พระเดือดร้อน

ถ้าจิตใต้สำนึกไม่มีบางอย่าง ก็คงไม่แสดงบางอย่างออกมาทางกาย ข่าวนี้ คือตัวอย่างของอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้จิตสำนึก การที่สิ่งดังกล่าวตกตะกอนอยู่ใต้จิตสำนึก จะต้องมีการเรียนรู้ซ้ำๆ จากความเฉย เป็นความไม่ชอบ จากความไม่ชอบ เป็นความเกลียด จากความเกลียดเป็นความอาฆาต จากความอาฆาตเป็นอาฆาตจุด ๑ จุด ๒ จุด ๓ และเข้ามาสู่ thailand 4.0 ถ้าข่าวดังกล่าวเป็นจริงดังที่สื่อนำเสนอ น่าจะลองถามดูว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจท่านดังกล่าวได้ติดตามข่าวกรณีรัฐเข้าไปจัดการสำนักวัดพระธรรมกายหรือไม่? ถ้าได้ติดตามข่าว กรณีการกระทำของสำนักวัดพระธรรมกายก็ต้องมีผลต่อผู้เสพข่าว เฉกเช่นเดียวกับชาวพุทธจำนวนหนึ่งในเวลานี้ ซึ่งอาจพิจารณาได้จากความคิดเห็นใต้สื่อทาง youtube เป็นต้นนั้น ชาวพุทธเหล่านี้ โอนเอียงไปตามข่าว หรือแม้กรณีอื่นๆ ยังไม่ทันที่เราจะทราบความเป็นไปเป็นมา เราก็ประเมินข่าวดังกล่าวตามอารมณ์ข่าวนั้น จึงดูเหมือนว่า สังคมใหม่เป็นสังคมที่เปราะบาง ผมขอเรียกสังคมแบบนี้ว่า "สังคมปลาซิว" เป็นสังคมตกใจง่าย

ข่าวที่ว่านั้น ผมสงสัยว่า เป็นไปได้ไหมที่ใส่บาตรพระด้วยเงิน ๕๐๐ บาท ถ้าพระไม่พูดอะไรเลย และรับทั้ง ๕๐๐ ก็เป็นไปได้ที่จะกล่าวหาว่าพระปลอม เพราะพระจริงจะไม่รับเงิน ไม่แตะต้องเงิน เฉกเช่นเดียวกันกับพระสำนักวัดพระธรรมกายที่ถูกมองว่าเป็นพระปลอม เพราะรับเงิน ไปวุ่นอยู่กับการหาเงินจากชาวบ้าน แต่ก็ไม่ใช่เสียทั้งหมด นอกจากหาเงินแล้ว ยังสร้างสิ่งต่างๆอีกต่างๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับข่าวจะเสนออย่างไร วาทกรรมเดี๋ยวนี้ทำคนให้กลายเป็นอะไรก็ได้

นึกว่า ข่าวแบบนี้จะหมดไป วันนี้มีเรื่องนี้เข้ามาอีก เป็นวัดข้างบ้าน เจ้าอาวาสเป็นผู้เฒ่าอายุมาก เดินอุ้ยอ้าย ผิวคล้ำ ถูกชายคนหนึ่งเตะก้านคอ เรื่องราวคือ ชายคนหนึ่งมาขออาหารจากพระ พร้อมกับบอกว่าจะเอาไปให้ลูก พระก็ให้ตามที่โยมขอ แต่ชายคนนี้ไม่พอใจ ขับรถออกไป และขับรถกลับมา เข้าไปกราบพระ (ขอเตะพระสักทีเหอะ) ระหว่างที่พระเผลอก็ลุกขึ้นเตะก้านคอท่าน "พวกพระมันกินแต่ของดีๆ"

ทั้งสองกรณี ดีหน่อยที่ชาวบ้านรู้จักพระดังกล่าว หากเป็นพระต่างถิ่นจะเป็นอย่างไร มิโดนข้อหาหรือ? ที่ผ่านมามีพระบางรูปถูกยิงเสียชีวิตเพราะรักษาป่า แต่นั่นแหละ การเป็นพระคือการตัดขาดจากบ้านเรือน ตายก็ตายกันไป? ดาบไม่มี ปืนป้องกันตัวไม่มี ในภาคใต้ตอนล่าง หากพระมีปืนคือพระที่จะต้องไปตรวจสุขภาพจิต เพราะกลัวเกินเหตุ ซึ่งก็มีพระถูกกระทำเช่นกัน

ผมเข้าใจว่า การกระทำกับพระทั้งเตะก้านคอพระแก่ๆ รูปหนึ่งที่ไม่มีทางสู้ และไม่สู้เพราะมีคำสอนพระพุทธเจ้าเรื่องการไม่ตอบโต้และการไม่เบียดเบียนเป็นคานงัดความรู้สึกโกรธไว้ ทั้งการตบหัวพระแย่งสลัดจีวรออกจากร่างกาย คือความเดือดร้อน แต่ความเดือดร้อนนี้อาจจะงั้นๆ สำหรับชาวพุทธจำนวนหนึ่งที่กำลังมองว่า พระไม่ใช่ที่พึ่งทางจิตใจอีกต่อไป ทางพึ่งพาจริงๆ อาจเป็นทางอื่นที่ไม่ใช่ทางนั้น

นมัสการ พระคุณเจ้าที่เคารพ ดูแลตัวเองให้ดีๆนะครับ พระที่ดื่มยาพิษผสมในอาหารก็มีมาแล้ว ทั้งที่รู้ว่ามียาพิษก็ยังดื่ม ดูแลตัวเองให้ดีนะครับ ชีวิตนี้ยังทำประโยชน์ให้แก่เพื่อนมนุษย์อีกมากมายครับ โลกร้อนครับ


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โอโห...มโนสาเร่



ความเห็น (0)