วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พุทธชินราช
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พุทธชินราช วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พุทธชินราช วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พุทธชินราช

เทคนิคการบริการที่ดี (กลุ่มงานอำนวยการ)


โครงการพัฒนากระบวนการจัดการความรู้เพื่อสร้างแนวปฏิบัติที่ดีในองค์กร

ในวันที่ 7 เมษายน ๒๕60

ณ หอประชุมเบนทุสรณ์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พุทธชินราช

เรื่อง “เทคนิคการบริการที่ดี”

โดย อาจารย์สุกานดา  เมฆทรงกลด พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลพิจิตร

………………………………………………………………………………………..

 

วิทยากร : คนทำงานบริการได้ต้องเป็นคนที่จิตใจสูงเพราะงานบริการเป็นงานที่ทำให้กับผู้อื่น เราเพียงแต่ได้       เงินเดือนเท่านั้น เวลาที่พูดถึงบริการดี ๆ พวกเราคิดว่าเป็นแบบไหน?

เจ้าหน้าที่ : รวดเร็ว มีรอยยิ้ม พูดเพราะ ๆ พูดดี ๆ เต็มใจตอบ เต็มใจให้บริการ ยิ้มแย้มแจ่มใส ให้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน ไม่ชักสีหน้าเวลาให้บริการ แนะนำให้เราเข้าใจ จริงใจ ข้อแนะนำจนสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้

วิทยากร : เมื่อเราถามว่าบริการที่ดีเป็นอย่างไร ส่วนใหญ่ตอบว่า พูดี พูดเพราะ อธิบายดี ถามอะไรก็ตอบ ชัดเจน เรื่องพูดเยอะมาก รวดเร็ว มีบางปะปลาย ตรงเวลา 1 คน งานบริการเป็นงานที่เราทำให้กับผู้อื่น ท้ายสุดเราก็จะได้เงินเดือน ก็อยากจะบอกว่า เวลาที่พูดว่าเวลาการดี เราอยากได้อะไรจากคนอื่น เราบอกได้แล้ว วันนี้พวกเราอยากได้เป็นเรื่องปกติ ทุก case ที่เค้าเข้ามาติดต่อที่วิดลัยพยาบาลเค้าก็อยากได้เหมือนเรา ไม่ใช่แค่ผู้มาติดต่อวิทยาลัยเท่านั้นพวกเรากันเองก็อยากได้แบบนี้เหมือนกัน พวกเราเองที่เป็นคนภายในเค้าเรียกว่า ลูกค้าภายใน เวลาที่เราทำงาน ลูกค้าของพวกคุณเป็นใคร เวลาที่เราบริการเราบริการให้กับใคร

