๖๐๕. บันทึกความดี..ส่วนหนึ่งของตัวชี้วัด "คุณภาพ"และ "ความสุข"

ความสุข..เป็นความรู้สึก ผมคิดว่าเป็นตัวชีวัด “คุณภาพ”ได้เหมือนกัน หลายครั้งที่เราทำงานสำเร็จ ได้เกียรติบัตรเป็นรางวัล แต่ไม่เคยสัมผัสความสุขที่แท้จริง บางครั้งยังเอางานกระดาษมาหลอกตัวเองด้วยซ้ำ..ผมยังดื่มด่ำที่จะทำงานจิตอาสาต่อไปในแนวทางแบบทุกวันนี้..งานเล็กๆ..แต่รู้สึกได้ว่า..งดงามในหัวใจ..ยิ่งนัก

โรงเรียนขนาดเล็ก อาจดูไม่ยิ่งใหญ่อลังการ แต่ในบริบทของตัวเอง ก็ควรมีความหลากหลาย ได้ทุกรูปแบบและเป็นกัลยาณมิตรกับชุมชน..จุดใหญ่ใจความก็ต้องอยู่ที่วิธีคิด วิธีทำงาน..ที่พร้อมเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง อันเป็นที่มาของ..ความดี..ทั้งปวง

ความดี..ที่ผมต้องการบันทึกไว้ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ในช่วงเวลาอันสั้น..ของสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อให้เกิดคุณค่าทางจิตใจ ไม่มีเงินทองเป็นค่าตอบแทน..แต่บุคลากรของผม ทั้งครูและนักเรียน..มีความสุข..กันถ้วนหน้า..

ความสุข..เป็นความรู้สึก ผมคิดว่าเป็นตัวชีวัด “คุณภาพ”ได้เหมือนกัน หลายครั้งที่เราทำงานสำเร็จ ได้เกียรติบัตรเป็นรางวัล แต่ไม่เคยสัมผัสความสุขที่แท้จริง บางครั้งยังเอางานกระดาษมาหลอกตัวเองด้วยซ้ำ..ผมยังดื่มด่ำที่จะทำงานจิตอาสาต่อไปในแนวทางแบบทุกวันนี้..งานเล็กๆ..แต่รู้สึกได้ว่า..งดงามในหัวใจ..ยิ่งนัก

เริ่มจาก..ต้อนรับคณะครู โรงเรียนบ้านท่าฝาง อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยการนำของ “คุณครูมะเดื่อ” ครูที่แนะนำให้ผมรู้จักโกทูโนมาจนถึงทุกวันนี้..ครูทุกท่านที่มามีน้ำใจ ไม่ดูแคลนโรงเรียนขนาดเล็กเลย ทั้งที่บ้านท่าฝาง มีนักเรียนมากถึง ๑๘๐ คน และครูทุกคนมีความรู้ความสามารถอย่างเต็มเปี่ยม..

เรา..แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เหมือนครูในครอบครัวเดียวกัน ไม่มีการอวดอ้างสรรพคุณใดๆ ครูสนใจดนตรี ผมมีนักเรียนแสดงให้ชม ผสมผสานเพลงพื้นบ้าน และเพลงประจำโรงเรียน ส่งท้ายด้วย เถิดเทิงกลองยาว..

คุณครูมะเดื่อ..บอกว่ากลับไปโรงเรียน จะเริ่มสร้างสรรค์งานดนตรีก่อน คุณครูท่านอื่น ชื่นชมแหล่งเรียนรู้ ที่โรงเรียนใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าและครบวงจร ผมไม่มีอะไรแนะนำมากนัก นอกจากให้ครูมีกำลังใจในการทำงาน และทำตามบริบท อย่าเลียนแบบใคร คิดไว้เสมอว่า..ทุกอย่างที่ทำ ต้องเป็นเครื่องมือแห่งการเรียนรู้ของผู้เรียน..

