หลงป่า เขาช้างล้วง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก

เกือบได้ลงหนังสือพิมพ์ เพราะหลงป่าเขาช้างล้วง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก


เราใช้เวลานับชั่วโมงกว่าที่กลับออกมาได้ แม้จะสะบักสะบอม ทุลักทุเล บุกป่าถางทางใหม่ ไต่ลงเขาสูงชันฝ่าดงไผ่ แต่อย่างน้อยก็ยังได้หน่อไม้ติดไม่ติดมือลงมาด้วย


พร้อมกับบทเรียนชีวิตอันล้ำค่า และมิตรภาพดีๆ กับเจ้าหมี สุนัขนำทางที่หลงทางพอๆกัน แต่เราก็ไม่เคยทิ้งกัน


ก่อนขึ้นเขาลูกนี้ ผมบอกว่าเขาลูกนี้จะพิสูจน์เราสองคน และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ


ในช่วงขาไป 3.5 กม. เจ้าหมีวิ่งนำทางเราตลอด เหมือนรู้เส้นทางเพราะมันเป็นหมาที่นี่ เวลาที่เราหยุดพักเหนื่อย เจ้าหมีก็จะวิ่งไปข้างหน้าและหันมาส่งสายตาให้เราไปต่อเสมอ


เราเดินมากว่า 1 ชั่วโมง ทั้งเราทั้งเจ้าหมีต่างหอบและเหนื่อย เราจึงแบ่งน้ำที่มีให้เจ้าหมีใส่ใบไม้ให้ได้ดื่มด้วย


เมื่อถึงจุดหมายปลายทาง เราปีนบันไดลิงที่อุทยานทำไว้ไปรับลมเย็นๆ และชื่นชมบรรยากาศ 360 องศา บนยอดเขาย่านไฮ ส่วนเจ้าหมีนั่งรอเราอยู่ข้างล่าง


ณ ตอนนั้นเราสนุกสนานและประทับใจกับบรรยากาศข้างบนมาก ตอนปีนกลับลงมา เราสังเกตเห็นน้ำหยดจากโขดหิน เราจึงเอาใบไม้ไปรองน้ำให้เจ้าหมีดื่มเพิ่มอีกพักหนึ่ง


แต่เราก็ต้องรีบกลับ เพราะจากจุดที่เราอยู่ เราเห็นแล้วว่าเมฆฝนก้อนมหึมากำลังพุ่งตรงมายังเรา


เรารีบเดินอย่างว่องไว ขาหร่อยเป็นพักๆ แต่เราเกาะติดเส้นทางที่เราเดินเท้ามาโดยตลอด


จนกระทั่งเหลือระยะทางประมาณ 1 กม. สุดท้าย เม็ดฝนเล็กๆ เริ่มหล่นลงมา และเราหลุดจากเส้นทางแบบไม่รู้ตัว มาถึงสุดทางที่เป็นผาหินสูงชันไปต่อไม่ได้ เราจึงเดินย้อนกลับทางเก่า แต่ดูเหมือนยิ่งเดิน ยิ่งหลง


เราทั้งคู่มั่นใจแล้วว่าหลงทาง(หลงป่า) แต่ก็ไม่มีใครโวยวาย ไม่มีใครโทษกัน เราให้กำลังใจกัน และเราช่วยกันหาทางออก


เราเปิด google map ช่วยบอกทิศทางไปยังที่ทำการอุทยาน ดูจากระยะแล้ว เราอยู่ห่างไม่เกิน 400-500 เมตร


แต่หนทางข้างหน้าไม่ง่ายเลย เพราะเป็นทางลงเขาสูงชัน และต้นไม้หนาทึบ มองไม่เห็นว่าทางนี้จะพาเราไปถึงพื้นราบได้ไหม


แต่เราก็ตัดสินใจว่า เราต้องลงข้างล่าง เราค่อยๆไต่ลงตามโขดหินโดยเกาะต้นไม้ใหญ่ลงมาทีละน้อย และดูแผนที่ google map เป็นระยะ โดยมีเจ้าหมีคอยผลัดกันเดินนำและเดินตามสลับกับเราเป็นพักๆ