เจ้าหน้าที่ : นักศึกษา อาจารย์ ผู้ปกครอง

วิทยากร : เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเราแสดงเป็นภาพลักษณ์ของวิทยาลัยทั้งสิ้น เห็นไมว่างานเกิดขึ้นละ บริการเกิดขึ้นละ จะเห็นว่านักศึกษาอยู่กับเรา 4 ปี ผู้ปกครองมาส่งลูกตอนมาและรับลูกกลับตอนจบแค่นั้น วิทยากรหรือลูกค้าภายนอกก็นาน ๆ มาที บริการก็น้อยมาก แต่ที่จะมาพูดเรื่องบริการ พวกพี่เป็นเป้าหมายที่สำคัญ เพราะพวกพี่อยู่ด้วยกันทุกวัน ถามว่างานแต่ละงานเกี่ยวข้องกันและเกื้อกูลกัน บางครั้งพวกพี่ทำงานไม่มีความสุข เพราะการให้บริการภายในที่บั้นทอนกันเอง ใกล้นักมักไม่ค่อยมีความเกรงใจ บางครั้งก็ทำให้เกิดความบกพร่อง คนกันเองก็ทำเอง ก็ทำให้เกิดความชอกช้ำ เพราะไม่เกรงใจกัน อันนี้ก็เป็นปัญหาของการบริการ ทีนี้ก็มาถึงว่าบุคลากรเข้าใจความหมายของงานบริการชัดเจนไม อันนี้อาจารย์ไม่แน่ใจ แต่อยากจะบอกว่างานบริการคือการทำให้กับคนอื่น ฉะนั้นเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากเลยคือการสื่อสาร เรื่องจะบริการอย่างไรให้มันดี ๆ เห็นไมเมื่องี้ที่พี่ ๆ บอกไหลลงสู่การสื่อสารทั้งหมด บางครั้งผลงานเสมอกัน ๆ กัน แต่ถ้าเค้าพูดดีก็ก็สบายใจ บางครั้งผลงานมันดีนะ แต่มันพูดไม่ดีก็ไม่อยากใช้บริการ เพราะฉะนั้นหันมาดูงานบริการที่ใกล้เคียงกับพวกเรา เช่นร้านขายก๋วยเตี๋ยว บาทีรสชาติไม่ได้ดีกว่ากันเลย แต่แม่ค้าพูดดีเราก็กิน เรื่องพูดจาเป็นเรื่องที่สำคัญมาก คุณหมอบางท่านฝีมือดี คนวงในรู้กัน แต่คำพูดเนี่ยโห สุดท้ายแล้วได้อะไร เหนื่อยเปล่านะ ทำงานออกมาดี สุดท้ายได้เงินเดือน แต่ที่คนเข้ามาพึ่งพาเพราะเค้าไม่มีทางเลือก แต่ถ้ามีทางเลือกเค้าก็จะไม่มา เหมือนกันบางคนพูดจาไม่ได้ ก็จะไม่ได้มิตรสหาย ได้แต่ศัตรู และบางคนก็ไม่รู้ตัว อาจเป็นคนที่พูดจาไม่ได้ระมัดระวัง รวมทั้งตัวเราด้วย ที่เผลอตัว ในการทำงานบริการทุกคนก็อยากเป็นคนดี อยากมีผลงานที่ดี เพียงแต่บางทีเราทำไปด้วยความคุ้นชิน คิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่มันดี แต่จริง ๆ แล้วเราไม่รู้หรอกต้องมีคนบอกเรา วันนี้ก็เลยหยิบปัญหาของงานบริการหรือจะเรียกว่าเป็นรากเหง้าของงานบริการเลยก็ได้มา คือ การสื่อสาร บางคนทำงานโอเครละ พอพูดจาไม่ดีก็กลายเป็นไม่ดีเลย หรือเรียกว่าลมเพลมพัด หรือคุณภาพแบบผีเข้าฝีออก บางวันดีเกินเหตุฝีเข้า ทำงานดีมาก แต่วันนี้ผีออก อย่าเข้าไปใกล้เลย พวกเราเองก็จะรู้กันดีด้วย ตัวอย่างเช่นพยาบาลสองคนทำแผลถูกต้องตามหลักการเลย แต่คนหนึ่งพูดเพราะ ในขณะที่อีกคนไม่พูดเลย คนไข้ก็จะบอกว่าคนนี้ทำแลเจ็บ ในขณะที่คนที่พูดเพราะคนไข้จะบอกว่ามือเบา มันอยู่ที่เทคนิคในการสื่อสาร วันนี้พวกคุณไม่ได้ทำกับคนไข้ แต่พวกคุณทำกับลูกค้าภายใน ฉะนั้นเรามาดูว่า

 

จิตวิทยาในการสร้างความสัมพันธ์กับบุคคล

 

