เรือนเกษตร..แหล่งเรียนรู้.งที่สนับสนุนกิจกรรมเกษตรอินทรีย์.วิถีที่พอเพียง..ที่นับวันจะเข้มแข็ง..พึ่งพาตนเองได้..มีแนวปฎิบัติ..สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และเอื้อต่อการศึกษาดูงานเป็นอย่างยิ่ง...และนี่คือ..ตัวอย่างแหล่งเรียนรู้และสิ่งแวดล้อม..ที่พร้อมทุกเวลา เพราะ..ผมพัฒนา..เพื่อต้องการจะทำโรงเรียนให้เป็นปัจจุบัน...

เช้าวันนี้..ที่โรงเรียน..ผมวางแผนงานการจัดนิทรรศการ “ศาสตร์พระราชา..ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งทางอำเภอ..ให้ผมเป็นคณะกรรมการร่วมทำงานกับโรงเรียนข้างเคียง จัด ณ วัดเขาวัง..อันเป็นสถานที่จัดพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯในวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๐.. 

เริ่มจัด ๒๓ ตุลาคม..ให้แล้วเสร็จก่อนงานพระราชพิธี ๓ วัน..คาดว่าจะมีประชาชนเข้าชมหลายพันคน ผมจึงวางแผนที่จะเตรียมเนื้อหาฯ วัสดุอุปกรณ์..ให้พร้อมที่สุด ผมจะตั้งใจทำงานนี้ให้ดีที่สุด..จึงคิดหาข้อมูล รูปแบบและผู้ร่วมงาน ที่จะช่วยให้งาน..มีประสิทธิภาพ..ผมพอที่จะมองเห็นลู่ทางการจัดนิทรรศการครั้งนี้..บ้างแล้ว..ผมเดินดูแหล่งเรียนรู้และสิ่งแวดล้อม..โดยรอบโรงเรียน เพื่อผ่อนคลาย และถ่ายภาพไว้ เปรียบเทียบบรรยากาศ ภาคเรียนที่ ๑ และ ๒ ของปีการศึกษา ๒๕๖๐…


เริ่มจากหน้าโรงเรียน..ไม้ประดับ..ตระกูลนนทรีย์.. ออกดอกเหลือง บานสะพรั่ง สดใสตลอดแนวรั้ว เหมือนจะเรียกร้องความสนใจ ให้ ผอ.หันมามองบ้าง หลังจาก..ตลอดเดือนที่ผ่านมา ผมทุ่มเทให้กับ..ดาวเรือง..อย่างเต็มที่ แบบนี้..ไม่มองไม่ได้แล้ว ผมรีบให้ฮอร์โมนนมที่โคนต้นทันที เพื่อหวังให้ชูช่อดอก..นานๆ แต่สงสัยเหมือนกันว่า ทุกปีเดือนนี้ น่าจะออกดอกไม่มาก ดอกจะเยอะในช่วงต้นปี..ปีนี้..ทำไมเยอะเป็นพิเศษ  ส่วนที่บ้านผม..ดอกเล็กมากและมีไม่เยอะเท่าที่โรงเรียน…


ต่อไปนี้..ปลายสิงหาคม ถึงต้นกันยายน..ของทุกปี..คิดว่าจะปลูก..งาดำ..ตลอดไป ในพื้นที่ ๒ ไร่ ใกล้สนามฟุตบอล งาดำ..เป็นสมุนไพร ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย หลากหลายวิธีใช้ ปลูกง่าย ใช้การหว่านเมล็ด เป็นพืชทนแล้ง ตั้งแต่ลงมือหว่าน ฝนตกสม่ำเสมอ ทำให้ต้นงาดำ เติบโตอย่างรวดเร็ว ลำต้นเขียวไสว มองดูสดใสสบายตา อีกราว ๒ เดือน คงจะเก็บเกี่ยวได้ ก็คงอาศัยผู้ปกครองมาร่วมด้วยช่วยกัน..เก็บเกี่ยว….


สระใหญ่..จำนวน ๒ สระ อยู่ใกล้ชิดติดกัน..ไร้ซึ่งผักตบชวา..แต่มีผักบุ้งทอดยอดยาว น้ำเต็มสระ ใกล้จะท่วมคันกั้นน้ำ แต่ก็มีช่องว่าง..ให้น้ำไหลผ่านไปมาได้..ปลาจึงแหวกว่าย ได้เที่ยวเล่นทั้ง ๒ สระ..ผมเห็นมีคนนั่งตกปลา มีเสียงบ่นว่าปลามีน้อย ไม่รูัไปไหนหมด..หรือว่า..ปลาตัวใหญ่ที่เป็นเจ้าสระ..จัดการลูกปลาต่างๆ จนสูญพันธุ์ไปหมด ผมคิดที่จะซื้อปลาตัวใหญ้มาปล่อย เพื่อเพิ่มปริมาณพันธุ๋ปลา ให้บรรยากาศการตกปลามีสีสันมากขึ้น..


