ภาษาข่าวที่มีปัญหาเชิงจริยธรรม ​

ภาษาข่าวที่มีปัญหาเชิงจริยธรรม 

เรียบเรียงโดย ดร.เมธา หริมเทพาธิป


ภาษาข่าวที่มีปัญหาเชิงจริยธรรม ในปัจจุบันได้เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย ตัวอย่างผลการศึกษาภาษาข่าวที่มีปัญหาเชิงจริยธรรมในประเทศไทย พบว่า      

          1. การพาดหัวข่าว ที่ล่วงละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พิพากษา หรือตัดสินก่อนกระบวนการยุติธรรม ได้แก่ พี่น้องตระกูลโจร-ต้มหวยรางวัลที่ 1, กุ๊ยเขมรป้องทรราช, จับไอ้หื่นกร่างเป็น ตร. ขยี้กามวัยขบเผาะ, แผนชั่วแดงถ่อย, หนิงคอนเฟิร์มไม่คิดแฉพระเอกอวัยวะเพศเน่า, ชะนีตบแฟนหัวทิ่ม, ชมพู่ แขวนเต้า ปัดติด น็อต ลืมเพื่อน, ทำงี่เง่าเพราะโตแต่เต้า, โอว้ ใหม่ ของเค้าดีจริง, เป้ย ช้ำรักแต่ไม่พักอึ๋ม, ริฮานน่าปริ๊ดเม้าท์แรง อมนกเขาเจย์ซี แลกสัญญาออกเพลง, แฉ "ไทเกอร์" เสียวทั้งวัน, มาร์ท เปิดซิง ซูซี่, ยลเอมมี่เซ็กซี่ทั่วร่าง, เต้ามาริษยา, ลองลิ้มชิม (ดูด) ปากเดือด, นางงามตกกระป๋อง (ใส่ชื่อนามสกุลผู้สมัคร) กล้าดียังไง ลงเวที Miss International

          2. คำสรรพนามเรียกคน อาทิเช่น ไอ้หน้าเหลี่ยม, แอ๊บแม้ว, ลิ่ว, ม๊อบแดงถ่อย, ตุ๊ดตู่เลี้ยงแกะ, สาวกคลั่ง, จารชนตู่, จิ๋วอัลไซเมอร์, แดงคลั่ง, สัตว์นรกป่วน, กระเทยแสบ, ไอ้ทอมโจรแสบ, เดนคุก, โล้นมารศาสนา, เด็กเนวิน, ไอ้หื่นนรก, ฆาตรกรจากนรก, ไอ้เสือยี้, รัฐมนโทห้อย, ทหารนอกรีต, ลิ่วล้อ ปชป., สัญชาติคางคก, ทรพีจอมโหด, ญวนแสบ, นางร้ายพันธุ์อึ๋ม, จอมแหล, ไอ้ทิดทาสยาบ้า, มินิบัสถ่อย, สารวัตรตีนโหด,พระลูกสมุน

          3. คำกริยา อาทิเช่น แหวกเต้าเร้าใจ, อ่าซ่า!!, ขยี้กาม, ขยี้สวาท, สมสู่สัตว์เดรัจฉาน, รถส่งหวอ, ยกหาง, ฟาดหาง, เตรียมแหลผ่านสื่อ สยิวใจชาย, ปล่อยผี, เลี้ยงไม่เชื่อง, รีดมารหัวขน, แอบแรดไม่น้อยหน้าใคร

          4. คำกริยาที่เร้าอารมณ์ อาทิเช่น โวย, ฉะ, พล่าน, พาล, อ้าง, ซัด, ประชด, เย้ย, อัด, โอ่, โต้, โม้, โบ้ย, เย้ย, แขวะ, ข่ม, ขู่, แถลงเย้ย, บี้, บึ้ม, ฮึ่ม, ตอก, จวก, กระทุ้ง, โต้เดือด, สังเวยตีนผี, กรี๊ด, ไล่บี้, สับ, สวน, ซิ่งสยอง, ซด, ล่า, ลั่น, ตื้บ, เป่า, ปัด, ป่วน, กร่าง, รัวถล่ม, เป่าดิ้น, ดับสยอง, กระซวก, ลากไส้, โอหัง, ประกาศกร้าว, งัดข้อ, ปรี๊ดแตก, ฉีกร่าง, เฉดหัว, ถูกสอยร่วง

