เอกสารสรุปลักษณะงาน (Role  Profile)
พยาบาลวิชาชีพ 7 วช.(K2) ตำแหน่ง:หัวหน้างานโรงเรียนพ่อแม่ 
สรุปลักษณะงาน (Summary Position)   เป็นผู้บริหารควบคุมการดำเนินงานโรงเรียนพ่อแม่ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของผู้รับบริการ และมีทีมสหสาขาร่วมกับคณะกรรมการโรงเรียนพ่อแม่ เป็นผู้นำในการพัฒนาคุณภาพ เป็นที่ปรึกษาให้กับบุคลากรในแต่ละหน่วยงานที่ดำเนินงานโรงเรียนพ่อแม่  ควบคุมกำกับการติดตามวิเคราะห์ข้อมูลความต้องการของผู้รับบริการจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาติดตาม กำกับดูแลการจัดทำหลักสูตรการสอนให้ครอบคลุม ควบคุมการดำเนินงานให้เป็นไปตามแนวทางการดำเนินงาน ติดตามประเมินผลการดำเนินงาน และนำผลการประเมินที่ได้มาวิเคราะห์เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาการดำเนินงานโรงเรียนพ่อแม่ในภาพรวมขององค์กรให้เป็น best practices และติดตามนิเทศสนับสนุนการดำเนินงานโรงเรียนพ่อแม่ ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเครือข่าย ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดสอดคล้องตามแผนหรือเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง 
หน้าที่รับผิดชอบหลัก 
ด้านปฏิบัติการ/งานเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน  (Operation/Expertise)

1.

พัฒนาคุณภาพบริการในงานโรงเรียนพ่อแม่ให้สอดคล้องตามเข็มมุ่งและเป้าหมายของกลุ่มการพยาบาล รวมทั้งภารกิจหลักหรือจุดเน้นของงานโรงเรียนพ่อแม่และตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและเกิดผลลัพธ์สูงสุด
2. จัดทำมาตรฐาน/แนวทางในการปฏิบัติงานของงานโรงเรียนพ่อแม่ให้เหมาะสมกับการเปลี่ยน                                  แปลงของสถานการณ์และความต้องการของผู้รับบริการ  เพื่อให้บุคลากรในงานโรงเรียนพ่อแม่ดำเนินงานได้อย่างถูกต้องและมีคุณภาพ
3. ศึกษา วิเคราะห์ปัญหา/สถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละหน่วยงานที่ดำเนินงานโรงเรียนพ่อแม่เพื่อการวินิจฉัย แก้ไขและป้องกันปัญหาต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม ทันเวลา
4. สร้างสรรค์บรรยากาศในการทำงานเพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับบุคลากรในงานโรงเรียนพ่อแม่
5.    ดูแลให้มีการดำเนินงานโรงเรียนพ่อแม่ตามนโยบาย  แนวทางปฏิบัติงานของหน่วยงาน/โรงพยาบาล  รวมถึงการใช้  Isolation  Precautions เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยกับผู้รับบริการ  ประชาชนและเครือข่าย
         ด้านบริหารและกำกับดูแล  (Management  and  Supervisory)

6.

บริหารจัดการระบบการดำเนินงานโรงเรียนพ่อแม่ในระดับหอผู้ป่วย/หน่วยงาน ตามนโยบาย  ยุทธศาสตร์และแผนงานที่กลุ่มการพยาบาลกำหนด เพื่อให้งานโรงเรียนพ่อแม่สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง  เกิดผลลัพธ์ด้านการรักษาพยาบาลได้ตามมาตรฐานที่กำหนด  
7. วิเคราะห์ประสิทธิภาพของการบริหารและการพัฒนาคุณภาพการดำเนินงานโรงเรียนพ่อแม่ในแต่ละหน่วยงาน เพื่อปรับปรุงระบบบริการงานโรงเรียนพ่อแม่ให้สามารถบรรลุผลลัพธ์การดำเนินงานที่พึงประสงค์  และมีความคุ้มค่า คุ้มทุน
8. จัดระบบการมอบหมายงานให้กับบุคลากรในความรับผิดชอบเพื่อให้ผู้รับบริการได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ตามเกณฑ์มาตรฐานการจัดบริการของงานโรงเรียนพ่อแม่
9. จัดระบบข้อมูลสารสนเทศภายในงานโรงเรียนพ่อแม่อย่างมีประสิทธิภาพ  เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาคุณภาพการพยาบาลของงานโรงเรียนพ่อแม่  
10. กำกับ ดูแล ควบคุมและตรวจสอบการปฏิบัติงานของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานโรงเรียนพ่อแม่เป็นไปตามมาตรฐาน  และบรรลุตามวัตถุประสงค์ของงานโรงเรียนพ่อแม่ที่  กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
11. ประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากร(Performance evaluation)  ในงานโรงเรียนพ่อแม่เพื่อเป็นแนวทางในการกำหนดแผนพัฒนาบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 ด้านวางแผน  (Planning)

12.

จัดทำแผนปฏิบัติการของงานโรงเรียนพ่อแม่ด้านบริหาร บริการและวิชาการเพื่อให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการของกลุ่มการพยาบาล
13. ร่วมวางแผนการดำเนินงานโรงเรียนพ่อแม่กับคณะกรรมการโรงเรียนพ่อแม่ ในภาพรวมทั้งในองค์กรและเครือข่าย   เพื่อให้การดำเนินงานดังกล่าวเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำให้มีคุณภาพเหมาะสมและดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง
14. สรุปผลการดำเนินงานของงานโรงเรียนพ่อแม่เพื่อเป็นข้อมูลนำสำหรับการจัดทำแผนปฏิบัติการหรือปรับเปลี่ยนแผนกลยุทธ์ของกลุ่มการพยาบาล
 ด้านการประสานงาน  (Communication  and  Cooperation)

15.

เป็นตัวแทนของหน่วยงานในการประชุมคณะกรรมการต่าง  ๆ ของกลุ่มการพยาบาลและ/หรือโรงพยาบาล  เพื่อให้ข้อมูล/เสนอความคิดเห็น  และประสานงานในประเด็นต่าง    เกี่ยวกับการพยาบาล และการดำเนินงานโรงเรียนพ่อแม่
16. ดำเนินการประสานงานทั้งภายในองค์กรและภายนอกองค์กร เพื่อให้การปฏิบัติงานบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย
17. สร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างบุคลากรในองค์กร  ในเครือข่าย และผู้รับบริการ เพื่อให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด
18. เจรจาต่อรอง แก้ไขและประสานความขัดแย้งทั้งภายในและภายนอกหน่วยงานเพื่อให้เกิดความร่วมมือในการดำเนินงาน และรักษาสิทธิประโยชน์ของบุคลากรในหน่วยงาน
19. จัดระบบการสื่อสารภายในงานโรงเรียนพ่อแม่ที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้การปฏิบัติงานที่รับผิดชอบเป็นไปอย่างรวดเร็ว  คล่องตัว  
ด้านการบริการ  (Service)

20.

นิเทศงานและฝึกอบรมเจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถให้บุคคลดังกล่าวสามารถปฏิบัติงานโรงเรียนพ่อแม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
21. ให้คำแนะนำ/คำปรึกษาหรือตอบข้อหารือทางการพยาบาล  แก่บุคลากรภายในงานโรงเรียนพ่อแม่หรือหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องในประเด็นที่ต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์เชิงวิชาชีพ  เพื่อให้บุคคลหรือหน่วยงานดังกล่าวมีความรู้ความเข้าใจเพียงพอเกี่ยวกับเรื่องที่เป็นปัญหา
22. จัดทำหรือสนับสนุนบุคลากรในหน่วยงานในการศึกษา  วิจัย  คิดค้น  หาความรู้หรือวิธีการใหม่    ที่เป็นประโยชน์ในการพยาบาล  เพื่อปรับปรุงคุณภาพการพยาบาลของหน่วยงาน
23. สนับสนุนการเรียนรู้งานโรงเรียนพ่อแม่ และการเรียนรู้แนวทางการดูแลส่งเสริมสุขภาพมารดาและทารก รวมทั้งเด็กอายุ 0-5 ปี ให้กับบุคคลที่สนใจทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร
24. จัดทำ/เตรียมสถานที่ สื่อในการให้ความรู้ให้สะดวก ประหยัด ส่งเสริมสุขภาพในการดูแลส่งเสริมสุขภาพกับผู้รับบริการอย่างต่อเนื่อง
ความรู้ ความสามารถที่จำเป็นในงาน: ระดับ 3        
 1.   มีความรู้ความเข้าใจเป็นอย่างดีในงานที่ได้รับมอบหมาย และงานอื่นที่เกี่ยวข้อง          
2.   สามารถบริหารบุคลากรและโครงการที่ได้รับมอบหมาย          
3.   สามารถสร้างระบบงาน ความสัมพันธ์ภายในหน่วยงาน          
4.   สามารถสอนงาน จูงใจ ประเมินผลงานและจัดวางแผนงานได้เอง 
ความรู้ ความสามารถที่จำเป็นในงาน best practices : ระดับ 3        
5.   สามารถใช้ความรู้ ความชำนาญอย่างลึกซึ้ง สามารถพัฒนาต่อยอดความรู้จากประสบการณ์ได้บ้าง สามารถใช้ความรู้พัฒนาและปรับปรุงการทำงานได้ระดับการตัดสินใจ         
1.   พัฒนาระบบงานผสมผสานทรัพยากรของหน่วยงานและปฏิบัติงานทุกอย่างเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์งานที่ได้กำหนดขึ้น           
2.   ค้นหาข้อมูลจากภายนอก และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ        
3.   ตัดสินใจด้วยตนเองในงานที่ได้รับมอบหมาย          
4.   ประเมินผลงานจากความสำเร็จของงานที่ได้รับมอบหมาย
ความรู้ / ทักษะ และประสบการณ์ที่จำเป็นในงาน 

สายงาน

พยาบาลวิชาชีพ ระดับงาน K2
ความรู้ความจำเป็นในงานสายงานปิด          - ได้รับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าได้ไม่ต่ำกว่านี้ทางการพยาบาล และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพด้านการพยาบาลหรือด้านการพยาบาลและผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ ที่ศึกษามาในการปฏิบัติหน้าที่ได้และมีความเข้าใจในหลักการแนวคิด ทฤษฎีของงานในสายอาชีพที่ปฏิบัติอยู่อีกทั้งสามารถให้คำแนะนำแก่เพื่อนร่วมงานได้-  ควรได้รับการอบรมหลักสูตร ผู้บริหารระดับต้น ของกระทรวงสาธารณสุข สามารถใช้ความรู้ที่ศึกษา มาวางแผนกลยุทธ์บริหารจัดการทรัพยากร วางแผนแก้ไขปัญหา เพื่อพัฒนางานในความรับผิดชอบให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้ใช้บริการ-     ควรได้รับการอบรมในเรื่องแนวทางการดำเนินงานเพื่อให้เกิดการปฏิบัติที่เป็นเลิศ(best practices)-    ควรได้รับการอบรมเรื่องการศึกษาวิจัย/โครงการ-     ควรได้รับการอบรมฟื้นฟูความรู้แนวทางการส่งเสริมพัฒนาการทารกในครรภ์ และเด็ก0-5 ปี
รายการที่ ความรู้ที่จำเป็นในงาน best practices ระดับที่จำเป็นในงาน
1 ความรู้ความสามารถในการดูแลหญิงตั้งครรภ์ 3
2 ความรู้ความสามารถในการส่งเสริมทันตสุขภาพ 3
3. ความรู้เรื่องยา 3
4. ความรู้ความสามารถในการส่งเสริมภาวะโภชนาการ 3
5. ความรู้ความสามารถในการดูแลและให้บริการการคลอด 3
6. ความรู้ความสามารถในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 3
7. ความรู้ความสามารถในการส่งเสริมความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กปฐมวัย 3