เราต้องรู้ก่อนว่าใครเป็นเกี่ยวข้องกับเราบ้าง แน่นอนต้องมีผู้บังคับบัญชา ทุกคนมีเจ้านายมีหัวหน้า ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือน้องมาใหม่และเราต้องสอนงานน้อง เพื่อนร่วมงานของเรา ไม่ว่าใครจะตำแหน่งไหนเราเป็นเพื่อร่วมงานกัน และผู้รับบริการ ได้แก่ อาจารย์ นักศึกษา ผู้ปกครอง และคนอื่น ๆ ที่มาติดต่อราชการ ฝรั่งเค้าจะทำตามคำสั่งเลย แต่ประเทศไทยเราทำตามสัมพันธภาพ ยกตัวอย่างเช่น งานใดที่แม้ไม่มีคำสั่งเลย แต่สัมพันธภาพดีก็มาช่วยเลย แต่งานใดต่อให้มีคำสั่งแต่งตั้งแต่ถ้าสัมพันธภาพไม่ดี บางทีก็จะบอกกูไม่ว่าง เราจะเห็นว่าคำสั่งฉบับเดียวไม่ได้ช่วยให้งานสำเร็จเราจะเห็นว่าคนไทยใช้สัมพันธภาพเยอะมาก พี่ว่าจริงไม งานบางงานชอบใจกันก็ช่วยกันเป็นอย่างดี แต่งานที่ไม่ชอบใจกันก็ไม่ช่วยเลย พี่ว่าจริงไม มีทุกที่ ความสัมพันธ์ที่ดีจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน เพราะฉะนั้นเวลาเราทำงานบริการ การพูดนั้นเป็นสื่อที่สำคัญที่ทำให้งานสำเร็จ การพูดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ฝีมืออย่างเดียวไมพอ แต่บางคนก็ไม่เข้าใจกับสิ่งนี้ อาจารย์ด้าจะบอกว่า “นกไม่มีขนบินได้ไม่ไกล คนไม่มีเพื่อนจะไปได้ไม่รอด” การที่เราจะมีเพื่อนหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้ ซึ่งมาจากงานวิจัย  ดังนี้

1. การขาดความตรงเวลา (8###u#<) งานบริการที่ไม่รักษาเวลา จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างมาก ตรงเวลาเป็นเรื่องแรก ๆ ที่เค้าดูกัน วินัยในชีวิต เป็นสิ่งที่หัวหน้างานนำมาพิจารณาความดีความชอบ ถ้าเราไม่รักษาเวลาเรื่องอื่นแทบไม่ต้องดูเลย เวลาเป็นเรื่องแรกของชีวิต การรักษาเวลาเป็นศักดิ์ศรีของชีวิต

2. การเห็นแก่ตัว (12###u#<) ลักษณะของคนเห็นแก่ตัวก็คือ การไม่แบ่งปัน อันนั้นก็ของฉัน อีนี่ก็ของกู พยาบาลเห็นชัดมากเลยช่วงสงกราน ที่เป็นวันหยุดยาว คนที่เห็นแก่ตัว ก็คือตารางเวรของตัวเองต้องดี ไม่สนใจคนอื่นเลย ว่าคนอื่นจะเหนื่อยแค่ไหน แบบนี้ก็จะอยู่ไม่ได้ ต่อให้ทำงานดีขนาดไหนก็อยู่ไม่ได้ แต่บางทีปัญหาของเราก็คือทำงานด้วยกันไม่ได้

3. พวกขาดน้ำใจ (25###u#<) น้ำใจเป็นสิ่งที่ต้องให้ก่อน ถึงจะมีคุณค่า บางครั้งในวิทยาลัยยังไม่ทราบว่างานนี้จะเป็นของใคร แต่มีคนอาสาที่จะทำก่อน งานก็จะสำเร็จ แต่ถ้าทุกคนเขี่ยออกหมดเลย แล้วใครละจะทำ น้ำใจบางคนไม่มี มันก็จะอยู่แบบแห้ง ๆ และอยู่ด้วยกันแบบไม่มีความสุข ในชีวิตของเราเราเคยเอื้อเฟื้อเพื่อคนอื่นบางไม ถ้าเรามีน้ำใจก็จะมีแต่คนที่รัก และเมื่อเราเกิดปัญหาก็จะมีแต่คนที่ช่วย น้ำใจต้องให้ก่อนถึงจะมีคุณค่า แต่ถ้าให้ทีหลังจะไรค่า แต่ถ้ารอจนคนเค้าจิกหัวใช้เมื่อไรเราจะเป็นขี้ข้าทันที เช่น ถ้าพี่เป็นผู้บริหาร และพี่ถามว่างานนี้ใครจะทำ สมมติว่า ไม่มีใครเอาไปทำ สุดท้ายพี่ก็จะสรุปว่าพี่ไม่ถามละ ให้คนนี้ทำเลยแล้วกัน เห็นไม่ว่าก็จิกใช้เราก็จะเป็นขี้ข้า ถ้าอาสาตั้งแต่แรก เราก็จะมีสภาพเป็นคนที่มีน้ำใจ ไม่ใช่ขี้ข้า อย่าปล่อยให้เค้าต้องเรียกใช้เรา แล้วจะมีประโยชน์อะไร