          5. สำนวน อาทิเช่น ชั่วเกินจินตนาการ, ดับแค้นด้วยลูกซอง, อบรมลูกเลี้ยงด้วยพร้า, ห่วงน้องจนลืมเต้า, มะหมี่แค้นฝังหุ่น, สัญญางูเห่าไม่เห่า, เหยื่ออันโอชะ, สารภาพสิ้นไส้, อาญาเถื่อน, เงื้อดาบรอฟัน, ศึกช่างกลเมืองกรุงปะทะกันอีกรอบ, ตีสองหน้า, นรกส่งมาเกิด, ปากกล้าขาสั่น, ทรราชรุ่นพี่สอนน้อง

          6. แทรกความคิดเห็นลงในข่าว อาทิเช่น เจ้าตัวดิ้นพล่านยังสร้างความปั่นป่วนในชาติไม่รู้จักจบสิ้น, เพื่อไทยนึกว่าคนไทยกินหญ้า, ปานนายกรัฐมนตรีคนที่สอง, ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จผ่านทวิตเตอร์, จตุพรเดินหน้าขายชาติ, ปากดีเหน็บ, ยังปากเก่ง, แดงขี้ขึ้นสมอง, ยังมีหน้ามาสอน, ดันทุรังก่อม็อบเถื่อน, หนีสื่อมุดบ้านนายก, ดอกมหาโหด แฟนหวยออนไลน์ต้องซดน้ำแห้วร้องเพลงรอไปก่อน, หวยออนไลน์สุดมีกรรมเดี๋ยวท้องเดี๋ยวแท้งจนนักเลงหวยมึนคิดตามไม่ทัน, นาธานโคตรตอแหลจริงๆ, จีจีเอฟหมดปัญญาลืมตาอ้าปาก, ม่ายเสือสาวตระเวนอ่อยหนุ่มกลัดมัน, ผู้หญิงคนแล้วคนเล่ามาคอยบำบัดโรคขาดความรัก, หนุ่มอาร์เป้าเริ่ดของอิชั้น, ทั้งคู่กอดรัดกันอย่างกับกลัวจะพลัดหลงจากกัน, แค่หางตาก็ดูออก, ประกาศเจอหน้าขอท้าตีตบ, อย่างนี้ตัดบัวเหลือใยชัวร์, อย่าลืมว่าหญิงรักหญิงยังเป็นเรื่องแปลกในสังคมไทย, ทอมไม่หล่อแต่อร่อย, ความรักมันคงจุกอกล้นใจแถมไหลลงตับไส้พุงหมดแล้ว, ร่วมรักกันในกุฏิอย่างโจ๋งครึ่ม

          7. เสนอข่าวเลื่อนลอยปราศจากแหล่งที่มา อาทิเช่น พบประเด็นดังกล่าว ปรากฏในข่าวเกือบทุกประเภท เช่น เว็บไซต์ต่างประเทศรายงาน, แหล่งข่าวใกล้ชิดกับการเจรจาครั้งนี้, นักวิเคราะห์รายหนึ่ง, รายงานข่าวเปิดเผยว่า, มีกระแสข่าวว่า, แหล่งข่าวรายหนึ่งแจ้งว่า, แหล่งข่าววงใน, หน่วยสืบราชการรักสแกนดูหัวใจม่ายสาวว่า

