เครื่องมือของนักปฏิบัติที่มีพลังสูงพอที่จะทำให้ผู้ปฏิบัติถูกต้องสามารถก้าวไปสู่ความหลุดพ้นได้ก็มีสามอย่างก็คือ ข้อปฏิบัติดีงาม(เรียก ศิล)  สงบเราเรียกว่าสมาธิ กับ รู้แจ้งเห็นจริงรูปนามที่กำลังปรากฏในปัจจุบันก็เรียกกันว่า วิปัสสนา หรือบางท่านก็จะได้ทราบมาว่าการทำสมาธิจะได้พลังการเพ่ง(ฌาน) การทำวิปัสสนาจะได้ปัญญา(ญาน) นั่นเองเครื่องมือทั้งสามถ้าใช้กันอย่างบูรณาการแล้วก็จะได้พลังที่ประสิทธิภาพในการประหาญจิตที่เป็นจิตกิเลสที่มีถึง 12 ดวงได้ไม่ยาก

  ที่จะพูดวันนี้ก็จะขอบอกการวัดระดับสมาธิก่อนถึงระดับฌานระดับ1ครับ คนเราที่ต้องการทำสมาธิก็สามารถทำตามวิธีที่ตนชอบได้ตามสบายแต่เรามักจะไม่สามารถวัดระดับความก้าวหน้าได้ก็จะเป็นการปฏิบัติไม่เป็นระบบเราลองมาวัดระดับกันดูดังนี้

  1. ถ้าการปฏิบัติมีการยกหรือกำหนดอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งไว้เพียงอารมณ์เดียว(เรียก วิตก)แล้วสามารถประคองอารมณ์อยู่กับจิตให้เฝ้าตรวจดูอารมณ์นั้นอยู่ได้(เรียก วิจาร) ถ้าทำได้เพียงสั้นๆแล้วจิตไปคิดถึงอารมณ์อื่นพอรู้ตัวก็กลับมาใหม่ เราเรียกระดับนี้ว่า สมาธิระดับชั่วขณะ
  2. เมื่อทำตาม1แล้วประคองได้ดีขึ้นนานขึ้นจะเกิดความอิ่มใจ(เรียก ปิติ)เมื่ออิ่มใจนานเข้าความสบายใจก็เกิดขึ้น(เรียก สุข)ในขณะนี้จะมี วิตก วิจาร ปิติ สุข เกิดจิตอยู่ได้ระดับนี้แล้วมีการถอยลงสู่ระดับ 1 แล้วกลับมา ระดับ 2 เราเรียกว่า สมาธิระดับ 2บางท่านก็เรียกระดับจวนเจียน
  3. เมื่อประคองจิตได้ระดับสองนานๆจิตจะแนบแน่น แน่วแน่เกาะในอารมณ์เดียว(เรียก เอกัคคตา) เมื่อ มี วิตก วิจาร ปิติ สุข และ เอกัคคตา เราเรียกสมาธิระดับ 3 หรือ ฌาน1นั่นเองครับ.......

คนเราเมื่อเคยไปที่ใดแล้วจะไปอีกคงจะไม่ยากแต่ถ้าไม่ไปนานๆก็จะไปไม่ถูกได้เช่นกันสมาธิก็เช่นกันทำอยู่เสมอจิตจะคุ้นเคยเหมือนนักเดินทางที่มีความชำนาญในเส้นทางครับ...