4. มนุษยสัมพันธ์ที่ดี (55###u#<) คนที่ดีมนุษยสัมพันธ์ดีสามารถดูได้จาก

   - การพูดจาดี ผู้หญิงปากเสียใครจะเอาไปเป็นสามีหรือภรรยา เพราะจะเกิดลูกหลานปากเสียอีกมากมาย พ่อแม่พูดอย่างไรก็จะส่งอิทธิพลถึงลูกหลานเลียนแบบได้ พวกเราเป็นครูของลูกโดยไม่รู้ตัว ถึงแม้จะมีตำแหน่งดีแต่ก็เสียเพราะพูดจาไม่ดี เห็นไมว่างานบริการที่ดีเกิดไม่ได้เลยถ้าขาดการพูดจาที่ดี คุณสังเกตไมบางออฟฟิศเสียงดัง พูดไม่เพราะ คุณสังเกตจะพบว่าเริ่มต้นจากหัวหน้าแผนกเลยที่เป็นคนพูดไม่เพราะ พูดเสียงดัง เราไม่ได้ห้ามแต่เราต้องควบคุม เพื่อองค์จะไม่เสียหาย ต้องระมัดระวังองค์กรจะเสียหาย จิตวิทยาในการพูด คือ ต้องพูดในเรื่องที่เค้าสนใจ เรื่องที่เค้าชอบ เรื่องที่เค้ารู้ พูดตามความรู้สึก นี่คือหลักจิตวิทยาในการสร้างสัมพันธภาพกับคน นี่คือหลักง่าย ๆ ในการที่จะพูดคุยกับคน บางทีเราเป็นคนฝีมือดียังต้องรอผลงาน แต่การพูดจาดีเห็นผลทันที เจ้าหน้าที่หน้างอรู้ทันที งานบริการดี ๆ เราได้ทำสิ่งเหล่านี้หรือเปล่า เรายิ้มไม เราพูดจาดีไม ถูกใจหรือไม่ถูกใจพี่เชื่ออาจารย์เถิดโลกนี้ไม่มีอะไรได้ดังใจเรา เพื่อร่วมงานก็ไม่ได้ดังใจเรา เพื่อร่วมงานก็ไม่ได้ดังใจ ครอบครัวก็ยังไม่ได้ดังใจเราเลย แม้แต่สามีหรือภรรยาที่เป็นของเราก็ยังไม่ได้ดังใจเลย เราต้องทนมากเลย พี่รู้สึกว่าเราทนเค้ามาก เราเคยถามเค้าไมว่าเค้าต้องทนเราแค่ไหน เมื่อเลือกมาเองก็ยังไม่ได้ดังใจ เพื่อนร่วมงานที่เราไม่ได้เลือกเอง บางคนมาก่อนเรา บางครั้งน้องก็มาทีหลัง แต่เราก็ไม่มีอำนาจว่าจะไม่เอาเพราะระบบเป็นตัวคัดเลือกให้เรา ดังนั้นอย่าไปหวังว่าจะได้ดังใจเรา ในชีวิตการทำงานต้องมี 3 คำ นี้เสมอ คือ ไม่มีอะไรแน่นอน ไม่มีอะไรได้ดังใจ และไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ

- ต้องสามารถพบปะบุคคลได้ทุกระดับ

- ต้องเป็นที่ยอมรับของคนในกลุ่ม พวกเราทุกคนก็รู้ดี

- ต้องเป็นคนที่มีสุขภาพจิตดี ถ้าวันไหนสุขภาพจิตไม่ดีก็จะไม่สามารถทำงานบริการได้เลย เช่น วันนี้ทะเลาะกับสามีมา ก็จะบ่นทุกเรื่องที่เข้ามา  บ่นไปแล้วต้องทำไม สุดท้ายก็ต้องทำเหมือนเดิม เพราะเป็นหน้าที่ของเรา คุณรู้ไมว่าการที่เราอารมณ์ไม่ดีก็สร้างผลเสียหายต่อองค์กร เพราะเราให้บริการที่ดีไม่ได้ และเกิดสงครามในออฟฟิศ คนที่มาติดต่อประสานงานด้วยเค้าจะรู้ไมว่าเราอารมณ์ไม่ดี และถ้าเราไปเจอคนที่มันเหนือกว่าละ และเค้าเอาเรื่องขึ้นมา ก็จะงานเข้า บางครั้งเรื่องก็ไม่เป็นเรื่อง ถ้าเราจะทำงานบริการที่ดีได้เราต้องแบ่งแยกให้เป็น ไม่ใช่เอาเรื่องของเรามาเวียงใส่คนอื่นตลอดเวลา เราต้องพัฒนางานของเราได้ เราต้องเข้าใจธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ คือเข้าหิว เราก็หิวเป็น เราต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่างบุคคล เพราะเรามีความเป็นบุคคล เราไม่สามารถควบคุมเพื่อนร่วมงานให้ได้ดังใจเรา เราต้องเข้าใจและปรับตัวเองให้อยู่ให้ได้ไม่งั้นเราจะทุกข์ตลอดชีวิต เพราะมองว่าคนอื่นแปลก ทั้งที่มองดูด ๆ เรานี่แหละแปลก อาจารย์ด้ามีคาถาง่าย ๆ ในการทำงานคือ 3 ก คือ (1) อะไรก็ได้ที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงในงานให้เราป้องกัน (2)อะไรที่เป็นส่วนดีขององค์กร เราต้องก่อ โดยการขยายเรื่องดี และเห็นใจในความผิดพลาด และ(3) สุดท้ายคือการแก้ไข ไม่ใช่การแก้ตัว สร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรไมตรี พูดจาสุขภาพนุ่มนวล “สวัสดี ขอโทษ ขอบคุณ และกรุณา”

 

การแลกเปลี่ยน“เทคนิคการบริการที่ดี”

 

1. เราต้องทำงานได้คุ้มกับเงินเดือนที่องค์กรจ้างเรามา เงินเดือนจะมากจะน้อย ทุกคนก็มีค่าตัว

2. เราไขว่คว้าหาโอกาสในการทำงานหรือไม่ ไม่ใช่อันนี้ก็ไม่เอา อันนั้นก็ไม่เอา สุดท้ายเราจะทำงานได้แค่อย่างเดียว เราจะเสียเปรียบ เพราะองค์กรต้องการคนที่ทำงานได้หลายแบบ ดังนั้นการทำงานได้หลากหลายเป็นการสร้างมูลค่าให้กับตนเอง เราถึงจะอยู่ได้ เราต้องพร้อมเรียนรู้ ยิ่งทำยิ่งได้ ความรู้ความสามารถ ความรับผิดชอบ โอกาส

3. ผู้สนับสนุน มีใครบ้างที่เป็นผู้สนับสนุน โดยเฉพาะหัวเป็นคนที่จะดึงเราให้เติบโต และลูกน้องจะเป็นคนที่ดันเราขึ้น และเพื่อนร่วมงานจะคอยคับประคองเราเวลาเราซวนเซ ผู้รับบริการจะสนับสนุนทำให้เรามีชื่อเสียงจากบริการที่ดี และเบื้องหลังคือครอบครัวของเรา เราต้องแบ่ง

