อนบางตอน... จำได้ติดตรึงใจ และในปี 2545 เพลงรั้วสีอิฐ ไม่ได้เป็นเพลงหลักในงานกลุ่มสัมพันธ์และเชียร์กลางของ มข. แต่มาเริ่มให้พี่เลี้ยงน้องใหม่ ปี 2546 ฝึกหัดร้อง เชียร์หลีดเดอร์ฝึกเต้นกันอย่างขมักเขม้น เพลงในหนังสือเพลงเชียร์รุ่น 39 เมื่อปี 2545 จึงมีเพียงกระดาษแผ่นเล็กๆที่พิมพ์เนื้อเพลง แจกจ่ายให้น้องใหม่ นำไปแปะติดเก็บไว้... พอปี 2546 ที่รุ่น 40 เข้าร่วมกลุ่มสัมพันธ์และเชียร์กลาง เพลง “รั้วสีอิฐ”  จึงเป็นบทเพลงหนึ่งที่ให้น้องใหม่ได้ฝึกหัดร้อง แต่ก็ยังไม่ได้เป็นเพลงหลัก จำได้ว่าน่าจะมีการทดสอบเพลงในประเพณีเชียร์กลาง เพื่อนๆรุ่น 39 ยังถามกันว่า “เพลงอะไรวะ?”

เพลงประจำสถาบันหรือเพลงประจำ มข. เกือบทุกเพลงจะกำกับชื่อผู้ประพันธ์หรือระบุว่ากลุ่มใดใครแต่งไว้ให้พอสืบประวัติได้บ้าง แต่เพลง “รั้วสีอิฐ” น่าจะเป็นเพลงลึกลับเพลงหนึ่งที่หาต้นเค้าเล่าความไม่ค่อยเจอ โดยทัศนะส่วนตัวที่เห็นในห้วงสองสามวันจากกรณีที่มีมหาวิทยาลัยหนึ่งในภาคอีสาน นำไปใช้ในการประกวดเชียร์ จนเกิดดราม่าเกิดขึ้น หากมองแบบแยกแยะ มีสองสามประเด็น หากมองเรื่องเพลงและเนื้อเพลง ผมก็เฉยๆ เพราะอย่างที่เล่าข้างต้นว่าเคยคุยกันว่าเป็นเพลงตลาดที่ปรับเนื้อเพลงให้เข้ากับตนเอง ผมจึงยังไม่ปักใจเชื่อว่าเป็น “ของเรา” แต่เรื่องท่าเต้นหลีด หากมองแบบใจแคบหน่อยก็จะเห็นว่าคล้ายกับท่าของ มข. (ที่คิดว่าเป็นต้นฉบับ) จึงมีดราม่าเรื่องนี้เสริมทัพ ผนวกกับเพลงบางเพลง ดันมีเนื้อ จังหวะ ทำนองและท่าหลีด บางคณะก็คล้ายกันจนแยกแยะได้ลำบาก ว่าคิดค้น ลอกเลียน เลียนแบบ หรือมีอิทธิพลไหลฮาดไปหากัน...ก็ยากจะตัดสิน แต่หากมองใจกว้างขึ้น การมีวัฒนธรรมร่วม ที่ให้เกียรติซึ่งกันและกันระหว่างทุกๆฝ่าย ที่อยากให้เกิดความสวยงาม ยั่งยืน เป็นแบบฉบับ และแบ่งปันเรียนรู้ต่างหาก น่าจะช่วยให้สังคมน่าอยู่ และเกิดบทเรียนร่วมกันว่า การมองเหตุแห่งความจริงมาหักล้าง ที่มิได้หมายเอาชนะ แต่เป็นการเรียนรู้ร่วมกันต่างหากจะช่วยเสริมส่งพวกเราทุกฝ่ายในฐานะ “นักวิชาการ” ทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นความเห็นส่วนตัวและทัศนะส่วนที่พอจะมองเห็น ไม่ได้หมายจะบอกว่ามันเป็นความจริงเสียทั้งหมด หรือที่เล่ามา อาจไม่จริงเสียเลยก็ได้

 

เสียงเชียร์......เรานั้นเกรียงไกร   รักกันไว้  ด้วยน้ำใจอันคงมั่น............... เด้อ

 

ณ  มอดินแดง , ๕  ธันวาคม  ๒๕๖๐ 


ในหนังสือเพลงเชียร์ของรุ่น 39 และรุ่น 50

หนังสือเพลงเชียร์ รุ่น 39

หนังสือเพลงเชียร์ รุ่น 50

หนังสือเพลงเชียร์ รุ่น 54