          8. การใช้ภาษานวนิยาย อาทิเช่น เหตุพิษรักแรงหึงนำมาสู่โศกนาฏกรรมครั้งนี้, เลือดสาดคาบันไดรถ, กระดูกแตกแหลกเละ, ส่งกลิ่นคาวคลุ้งไปทั่ว, จับตาเกาะกงสวรรค์น้อยๆ ของทักษิณ, ซิ่งนรก, เผาเป็นจุณ, เศษเนื้อมนุษย์กระจายไปทั่วบริเวณ, เรื่องราวชวนสยองขวัญ, ลอยกระทงเลือด, ส่วนภายในห้องเก็บของเปราะเปื้อนไปด้วยรอยเลือดสีแดงฉานส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งสาดกระเซ็นเปื้อนหนังสือ, ยืนร้องไห้น้ำตาซึมเพราะความเสียใจ มองร่างไร้วิญญาณของลูกสาวที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ โดยเฉพาะนางวราภรที่ร้องไห้แทบขาดใจ, ยานรกสุมไฟ, พ้นอเวจี, ขวานพิฆาต, ทูตมรณะ

          9. การใช้คำล่อหลอกให้เข้าไปอ่าน หรือ Click bait เป็นการพาดหัวหลอก/ล่อให้ติดตาม (click) เข้าไปชมหรืออ่านเนื้อเรื่องในเว็บของตน มองประเด็นคุณค่าข่าวเป็นเพียงการตอบสนองความอยากรู้อยากเห็น แต่เป็นคุณค่าเทียม เพราะเกิดจากการสร้างขึ้น ประการสำคัญ ไม่มีเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์อะไร เป็นเพียงการล่อหลอกเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนจากการเพิ่มผู้เข้าชม

เช่น... คลิปหนุ่มพิเรนทร์ จุดปะทัดยักษ์ แล้วเอากะละมังครอบไว้ก่อนนั่งทับ รอจนประทัดระเบิดตูม คลิกดู แล้วจะรู้ว่าผลเป็นยังไง..., "แต้ว" เคลียร์ชัด! ปุ่มนูนๆ ที่หน้าอก ที่แท้คือ..., เด็กสาวห้าวเกินเหตุ โดดลงบ่อไปแหย่จระเข้ยักษ์ สุดท้ายเป็นยังไง...

คลิปหลังนี้ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง มีผู้เข้าไปชมแล้วกว่า 53,000 คน โดยที่เว็บข่าว ซึ่งเจ้าของเป็นสื่อหนังสือพิมพ์หัวสีชื่อฉบับหนึ่ง ไม่ได้ลงทุนอะไรเลย เพียงใช้คนเสาะหาคลิปจาก You Tube มาใส่ไว้ในข่าว ตัดต่อภาพจากวีดิโอมาเป็นภาพนิ่ง 1 หรือ 2 ภาพ เขียนพาดหัวแบบ click bait แล้วใช้สื่อออนไลน์หลอมรวม (converged) เข้ากับเว็บข่าว เมื่อคนอ่านหัวข่าวบนสื่อออนไลน์ก็คลิกเข้ามาอ่านเนื้อข่าว 2-3 บรรทัด จากนั้นก็กดคลิปดู ได้ยอด view แล้ว ส่วนสาระจะเป็นอย่างไร ไม่สนใจ นับเป็นการลงทุนข่าวถูกที่สุด จระเข้ก็ไม่ยักษ์จริง และเด็กสาวก็วิ่งกลับขึ้นมาบนบ่อ ไม่ได้เกิดอะไรขึ้น

          ภาษาข่าวที่มีปัญหาเชิงจริยธรรมดังกล่าว ส่วนหนึ่งอาจเกิดขึ้นจากกระแสฮอลลีวู้ดที่เน้น “อุดมการณ์แห่งความบันเทิง” โดยแพร่ขยายจากวงการภาพยนตร์เข้าไปสู่วงการอื่นๆ ทั้งในวงการข่าวสาร การศึกษา กีฬา ศาสนา การเมือง และการตลาด ดังนั้น สื่อสิ่งพิมพ์ นิตยาสาร และข่าวต่างๆ จึงต้องปรับตัวให้เกิดสีสัน เร้าอารมณ์ หรือมีความเข้มข้นในเชิงอารมณ์มากขึ้นเพื่อดึงดูดผู้อ่าน จนกระทั่งในช่วงศตวรรษที่ 1990 สื่อเริ่มสร้างบรรทัดฐานใหม่ นำไปสู่การคุกคามสิทธิความเป็นส่วนตัวของบุคคลสาธารณะ สร้างวัฒนธรรมนินทา (Gossip) ในทุกวงการคนดัง ไม่ว่าจะเป็นดารา นักกีฬา นักการเมือง กระมั่งราชวงศ์ก็ยังถูกสื่อมวลชนเอามาล้อในเชิงสนุกสานเพื่อเรียกเรทติ้งและเอามาขายในรูปแบบ “ดราม่า” เพื่อสนองความกระหายสนใจใคร่รู้ของสาธารณชน