การศึกษาดูงาน..แล้วกลับไปประยุกต์ใช้ แล้วทำได้แม้เพียงบางส่วน ผมคิดว่าก็น่าชื่นชมแล้ว..ก่อนกลับ..คณะครูไปถ่ายรูปที่ “แปลงนางาดำ”  แหล่งดึงดูดผู้คนได้อย่างน่าสนใจ..หลายคณะแล้วที่ถ่ายรูปกับทุ่งนาแห่งนี้....

ผมตั้งใจให้สัปดาห์สุดท้าย ก่อนปิดภาคเรียน นักเรียนควรมีโอกาสบำเพ็ญประโยชน์เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ผมกับนักเรียนทำได้อย่างคิด บรรลุวัตถุประสงค์เกินเป้าหมาย เพราะได้ไปเก็บกวาดสำนักสงฆ์ “บ้านหนองผือ” ช่วยชาวบ้านเตรียมงานทอดกฐิน และนักเรียนได้ช่วยกันปลูกต้นไม้ได้ ๕๐ ต้น ริมถนนฝั่งตรงข้ามโรงเรียน ระยะทาง ๓๐๐ เมตร เพื่อให้ได้ถนนสายต้นไม้ที่ร่มรื่น เป็นอุโมงค์ต้นไม้ภายใน ๑๐ ปี

ผมกับนักเรียนช่วยกันเก็บลูกผักตบชวา..จากสระน้ำของโรงเรียน ถ้าปล่อยไว้จะทำให้เต็มสระ เป็นปัญหาที่แก้ไขยาก ผมนำมาทำปุ๋ยหมัก อีกส่วนหนึ่งนำมาลอยไว้ในบ่อน้ำใกล้ๆอาคาร เพื่อให้เป็ดและไก่ได้กินในช่วงปิดเทอม..

วันนี้วันเสาร์..นักเรียนยังต้องมาโรงเรียนเป็นวันสุดท้าย  สำหรับภารกิจเพื่อชุมชน งานทอดกฐินแห่งปี ที่หลายคนรอคอย..ปีนี้..จัดตรงกัน ๒ แห่ง ผมให้นักเรียนชั้น ป.๔ ไปช่วยงานที่ “สำนักสงฆ์บ้านหนองผือ” ชั้น ป.๕ – ๖ไปเล่นดนตรีกับผมที่วัดโบสถ์เก่า..

ก่อนเดินทางออกจากโรงเรียน..นักเรียนช่วยกันส่งมอบ “ดาวเรือง”รุ่นสุดท้าย ให้โรงพยาบาลพญาไท ๒ ก็ถือว่าครบถ้วนทุกกระบวนการและขั้นตอน เริ่มตั้งแต่วางแผนปลูก เพาะเมล็ดแล้วใส่ถุงดำ จากนั้นก็บำรุงรักษา ดูแลจนเจริญเติบโต และส่งมอบให้ใครต่อใครได้ทันตามเป้าหมาย ให้ออกดอกเหลืองอร่ามในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ

ช่วงเก้าโมงเช้าถึงบ่ายสองโมง..ผมควบคุมวงดุริยางค์และกลองยาว บรรเลงบนศาลาการเปรียญ ที่มีผู้มีจิตศรัทธามา ทอดกฐินเป็นจำนวนมาก..หลายคนกล่าวชื่นชมความสามารถของนักเรียน ที่ตั้งอกตั้งใจบรรเลงอย่างพร้อมเพรียงไม่มีผิดเพี้ยน ช่วงแห่องค์กฐินรอบพระอุโบสถ ทั้งร้อนทั้งเหนื่อย แต่นักเรียนก็สู้และยิ้มอย่างมีความสุข...

ผมก็มีความสุขเหมือนกัน ที่ทำงานต่อเนื่องในโรงเรียนขนาดเล็ก มาถึงวันสุดท้ายของภาคเรียนแรก..แล้วบรรลุตัวชี้วัดอันเนื่องมาจากทำ..”ความดี” ที่ผมคิดว่า..ใครๆก็ทำได้ ..อย่างไม่มีวันสิ้นสุดจริงๆ..

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๗  ตุลาคม  ๒๕๖๐ 

 









บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