ไร่นาสวนผสม เล็กๆ แต่เห็นแล้ว..สุดคุ้ม เมื่อเห็นต้นอ่อนของข้าวหอมมะลิ โบกพริ้วไหว สีเขียวคล้ายผืนพรมนุ่มๆ มองดูแล้ว สบายตาสบายใจ ข้าวปีนี้ ใช้การหว่านแทนการดำนา ทำให้ต้นข้าวมีปริมาณหนาแน่น..เหนือคันนาขึ้นไป มีต้นมะนาวและพืชผักสวนครัว ตลอดจน..แปลงผักปลอดสารพิษ ซึ่งช่วงนี้ มีผักบุ้งจีน..กำลังผลิใบอ่อน..



สวนป่าของโรงเรียน ในเนื้อที่กว่า ๔ ไร่..ปกคลุมด้วยไม้ยืนต้นมากมาย..ทุกช่วงของฤดูฝน ผมจะให้นักเรียน ช่วยกันปลูกต้นประดู่ ยางนา และพะยูง.เพิ่มเติม..ปีนี้ก็ปลูกหลายต้น ฝนชุกแบบนี้ รอดแน่นอน..คงต้องขอบคุณ..คุณตู่ ร็อคสะเดิด ที่นำพันธุ์ไม้มามอบให้


อาคารเรียนวินเทจ..ของชั้นประถมศึกษา รุ่น ป.๑ ก. สร้าง พ.ศ. ๒๕๒๓..สร้างโดย อบจ.กาญจนบุรี มีเพียงอาคารเดียวที่ผม..รักษาไว้ให้คงสภาพสะอาด สวยงาม ด้านหน้าอาคารร่มรื่น..ตลอดแนวถนน อาคารเรียนอายุยืนและมั่นคง เหมือน “คุณภาพ” หนองผือ..โรงเรียนขนาดเล็กที่..จะสร้างศรัทธา..ให้ผู้ปกครองเชื่อถือ อย่างยั่งยืน..ณ วันนี้ มีนักเรียน ๘๕ คนแล้ว…



อาคารประกอบ..ใช้จัดการเรียนการสอน..อนุบาล ๑ - ๒..ที่ผู้ปกครองและชุมชน ร่วมใจกันสร้าง..จากนั้นโรงเรียนก็ต่อเติมและปรับปรุง..จนสวยงามน่าอยู่น่าเรียน..เป็นอาคารที่สร้างพื้นฐานนักเรียน..ให้แข็งแกร่งด้านสติปัญญาและประสบการณ์ เป็นห้องเรียนที่..เริ่มเตรียมความพร้อม..ก่อนขึ้นสู่..ป.๑..เป็นชั้นที่ผู้ปกครองพึงพอใจมาก ที่ทำให้ลูกหลานของเขา..อ่านออกและลายมือสวย..เพราะผมเชื่อว่า..ถ้าไม่เริ่มตรงนี้ พอถึงชั้น.ป.๑..ก็สายเกินไปแล้ว..


สวนพักผ่อนหย่อนใจ ด้านหลังอาคารเรียน..นักเรียนแวะเวียนมานั่งเล่นและอ่านหนังสือ ก็ถือว่ารักษาสิ่งแวดล้อมได้ลงตัวอีกแห่งหนึ่ง ถึงแม้ว่า..โรงเรียนจะไม่มีนักการภารโรง..แต่ก็ยังรักษาสภาพนี้ได้..อย่างยาวนาน..



ห้องเรียนธรรมชาติ..ที่คู่ขนานไปกับอาคารเรียน..เป็นสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเท..นั่งอ่านเขียนเรียนหนังสือได้ ช่วยให้ประหยัดไฟ ในอนาคต..น่าจะเป็นอุโมงค์ต้นไม้ที่ให้ร่มเงาตลอดทั้งวัน..ต้นไม้ที่โดดเด่นที่สุดของห้องเรียนนี้ คือ..ต้นพิกุล..



ไม่ว่าจะเป็นวันธรรมดา หรือวันหยุด..ห้องน้ำห้องส้วมของนักเรียน..สะอาดพร้อมให้บริการ ๒๔ ชั่วโมง..เป็นเอกลักษณ์ของโรงเรียนไปแล้ว..ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน..อะไรที่ได้มาง่ายๆ..โดยมาก..มักจะไม่ค่อยดูแลรักษา แต่ที่บ้านหนองผือ..ทุกอย่างหามาด้วยความยากลำบาก..ดังนั้น..ครูและนักเรียนจะรู้ซึ้งถึงคุณค่า..ของอาคารสถานที่…




เรือนเกษตร..แหล่งเรียนรู้..ที่สนับสนุนกิจกรรมเกษตรอินทรีย์.วิถีที่พอเพียง..ที่นับวันจะเข้มแข็ง..พึ่งพาตนเองได้..มีแนวปฎิบัติ..สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และเอื้อต่อการศึกษาดูงานเป็นอย่างยิ่ง…และนี่คือ..ตัวอย่าง..แหล่งเรียนรู้และสิ่งแวดล้อม..ที่พร้อมทุกเวลา เพราะ..ผมพัฒนา..เพื่อต้องการจะทำ..โรงเรียน..ให้เป็นปัจจุบัน…


ชยันต์  เพชรศรีจันทร์                                                                                                                                                                                                         ๑  ตุลาคม  ๒๕๖๐