4. บุญนำพา เวลาทำอะไรอย่างมุงเอาแต่ราคา ต้องมีจิตอาสา เกียรติยศและเงินตราจะไหลมาเอง ถ้าทำทุกอย่างเพื่อเงินเค้าจะเหนื่อย เพราะทุกอย่างในชีวิตของเค้าจะซื้อหมด บุญบารมีจะไม่มี การทำงานเกินเวลาเป็นหน้าที่ ต้องขยัน ทำงานรับผิดชอบ หากมีบางประการที่คุณคิดว่าทำไม่ได้ พี่อยากจะบอกว่าพี่ทำได้ คุณต้องทำภายใต้ความคิดที่ว่าองค์กรมีบุญคุณกับคุณ ไม่ใช่คุณกำลังเสียเปรียบให้กับองค์กร มาช่วยกันมองใหม่ไมว่าเราจะทำอะไรให้กับองค์กรได้บาง บริการดี ๆ ที่เรากำลังจะจัดให้กับคนอื่น เมื่อเรากำลังจะเกษียณเราสามารถมองหน้าเพื่อนร่วมงานหรือองค์กรได้ไมว่าเราไม่ได้เอาเปรียบองค์กร หรือเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน และพี่จะภาคภูมิใจในรอยเท้าของพี่ที่ฝากไว้ในองค์กร พี่ก็จะเป็นแบบอย่างให้กับลูกหลานได้ เพราะลูกหลานกำลังมองชีวิตของพี่ ถ้าพี่ตั้งใจทำงานบริการดี ๆ เท่ากับพี่กำลังทำบุญในอาชีพ แค่ตั้งใจมาทำงานเท่ากับพี่กำลังให้ทาน ทำหน้าที่อย่างครบถ้วนรักษาศีล และถ้าพี่ต้องอยู่กับสิ่งที่ไม่หน้าอภิรมแสดงว่าพี่ได้ฝึกเจริญภาวนาโดยไม่ต้องไปหลับตาที่วัด

วิทยากร : เปิดโอกาสให้ถามค่ะ ดูแววตาแล้วไม่น่ามีคำถาม ถ้าเช่นนั้นวันคุณได้เรียนรู้อะไรบ้าง

เจ้าหน้าที่ : บางอย่างสมารถนำไปใช้ในการทำงาน การมีจิตอาสา เพราะอย่างน้อยครึ่งชีวิตเราก็อยู่ที่นี่

เจ้าหน้าที่ : งานประชาสัมพันธ์ การพูดการสื่อสาร ทำไมเราคิดไม่ได้ เราน่าจะทำอย่างที่อาจารย์พูดตั้งนานแล้ว          สำหรับเพื่อนร่วมงานเราก็ยิ้มให้กันทุกวันอยู่แล้ว

เจ้าหน้าที่ : รับผิดชอบ ทำงานให้ได้มากขึ้น

เจ้าหน้าที่ : แก่อย่างมีคุณค่า ทุ่มเทให้วิดทยาลัยให้มากขึ้น

เจ้าหน้าที่ : ปรับเรื่องตัวเอง โดยเฉพาะการควบคุมอารมณ์

เจ้าหน้าที่ : เรื่องความรู้ รับผิดชอบงาน

เจ้าหน้าที่ : ได้แรงใจ และกำลังใจให้กับตนเองก่อน ถ้าเราคิดบวกเรากับเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า รุ่นน้องเราจะ                ให้บริการที่ดีได้

เจ้าหน้าที่ : คิดว่าวิทยาลัยน่าจะจ้างต่อ เพราะทำได้หลายอย่าง

เจ้าหน้าที่ : ได้กำลังใจเพิ่มขึ้น คิดว่ามีโอกาสดีกว่าหลาย ๆ คนที่ไม่ได้มาทำที่นี่