เมื่อไต่ลงมาเรื่อยๆ เราเริ่มได้ยินเสียงสวรรค์ นั่นคือ เสียงไก่และหมาจากพื้นราบ เราเริ่มมั่นใจทันทีว่าต้องมีผู้คนหรือหมู่บ้านด้านล่างนั้นแน่นอน และแม้เราไปไม่ถึงอุทยานก็น่าจะมีคนพาเราไปส่งได้


เมื่อไต่ลงมาได้อีกสักพัก เราก็พบกับป่าไผ่ทึบ เราทั้งมุด ทั้งใช้กิ่งไม้ฝ่าทำทางลง ซึ่งทำให้ผมลื่นไถลลงถึงสองครั้ง แต่ก็ยังโชคดีที่ป่าไผ่นั้นเป็นไผ่ต้นเล็กๆขึ้นเป็นกอถี่ๆ ทำให้ไม่ตกลงไปข้างล่าง และก็ทำให้เราพอให้ไต่ลงมาต่อได้


พ้นป่าไผ่ เราเจอลำธารขวางอยู่ข้างหน้า เราเจอฝายชะลอน้ำ เรามั่นใจยิ่งขึ้นว่าเรามาถูกทาง แต่กระนั้นด้วยพื้นที่ลาดชันกับดินที่ร่วนซุย ก็ทำให้ผมลื่นตกน้ำไปครึ่งขา ทั้งสนุก ทั้งขำตัวเอง แต่ตอนนั้นก็ยังขำไม่ออกเพราะเรายังไม่เจอหมู่บ้านหรือที่ทำการอุทยาน


เราตัดสินใจเดินตามทางน้ำมาสักหน่อย เราก็เจอที่มาของเสียงสวรรค์ที่เราได้ยินตอนอยู่บนเขา เราเจอเล้าไก่ เราจึงพุ่งตรงไปทางนั้นทันที และท้ายที่สุดก็ถึงที่ทำการอุทยาน


เมื่อมาถึงเราเห็นเจ้าหน้าที่อุทยานหลายคนกำลังนั่งคุยกัน พวกเขาบอกเราว่า คิดแล้วว่าเราต้องหลงทาง เพราะขึ้นไปนานผิดปกติ และก็นำน้ำเย็นๆ มาให้เราดื่มขณะที่กำลังนั่งพักอยู่ จากนั้นเราก็ไปอาบน้ำแต่งตัวกันใหม่ และเจ้าหน้าที่ก็ทยอยกันกลับบ้านหลังจากเราลงมาถึงอย่างปลอดภัย


เจ้าหน้าที่บอกเราว่า ตั้งแต่อยู่มาก็มีเราสองคนนี่แหละที่หลงป่าที่นี่ พอกลับมาเล่าให้แม่ฟัง แม่ผมบอกว่าอาจจะมีอะไรมาบังตาเราไว้ ไม่ให้เห็นทางลงก็ได้


ส่วนเจ้าหมีเพื่อนทุกข์เพื่อนยาก มันเดินมาส่งเราถึงรถ เราเปิดกระจกโบกมือลาพร้อมเรียกชื่อมัน เรารู้สึกผูกพันกับเจ้าหมีอย่างมาก แม้จะเจอกันแค่ครั้งเดียว และแม้ว่าไม่รู้จะได้เจอกันอีกไหม แต่เราจะจดจำเจ้าหมีและทุกเรื่องราวในทริปนี้ตลอดไปอย่างแน่นอน


ปล.

1. ตอนนี้ ปลอดภัยถึงบ้านแล้วครับ ไม่ต้องห่วงนะ ขอพักผ่อนก่อนนะ 

2. ใครผ่านไปแถวนั้น ฝากไปทักทายหรือหาอะไรไปให้เจ้าหมีด้วยนะ

7/10/17

ทางขึ้น ที่เราไม่ได้ลงทางนี้


บนยอดเขาย่านไฮ  ด้านหลังไกลๆ คือ เขาช้างล้วง

เจ้าหมี สุนัขนำทางของเรา


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ถอดบทเรียน

คำสำคัญ (Tags)#พิษณุโลก#เดินป่า#นครไทย#เขาช้างล้วง#เขาย่านไฮ#หลงป่า

หมายเลขบันทึก: 638694, เขียน: 08 Oct 2017 @ 12:15 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 2, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)