          ในประเทศไทยได้รับเอาวัฒนธรรมเหล่านี้เข้ามาโดยขาดการกลั่นกรอง และขยายวงกว้างด้วยอำนาจอินเตอร์เน็ตอันทรงพลัง สิ่งพิมพ์ขยะ (Junk journalism) ที่ไม่ช่วยจรรโลงสังคมเกิดขึ้นมากมาย คนไทยเริ่มสนใจ “เปลือกผิว” อันเป็นรูปลักษณ์มากกว่า “แก่นสาร” เชิงคุณค่าในการพัฒนาคุณภาพชีวิต วัฒนธรรมการสร้างภาพ การสร้างข่าวดราม่า กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปในสังคมไทยปัจจุบัน ประชาชนผู้ใช้สื่อหลายคนต่างได้รับอิทธิพลเหล่านี้มาจากสื่อมวลชนและเกิดสั่งสมเป็นเวลานานจนติดเป็นนิสัย เป็นค่านิยมในการดำเนินชีวิตบนโลกออนไลน์

          แม้ดูเหมือนว่าการใช้ภาษาที่กระตุ้นอารมณ์จะเป็นสุนทรียะอย่างหนึ่งของมนุษย์ เป็นภาษาสิ่งพิมพ์แบบไทยๆ แต่ถ้ามากจนเกินงาม สิ่งที่ตามมาก็คือผลกระทบต่อผู้ที่ถูกพาดพิง การถูกกำหนดภาพลักษณ์ที่ไม่สร้างสรรค์ การไม่เคารพศักดิ์ศรี สิทธิเสรีภาพของบุคคล และขาดความรับผิดชอบในเชิงจริยธรรมของการใช้สื่อ

          นอกจาก “อุดมการณ์แห่งความบันเทิง” จากกระแสฮอลลีวู้ดแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สร้างปัญหาในโลกโซเชียลก็คือ “การลอกเลียนแบบวาทกรรมเกลียดชัง” จากสื่อมวลชนในช่องทีวี โดยเฉพาะทีวีดิจิทัลที่ได้นำเสนอข่าวสารตามความต้องการของนักการเมืองและนักธุรกิจ โดยคนสองกลุ่มนี้จะใช้อำนาจและทุนเป็นเครื่องมือในการควบคุมสื่อ ทำให้จริยธรรมสื่อมวลชนทำได้ยาก ปัญหาที่น่าห่วงที่สุดคือกลุ่มเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุบางกลุ่มที่ขาดทักษะการรู้เท่าทันสื่อ (Media Literacy) ในการเลือกเสพ กลั่นกรอง และปฏิบัติต่อสื่อที่ได้รับและส่งอย่างมีวิจารณญาณ หรือแม้แต่ผู้รับสารที่พยายามเลียนแบบพฤติกรรมสื่อมวลชนที่มีปัญหาทางจริยธรรม การเลียนแบบเน็ตไอดอลในเชิงภาพลักษณ์ที่ไม่ตอบโจทย์ในเรื่องคุณค่า เพื่อทำตัวเองให้ดูเด่นในโลกออนไลน์

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน รู้เท่าทันสื่อ

คำสำคัญ (Tags)#ดร.เมธา หริมเทพาธิป#ดร.เมธา#หริมเทพาธิป#​ภาษาข่าวที่มีปัญหาเชิงจริยธรรม ​#​ภาษาข่าว#ปัญหาเชิงจริยธรรม ​

หมายเลขบันทึก: 636622, เขียน: 13 Sep 2017 @ 23:04 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)