เจ้าหน้าที่ : มีมีอะไรที่เราทำไม่ได้ ถ้าเรายังไม่ได้ทำ

เจ้าหน้าที่ : เราจะแก่อย่างมีคุณค่า

เจ้าหน้าที่ : ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

เจ้าหน้าที่ : หนูจะคิดและจะทำอย่างที่อาจารย์บอก การทำงานคือการปฏิบัติธรรม

เจ้าหน้าที่ : จะปรับปรุงให้ทำให้ได้หลาย ๆ อย่าง ๆ

เจ้าหน้าที่ : ตัวเองไม่แก่จะทำงานให้มากขึ้น

เจ้าหน้าที่ : ก็จะทำให้ดีที่สุดค่ะ ทุกวันนี้ก็ทำดีที่สุดแล้ว

เจ้าหน้าที่ : เรื่องความรับผิดชอบสำคัญที่สุด

เจ้าหน้าที่ : ความตรงต่อเวลาในกาทำงาน ความรับผิดชอบ ทำงานให้มากขึ้น

วิทยากร :  ในการบรรยายทุกครั้ง อาจารย์ด้าจะถามว่ารักพระเจ้าอยู่หัว ราชการที่ 9 ไม พี่เคยสงสัยไมว่าทำไมคนไทยถึงรักพระองค์ท่านขนาดนี้ ที่เรารักไม่ใช่เพราะพระองค์ท่านเป็น King นะ แต่เป็นเพราะพระองค์ท่านทำอะไรให้คนอื่นมากมายแม้จะอยู่ไกลแค่ไหน แล้วเรารักพระองค์ท่านเราทำอะไรให้พระองค์ท่านบ้าง ไม่ต้องรอใส่เสื้อเหลือ หรือใส่ริสแบน ถ้าคุณรักพระเจ้าอยู่หัวช่วยทำหน้าที่ของคุณให้สมบูรณ์ที่สุด อย่าโกง หรือเบียดบัง เพราะเราอยู่เฉพาะพระพักตร์พระองค์ทั้งนั้น แม้แต่ในกระเป๋าตังค์ของเรา เพราะพระองค์ท่านได้มอบมายให้เราได้ดูแลคนที่อยู่ต่างพระเนตรพระกรรณ หน้าที่ในโลกมี 3 แบบ 1) หน้าที่ตามตำแหน่ง 2) หน้าที่ข้าของแผ่นดินในการดูแลทุกข์สุขประชาชน ซึ่งพวกคุณก็กำลังทำ เพราะที่นี่เป็นสถาบันผลิตคนที่จะไปดูแลประชาชน คุณรู้ไมว่าสายป่านบุญคุณยาวมาก เพราะคุณกำลังสร้างเมล็ดพันธุ์ชั้นดี การออกไปเป็นพยาบาลที่ดี คุณกำลังเป็นต้นกำเนิด พี่ด้าไม่ลังเลเลยที่จะมาในวันนี้เพราะพี่คิดว่าพี่กำลังมาช่วยบุคลากรที่กำลังเป็น back ในการผลิตพยาบาล และอาจารย์จิ๋มก็พูดกับพี่หลายรอบมาก  พี่กำลังทำหน้าที่ข้าของแผ่นดิน และ3) หน้าที่เพื่อนมนุษย์ต่อกัน เพื่อนร่วมงานคุณอาจจะไม่รักเค้าทุกคน แต่คุณต้องทำหน้าที่ดูแลกัน ให้เกียรติกัน ท้ายที่สุดคนที่ได้รับก่อนคือเราเอง เรามีความสุขกับการทำงาน ความดีงามที่ให้ออกไป ทั้งชีวิตก็จะมีแต่สิ่งดี ๆ 

หมายเลขบันทึก: 634022เขียนเมื่อ 18 สิงหาคม 2017 14:38 น. ()แก้ไขเมื่อ 18 สิงหาคม 2017 14:38 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (5)

เนื้อหามีประโยชน์มากค่ะ สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานได้

- เป็นโครงการที่ดีมาก 
- หัวข้อกิจกรรมเป็นเรื่องที่สามารถนำไปใช้ในการทำงานได้จริง
ทำให้เกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการทำงานเป็นทีม
รวมทั้งมีความเข้าใจเพื่อนร่วมงานมากยิ่งขึ้น
- ควรจัดกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป

สามารถนำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ในการทำงานได้เป็นอย่างดี 

วิทยากรพูดดี และพูดถูกทุกประเด็น ทำให้มีกำลังในการทำงาน มีทัศนติที่ดีคิดบวก

มีประโยชน์และควรนำไปปรับใช้

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี