การถอดองค์ความรู้ขององค์กร

หลังจากได้นำเสนอแผนการจัดการความรู้ขององค์กรเรื่อง การนิเทศการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อนในโรงเรียนศานติวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1-8 กันยายน 2560 และมีจุดประสงค์เพื่อถอดองค์ความรู้ตามที่ได้วางแผนไว้นั้น ข้าพเจ้าได้ดำเนินงานตามแผนการที่วางไว้จึงขอสรุปผลดังนี้

รายงานการนิเทศการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน

รายงานการนิเทศการสอน ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2560 กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  โดย คุณครูเตชินี  แสงสว่าง ผู้สอน และร่วมสังเกตชั้นเรียน โดยคุณครูนาดิร  โยธาสมุทร  คุณครูรมธิราย์  พุกมะหะหมัด  และคุณครูสุมินตรา  เยนา

ขั้นเตรียมการ

ประชุมวางแผนและกำหนดวิธีการสอนในวันอังคารที่ 5 กันยายน 2560 วิธีการสอนในครั้งนี้คือ วิธีสอนแบบทีม (Team Teaching Method) โดยคุณครูนาดิรได้บอกถึงวิธีการสอนแบบทีมว่าเป็นกระบวนการแบบเพื่อนช่วยเพื่อนคือการร่วมกันวางแผนในการสอน ร่วมสอนในห้องเรียน สังเกตการสอนในห้องเรียน ร่วมกันสรุปผลเพื่อหาจุดดีและจุดด้อยเพื่อปรับใช้ในการสอนในครั้งต่อไป คุณครูเตชินี เป็นครูประจำวิชา ได้เลือกเรื่องที่จะสอนในครั้งนี้ คือเรื่องแรงในชีวิตประจำวัน ( แรงดันอากาศ  แรงดันของเหลว  และการลอยและการจมน้ำ ) โดยคุณครูรมย์ธิรา ได้แนะนำแนวทางในการสอนว่าให้ใช้วิธีการสอนแบบทดลองเพราะเด็กจะมีความสนใจและเป็นการทำให้เด็กสามารถเข้าใจได้ดีกว่าการสอนแบบบรรยาย

ปฏิบัติการสอน และประเมินผลนักเรียน พร้อมสรุปผล

ขั้นการปฏิบัติการสอน

     วันพุธที่ 6 กันยายน 2560 คาบเรียนที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

เนื้อหาในการสอน แรงดันอากาศ  แรงดันของเหลว  และการลอยและการจมน้ำ

วิธีการสอน  การทดลองและการบรรยาย

พฤติกรรมการเรียนรู้

   คุณครูบอกจุดประสงค์ของการเรียนในวันนี้ว่าจะมีการทำการทดลองโดยได้พานักเรียนไปเรียนที่ใต้อาคารบริการเพราะสามารถทำการทดลองได้ง่ายกว่าในห้องเรียน

     การทดลองที่ 1 คุณครูขออาสาสมัครเพื่อออกมาทำการทดลองเรื่องแรกคือ แรงดันอากาศ โดยได้ทำการดึงหนังสือพิมพิ์ เพื่อเปรียบเทียบแรงที่ใช้ดึงกระดาษหนังสือพิมพ์ขนาด 1 แผ่น และขนาด  แผ่น เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร และคุณครูได้ให้นักเรียนทุกคนออกมาทำการทดลองทุกคนนักเรียนมีความกระตือรือร้นในการออกมาทำการทดลองและร่วมกันตอบว่ามีความแตกต่างกัน โดยคุณครูได้อธิบายเพิ่มเติมและให้นักเรียนสรุปผลการทดลองในหนังสือเรียน

     การทดลองที่ 2 คุณครูขออาสาสมัครเพื่อไปนำกะละมังไปใส่น้ำในการทดลอง เรื่องการลอยและการจมน้ำ โดยใส่วัตถุต่างๆเพื่อทดสอบว่าวัตถุใดบ้างที่ลอยและจมน้ำ นักเรียนได้ร่วมกันดูและสังเกต แต่มีนักเรียนบางส่วนไม่มาดูการทดลองและนั่งคุยและเล่น ได้แก่ ด.ช.อิทธิกร ด.ช.ธนบูรณ์ ด.ช.ฮามีส ด.ช.ชารีฟ และนักเรียนหญิงที่ไม่ค่อยมีความกระตือรือร้นการการสังเกตการทดลองครั้งนี้เท่าที่ควร และเมื่อการทดลองจบคุณครูได้อธิบายเพิ่มเติมถึงแรงลอยตัวว่าหมายถึงแรงที่ช่วยพยุงให้วัตถุไม่จมลงในของเหลว  โดยแรงลอยตัวจะกระทำกับวัตถุในทิศตรงข้ามกับแรงเนื่องจากน้ำหนักของวัตถุ และให้นักเรียนสรุปผลการทดลองในหนังสือเรียน

การทดลองที่ 3 คุณครูขออาสาสมัครเพื่อนำน้ำใส่ขวดพลาสติกใส่น้ำในการทดลอง เรื่องแรงดันของเหลวโดยสังเกตการไหลออกของน้ำในขวดพลาสติก และครูถามคำถามหลังทำกิจกรรมดังนี้

- น้ำพุ่งออกมาจากรูใดใกล้ที่สุด

- น้ำที่พุ่งออกจากรูด้านบนมีแรงเป็นอย่างไร  

- ความดันของน้ำเป็นอย่างไร

- น้ำพุ่งออกมาจากรูใดไกล

- น้ำที่พุ่งออกจากรูด้านล่างมีแรงเป็นอย่างไร  

- ความดันของน้ำเป็นอย่างไร

     เมื่อการทดลองเริ่มขึ้นได้สักระยะหนึ่งนักเรียนเริ่มไม่มีสมาธิในการดูการทดลองมีการเล่นและพูดคุยกัน แต่ ด.ช. ดาวิม และ ด.ญ.ฟิรฮาน่า ยังมีสมาธิและยังสังเกตการทดลองได้ดี เมื่อการทดลองเสร็จคุณครูได้ถามคำถามดังกล่าวนักเรียนให้ความร่วมมือในการตอบได้ดี และคุณครูได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทดลองนี้ว่า   ความดันของของเหลว หมายถึง แรงที่ของเหลวกระทำตั้งฉากต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่  โดยของเหลวจะมีแรงกระทำต่อวัตถุทุกทิศทุกทาง และให้นักเรียนสรุปผลการทดลองในหนังสือเรียน

     สรุปผลการสอน

     คุณครูปฏิบัติการสอนตรงตามแผนการสอนที่วางแผนการไว้ นักเรียนให้ความร่วมมือและสนใจในการทดลองได้ดี แต่ในช่วงการอธิบายเพิ่มเติมของคุณครูนักเรียนยังไม่ค่อยตั้งใจฟังเท่าที่ควร และจากการสอบถามนักเรียนบางคน คือ ด.ช.ชารีฟ ด.ช.ดาวิม ด.ช.ฮามีส ด.ช.อิทธิกร ด.ช.อันศอร ด.ช.อัฟด้อล และ ด.ญ.ฟิรฮาน่า ในช่วง10นาทีสุดท้ายในการเรียน โดยแยกออกมาเพื่อถามคำถามทดสอบความเข้าใจในบทเรียนโดยคุณครูนาดิร  โยธาสมุทร  คุณครูรมธิราย์  พุกมะหะหมัด  และคุณครูสุมินตรา  เยนา ผลปรากฎว่า นักเรียนทั้ง 7 คน มีความชอบในการเรียนการสอนแบบทดลองนี้ เพราะสามารถเข้าใจง่ายและสนุก ด.ช.ชารีฟบอกว่าชอบการเรียนแบบนี้เพราะได้ออกมาเรียนนอกห้องเรียน คุณครูได้ถามเพื่อทดสอบความเข้าใจโดยใช้คำถามดังนี้ 1.วันนี้เรียนเรื่องอะไรบ้าง 2.มีการทดลองกี่เรื่องอะไรบ้าง 3.นักเรียนมีความเข้าใจและไม่เข้าใจในเนื้อหาส่วนไหนบ้าง

ผลปรากฎว่า นักเรียนสามารถตอบคำถามในข้อ 1 และข้อ 2 ได้ดี โดยนักเรียนได้บอกว่าส่วนช่วงที่ครูบรรยายเพิ่มเติมยังไม่ค่อยเข้าใจเพราะมีการอธิบายที่เร็วเกินไป นักเรียนบางคนเป็นคนที่ทำงานช้า เขียนหนังสือไม่คล่อง ควรให้เวลานักเรียนมากขึ้น โดยการเรียกนักเรียนในกลุ่มที่เรียนรู้ช้า เช่น ด.ช.ฮามิส ด.ช.มุฮัมมัด ออกมาสรุปความรู้ให้เพื่อนฟังอีกครั้งหนึ่ง

สรุปการนิเทศการสอน

   การนิเทศการสอน ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2560 กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  โรงเรียนศานติวิทยา ในวันที่ 5-6 กันยายน 2560 ผลการนิเทศสรุปว่านักเรียนร้อยละ 90 มีความเข้าใจในเนื้อหาและสามารถตอบคำถามได้

ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม

     การสอนแบบการทดลองเป็นสิ่งที่ดีและเป็นวิธีการสอนที่น่าสนใจแต่ต้องคำนึงถึงการจัดการห้องเรียนด้วยเพราะเป็นสิ่งที่สำคัญ เช่น เรื่องการจัดที่นั่งของนักเรียน และการกระตุ้นนักเรียนให้มีสมาธิและสนใจในสิ่งที่ครูกำลังสอนหรืออธิบาย เช่น การให้นักเรียนปรบมือเพื่อดึงสมาธิให้สนใจครูผู้สอน ควรจัดการและแบ่งเนื้อหาการสอน การทดลองในแต่ละชั่วโมงไม่ให้มากเกินไป เพราะการทดลองมากเกินไปจะทำให้นักเรียนเบื่อได้เช่นกัน ควรมีการตั้งคำถามทั้งก่อน และ หลังการทดลองควบคู่ไปด้วย โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ตอบคำถามมากขึ้น ทั้งนี้การสอนจะต้องมีการฝึกฝนเพื่อให้เกิดความชำนาญและประสบการณ์เพียงแต่ต้องใช้ความอดทนและตั้งใจอย่างแน่วแน่เพื่อที่จะฝึกฝนตนเองให้เกิดความเชี่ยวชาญในวิชาที่ตนเองสอนมากขึ้น