ชีวิตนี้อุปสรรคต่างๆที่ถาโถมเข้ามาหาเราก็เปรียบเสมือนดินที่สาดเข้ามาหาเรา จงอย่าท้อถอย และยอมแพ้ แต่จงแก้ไขมัน

                วันนี้ 25 พฤศจิกายน 2549 บัณฑิตใหม่ของมหาวิทยาลัยพายัพรับปริญญา มีนักศึกษาปริญญาโทของคณะนิติศาสตร์บางคนเข้ารับปริญญาในวันนี้ด้วย ยินดีด้วยจ้า...     

เมื่อวาน ทางคณะฯ ร่วมกับศิษย์ปัจจุบันทั้ง 4 ชั้นปี จัดงานเลี้ยงพี่บัณฑิต ตัว ป้าต๊อก เองมีคิวต้องให้ข้อคิด ไปค้นๆ ดู ก็เห็นนิทานเรื่องนึง น่าจะ ให้ ข้อคิดได้บ้างกับบัณฑิต เลยเล่านิทาน (ตอนกลางวัน) ให้เด็ก (โตๆ) ฟัง เล่าแล้วก็คิดว่า เอามาลงใน go to know เผื่อแผ่คนอื่นๆ บ้างก็คงจะดี ลองอ่านดูนะคะ 

เรื่อง ชาวนากับลาแก่(โดย ดร. วิชัย  นำวงษ์สำราญ)

( จาก http://www.kunkroo.com/joe_pen.html) 

                ณ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชาวนาคนหนึ่งเลี้ยงลาไว้ตัวหนึ่งซึ่งแก่มากแล้ว วันหนึ่งชาวนาได้พาเจ้าลาแก่ออกไปข้างนอก ด้วยความโง่เขลาของมันดันเดินซุ่มซ่ามไปตกบ่อแห่งหนึ่ง มันร้องครวญครางเป็นเวลาหลายเพลา ชาวนาเองก็พยายามใคร่ครวญหาวิธีที่จะช่วยมันขึ้นมา ในที่สุดชาวนาหวนคิดขึ้นมาได้ว่า เจ้าลาก็แก่เกินไปแล้วอีกอย่างบ่อนี้ก็ต้องกลบ ไม่คุ้มที่จะช่วยเจ้าลา 

               ชาวนาจึงไปขอแรงชาวบ้านเพื่อมาช่วยกลบบ่อ ทุกคนใช้พลั่วตักดินสาดลงไปในบ่อ ครั้งแรกเมื่อดินไปถูกหลังลา มันตกใจและรู้ชะตากรรมของตนทันที มันร้องโหยหวนทันที สักพักหนึ่งทุกคนก็แปลกใจที่เจ้าลาเงียบไป หลังจากที่ชาวนาตักดินใส่ไปในบ่อได้สักสองสามพลั่ว ก็เหลือบมองลงไปในบ่อ ก็พบกับความประหลาดใจที่ว่า ทุกครั้งที่ทุกคนสาดดินไปถูกหลังลามันจะสะบัดดินออกจากหลัง แล้วก้าวขึ้นไปเหยียบบนดินเหล่านั้น ยิ่งทุกคนพยายามเร่งระดมสาดดินลงไปมากเท่าไร มันก็ก้าวขึ้นมาได้เร็วมากยิ่งขึ้น ในไม่ช้าทุกคนต่างประหลาดใจที่ในที่สุดเจ้าลาก็สามารถหลุดพ้นจากปากบ่อดังกล่าวได้

                นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ชีวิตนี้อุปสรรคต่างๆที่ถาโถมเข้ามาหาเราก็เปรียบเสมือนดินที่สาดเข้ามาหาเรา จงอย่าท้อถอย และยอมแพ้ แต่จงแก้ไขมัน เพื่อที่เราจะได้เหยียบมันเพื่อที่จะก้าวสูงขึ้นเรื่อยๆ เปรียบเสมือนลาแก่ที่หลุดพ้นจากบ่อได้ฉันใด ก็ฉันนั้น 

                ขอขอบคุณ ดร. วิชัย  นำวงษ์สำราญอีกครั้งค่ะ และหวังว่าทุกคนจะไม่ท้อถอย และยอมแพ้กับอุปสรรคนะคะ