โรงเรือนเรียนเลี้ยงโคสำหรับเกษตรกรในชนบทโดยทั่วไปแล้วคือ คอกพัก เพราะรูปแบบการเลี้ยงโคจะเลี้ยงแบบปล่อยทุ่ง จะไม่มีแปลงหญ้าหรือพื้นที่สำหรับทำเป็นคอกขนาดใหญ่ หรือมีแปลงหญ้าเล็ก ๆ ไม่เหมาะที่จะปล่อยให้โคแทะเล็ม จะใช้วิธีการเกี่ยวหญ้ามาให้โคกินที่คอก ตามเวลาที่คนเลี้ยงสะดวกอาจเป็นช่วงเช้าหรือเย็น ดังนั้นคอกพักของเกษตรกรที่มีนั้นจะทำกันง่าย ๆ ใช้วัสดุในท้องถิ่น หรืออาจใช้วัสดุราคาแพงจำพวกไม้ยืนต้นหรือเหล็กแป็ป แต่มีจำนวนน้อย โดยขอยกตัวอย่างกรณีการทำโรงเรือนหรือคอกพักของคุณขวัญ ที่บ้านดงยายเภา สถานที่นั้นใช้พื้นที่ว่างที่ติดกับยุ้งข้าวประมาณ 80 ตารางวาและต่อหลังคาระดับเดียวกันกับหลังคายุ้งข้าวซึ่งสูงประมาณ 6 เมตร และสร้างคอกพักตรงกลางประมาณ 60 ตารางวาง และเหลือพื้นที่ด้านข้างไว้ด้านละประมาณ 2 - 3 เมตร เพื่อให้หลังคายื่นออกไปจากคอกมาก ๆ แดดจะได้ไม่ส่องเข้าไปในคอกพัก ซึ่งหลังคาที่สูงโปร่งนี้ทำให้อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ร้อนอบอ้าว เสาใช้เสาคอนกรีตโครงหลังคาใช้ไมเนื้อแข็ง หลังคามุงด้วยสังกะสี และมีโอ่งใบใหญ่เก็บน้ำฝนไว้ข้างคอกพักเพื่อเก็บน้ำให้โคกินได้ตลอดเวลาช่วงบนของหลังคาก็ทำเป็นที่เก็บของและอุกปรณ์ต่าง ๆ เรียกได้ว่าใช้ประโยชน์จากคอกได้เต็มที่ ส่วนไม้ที่กั้นในแนวนอนจะใช้ต้นหมากผสมกับไม้ไผ่ ซึ่งต้นหมากนั้นจะเหนียว ทนทานและไม่มีเสี้ยน ปลอดภัยต่อโคเป็นอย่างมาก ในพื้นที่อื่นอาจจะหาต้นหมากไม่ได้ แต่ในบ้านดงยายเภานี้มีข้อดีตรงที่ชาวบ้านปลูกต้นหมากกันมากและเมื่อต้นไหนแก่มากหรือตายลงชาวบ้านก็จะโค่นมาทำคอกสัตว์ได้ คอกพักของคุณขวัญนี้จะใช้ต้นทุนในการสร้างสูง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาการใช้งานแล้วคุ้มค่า เพราะในคอกีกหนึ่งหลังของคุณขวัญที่สร้างใกล้กันนั้นจะทำคอกที่อยู่ติดกับแปลงหญ้าเพราะสะดวกในการให้อาหาร แต่สร้างด้วยไม้ยูคาลิปตัสและไม้ไผ่ หลังคามุงด้วยหญ้าคา จะไม่ทนทานมีอายุการใช้งานแค่หนึ่งปี ซึ่งคุณขวัญบอกว่าต้องลงทุนสร้างใหม่ทุกปีซึ่งสิ้นเปลืองมากกว่าการสร้างแบบถาวรดังที่กล่าวมา ซึ่งวิธีการนี้เหมาะสำหรับคุณขวัญเพราะมีทุนและมีโคพันธุ์งามอยู่หลายตัวจึงต้องสร้างคอกให้ดีเป็นพิเศษ