วันที่ 5 กันยายน 2560 วันนี้เป็นวันที่มีงานเช้าและก็ถือว่าเป็นงานใหญ่ เนื่องด้วยวันนี้มีกิจกรรมจากททท.(การท่องเที่ยวไทย)ที่จะมานำร่องให้ชุมชนของเราเป็นชุมชนแห่งการท่องเที่ยว "โครงการนำร่องวิถีเกษตร" โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดกายจนบุรีเป็นประธานในการเปิดงานในครั้งนี้ เรามาดูเลยว่าวันนี้พวกเราจะทำอะไรกันบ้าง..

(ก่อนอื่นมาถึงพวกเราก้ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมกันเลย)
(มีการรำเปิดงานโดยคณะรำเหย่ยของป้าบุษกร พรมมา)
(พ่อแรม เชียงกา ได้อธิบายเดี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้กับรองผู้ว่าราชการจังหวัดได้ฟัง)
(โดยมีท่านวิทยากรมาให้ความรู้แก่ชาวบ้านในชุมชน)
(วิทยากรได้พูดคุยและทำกิจกรรมร่วมกับชาวบ้านโดยการให้บอกปราญช์ชาวบ้านในตำบล)
หลังจากเสร็จกิจกรรมตรงนี้ก็มีการพักเบรกโดยการจัดโอวันตินกาแฟและขนมท้องม้วนเพื่อให้ชาวบ้านและผู้เข้าร่วมอบรมได้พักรับประทานอาหารว่าง
(กำลังจัเตรียมอาหารว่างให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับประทานและมีนักเรียนนายร้อยมาช่วยด้วย)
หลังจากที่ทานอารหารว่างและรับประทานอาหารกลางวันเสร็จพวกเราและทางคณะททท.ได้ขึ้นรถรางเพื่อเยี่ยมกลุ่มต่างๆในชุมชน เริ่มจากกลุ่มพริกแกงตำมือเป็นสิ่งที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นในการทำพริกแกง

(พริกแกงตำมือของหมู่ที่ 6)
จากนั้นเราก็เดินทางไปสถานที่ 2 เป็นกลุ่มทอผ้า โดยการทอผ้าแบบโบราณโดยใช้เท้าเหยียบและใช้หลอดด้ายสไลด์เพื่อให้เกิดสวยลายที่สวยงามและปราณีต
(กำลังสาธิตการทอผ้าเพื่อให้ลวดลายที่สวยงาม)
สถานที่ 3 เป็นกลุ่มเรื่องไส้เดือน ลักษณะของการเลี้ยงไส้เดือนเป็นการเลี้ยงไส้เดือนภายในกาละมังและใช้ดินเป็นที่อยู่อาศัยจากนั้นเมื่อไส้เดือนโตเต็มไว้ก็จะการแยกไส้เดือนออกแล้วนำดินที่เพาะไว้เดือนออกมาล่อนเพื่อให้ได้มูลไส้เดือนออกมา มูลไส้เดือนสามารถนำไปทำปุ๋ยได้ ตกกิโลล่ะ 40 บาท เป็นการสร้างรายได้ให้ชุมชนอีกทาง
(กาละมังเพาะเลี้ยงไส้เดือน)
หลังจากนั้นได้เดินทางไปยังสถานที่สุดท้ายนั่นคือโรงสีข้าวของเรานั่นเอง โดยทางททท.จะมาถ่ายถึงการแพ็คข้าวและความเป็นมาของโรงสีรวมถึงบรรยากาศรอบๆโรงสีของเรา
(เตรียมแพ็คข้าวเพื่อจะรอสาธิตให้กับทางททท.เข้ามาทำรายการ)

(กำลังบอกถึงวิธีการของการแพ็คข้าวให้พิธีการได้ฟัง)
งานในวันนี้ของพวกเราจบลงด้วยดี มันทั้งเหนื่อยสนุกและยังได้เรียนรู้ประสบการณ์การทำงานไปพร้อมๆกัน และในวันต่อๆไปเราจะทำอะไรและจมีใครมาอีกบ้างต้องติดตามกันต่อไปน่ะคะ







