หนังสือ Thinking in New Boxes : A New Paradigm for Business Strategy (2013)  โดย Luc de Brabandere and Alan Iny บอกว่าคิดนอกกรอบ เป็นสิ่งเป็นไปไม่ได้    เพราะโดยธรรมชาติใจคนเรามีหลายกรอบ   เป็นกลไกทางสมองที่ช่วยให้เราคิดเร็ว และคิดเก่ง  

 แต่ถ้าใครยึดมั่นถือมั่นอยู่กับกรอบเดียว เรียกว่า “ม้าลำปาง” (tunnel vision)

สมองคนเรารับรู้เรื่องราวต่างๆ แล้วเอามาจัดระบบข้อมูลภายในสมอง เป็นชุดๆ หรือกล่องๆ    เวลาจะใช้งานจึงสามารถหยิบชุดความรู้เอามาใช้ได้อย่างรวดเร็ว    เราใช้ความรู้เป็นชุดๆ นะครับ  ไม่ใช่เป็นชิ้นๆ    สมองใครใช้ความรู้เป็นชิ้นๆ จะเป็นคนงุ่มง่าม หัวช้า    คนหัวไวจะมีชุดความรู้กล่องใหญ่

ชุดความรู้มีหลายระดับ   โดยเราจัดกลุ่มสิ่งของและเหตุการณ์/เรื่องราว ออกเป็น ประเภท (category),  แบบแผน (pattern),  กฎเกณฑ์ (rule),  กระบวนทัศน์ (paradigm)   นี่คือกรอบความคิด ทั้งที่เป็นกรอบเล็ก และกรอบใหญ่   สมองของเราจัดชุดดังกล่าวทั้งโดยไม่รู้ตัว และรู้ตัว    และยิ่งก่อรูปเป็นกรอบคิดที่กว้างขึ้น เพียงไร เราก็ยิ่งตกอยู่ใต้บังคับของกรอบนั้นยิ่งขึ้น   

กรอบคิดเหล่านี้มีคุณ ช่วยให้เราคิดได้ว่องไว  และไม่ต้องออกแรงคิดมาก    แต่มีจุดอ่อนคือ เราอาจคิดผิดได้ง่าย  

ในสมองของคนเราแต่ละคน มีกล่องความคิดเรื่องใดเรื่องหนึ่งหลายกล่อง ให้เลือกใช้   ทำให้เราคิด ในต่างกล่องได้   และเมื่อกล่องความคิดเท่าที่มียังไม่เหมาะต่อสถานการณ์ที่เผชิญ    เราต้องสร้างกล่องใหม่ ไว้ใช้   นี่คือการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ ๒๑  ทีโลก VUCA มาก   การสร้างกล่องความคิดใหม่นี่แหละที่เรียกว่า Transformative Learning   เกิดการเปลี่ยนตัวตน เปลี่ยนชุดความเชื่อ 

ที่จริงกล่องความคิดหรือกรอบความคิดเป็นสมมติทั้งสิ้น    เป็นสิ่งที่มนุษย์แต่ละคนสร้างขึ้น ที่เรียกว่าเป็น construct    ไม่ได้มีอยู่จริง    แต่อาจได้รับการยอมรับร่วมกันโดยคนจำนวนมาก จนทำให้ทึกทัก ว่าเป็นความจริงแท้

หนังสือเล่มนี้แนะนำวิธีหลุดออกจากวิธีคิดเดิมๆ และมีความสามารถสร้าง “กล่องความคิดใหม่” ได้ 

ขั้นตอนที่ ๑  อย่าเชื่อ ความรู้สึก (gut feeling) ของตนเอง    เพราะนั่นคืออาการติด “กล่องเดิม” หรือที่เรียกว่า cognitive bias  

    ให้ตั้งข้อสงสัยต่อโลกทัศน์ของตนเองบ่อยๆ    ซึ่งผมตีความว่าให้ไตร่ตรองสะท้อนคิดต่อเหตุการณ์ หรือประสบการณ์ของตนเอง ในลักษณะ เถียงมุมมองของตัวเอง

ขั้นตอนที่ ๒  เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่  ความคิดใหม่  กระบวนทัศน์ใหม่    เคล็ดลับคือ ให้เน้นการตั้งคำถาม  มากกว่าการบรรลุคำตอบ 

ขั้นตอนที่ ๓  สร้างสมมติฐาน

ขั้นตอนที่ ๔  ทดสอบสมมติฐาน

ทำให้ผมสรุปว่าคำแนะนำในหนังสือเล่มนี้ คือคำแนะนำให้เราประพฤติตนเป็น “บุคคลเรียนรู้” (learning person) นั่นเอง     และวงจร adult learning ข้างล่าง ก็คือวิธีฝึกสร้างกรอบคิดใหม่ในชีวิตประจำวัน หรือชีวิตการทำงาน






การกล้าคิดนอกกรอบ ถือเป็นโอกาส    ยิ่งกล้าคิดกรอบใหม่ที่กว้าง โอกาสสร้างสรรค์สิ่งใหม่จะยิ่งสูง    เคล็ดลับคือ ให้คิด “กล่อง” ที่ใหญ่  ภายในบรรจุ “กล่องเล็ก” จำนวนมาก  โอกาสสร้างสรรค์จะยิ่งมาก  

การกล้าคิดกรอบใหม่  และมุ่งมั่นทำงานให้สำเร็จภายใต้กรอบคิดใหม่นั้น  เป็นการแสดงความเชื่อ ในอนาคตที่ไม่แน่นอน (VUCA, V = Volatile, U = Uncertain, C = Complex, A = Ambiguous)   และเปิดใจต่อความเป็นไปได้หลายรูปแบบ   เป็นการใช้ predictive thinking, prospective thinking    ตั้งคำถามที่เปิดกว้างให้มีได้หลายคำตอบ   เอาไว้เลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับทดลองใช้    หากไม่ได้ผลที่พอใจ เราก็ยังมีคำตอบรองๆ ลงไปให้ทดลองได้อีก 

นี่คือเส้นทางสู่ความริเริ่มสร้างสรรค์ และนวัตกรรม  ที่เราต้องช่วยกันพัฒนาขึ้นแก่ประเทศไทย เพื่อบรรลุ ประเทศไทย ๔.๐ 




วิจารณ์ พานิช

๑๙ ส.ค. ๖๐