โรคบุคลิกภาพแปรปรวนแบบฮีสทีเรีย เป็นหนึ่งในความเป็นปกติกลุ่มบี (Cluster B disorders) ที่มีลักษณะพิเศษของการแสดงพฤติกรรมเกินจริงและอารมณ์ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้

คู่มือการวินิจฉัยและสถิติของความผิดปกติทางจิตให้คำนิยามโรคบุคลิกภาพแปรปรวนแบบฮีสทีเรียว่าเป็นรูปแบบของอารมณ์รุนแรงและพฤติกรรมที่เรียกร้องความสนใจ ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น และจะเห็นได้ชันเจนขึ้นในหลายๆ สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป นอกเหนือจากนั้น บุคคลจะมีสัญญาณหรืออาการ 5 อย่างหรือมากกว่าขึ้นไป ดังนี้

  • รู้สึกอึดอัดในสถาการณ์ที่เขาหรือเธอไม่ได้เป็นศูนย์กลางความสนใจ
  • มีปฏิกิริยาต่อผู้อื่นที่เกี่ยวข้องกับลักษณะพิเศษของพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และยั่วยวนทางเพศหรือพฤติกรรมที่ยั่วยุทางอารมณ์
  • มีการแสดงออกทางอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉาบฉวย และมีการแสดงออกทางอารมณ์ที่เฉยชาและดื้อด้าน
  • ใช้รูปลักษณ์ภายนอกเพื่อดึงดูดความสนใจเข้าหาตนเองอย่างสม่ำเสมอ
  • ลักษณะคำพูดที่ใช้นั้นพยายามสร้างความประทับใจเกินจำเป็นโดยที่ขาดซึ่งรายละเอียด
  • มีลีลาท่าทางการแสดงออกมาจนเหมือนเล่นละครและมีการแสดงออกทางอารมณ์ที่เกินจริง
  • ถูกชักจูงง่าย (ถูกชักจูงโดยคนอื่นหรือสถานการณ์อื่นๆได้ง่าย)
  • คิดว่าความสัมพันธ์จริง ๆ เป็นเพียงสิ่งที่เลียนแบบความสัมพันธ์จริง ๆ

บุคคลที่เป็นโรคบุคลิกภาพแปรปรวนแบบฮีสทีเรีย อาจจะถูกจัดได้ว่าเป็นคนที่แสดงพฤติกรรมเกินจริงมากเกินไป แสดงอารมณ์มากเกินไป หรือเรียกร้องความสนใจมากเกินไป รูปแบบของพฤติกรรมเหล่านี้จะขึ้นสู่ระดับของอาการความผิดปกติทางคลิกนิก ที่มีความสำคัญในการก้าวก่ายความสัมพันธ์ การงาน หรือสิ่งสำคัญอื่น ๆ ในชีวิต

โปรแกรมการรักษาโรคบุคลิกภาพแปรปรวนแบบฮีสทีเรีย (Histrionic Personality Disorder) โดยอ้างอิงจากกรณีศึกษาที่ถูกตีพิมพ์ลงใน International Journal of Multidisciplinary Research Review, Vol.1, Issue.3, May -2015 ได้ทำการติดตามผลการรักษาก่อน หลัง และระยะติดตามผลของ Mrs. L อายุ 26 ปี ที่มีอาการของโรคบุคลิกภาพแปรปรวนเป็นเวลากว่า 7 ปี และมีอาการรุนแรงกว่า 6 เดือน โดยให้โปรแกรมการรักษาดังนี้

  • ค้นหาปัญหาที่ส่งผลให้เกิดความไม่สบายใจ คิดว่ามีวิธีการไหนที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ ทำการเลือกมาหนึ่งปัญหาและหาวิธีการที่เป็นไปได้มากที่สุดในการที่จะแก้ไขปัญหานี้ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าเมื่อเราพยายามที่จะแก้ปัญหามันจะมีหนทางที่สามารถแก้ปัญหาได้เสมอ
  • Cognitive rehearsal ให้ผู้รับบริการจินตนาการถึงเหตุการณ์ต่างๆ เพื่อเป็นต้นแบบในการนำไปปรับใช้ในชีวิตจริง
  • Self-control techniques เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถอดทนกับอารมณ์โกรธของตนเองได้ และมีการให้ Homework ในการใช้เทคนิคนี้ด้วย
  • Self-monitoring ให้บันทึกพฤติกรรมที่เป็นปัญหาในแต่ละวัน และสถานการณ์ใดที่พฤติกรรมเหล่านั้นมักจะเกิดขึ้น
  • Self-evaluation ให้บันทึกประเมินตนเองในแต่ละวัน เพื่อให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมของตนเอง

ทำการวัดผลก่อนรักษา หลังรักษา และระยะติดตามผลด้วย Psychopathic deviate scale of MPQ และ Global Assessment Functioning Scale พบว่า การรักษาโดยการใช้ยาร่วมกับการบำบัดดังที่กล่าวข้างต้น มีประสิทธิภาพอย่างมากในเรื่องของการควบคุมพฤติกรรม และการรับมือในสถานการณ์ที่หลากหลายของผู้รับบริการ


แหล่งอ้างอิง :

Kannappan, R., & Litt, D. EFFICACY OF THE INTERVENTION IN HISTRIONIC PERSONALITY DISORDER: A CASE STUDY.

Honestdocs. (2559). โรคบุคลิกภาพแปรปรวนแบบฮีสทีเรีย (Histrionic Personality Disorder หรือ HPD) คืออะไร, 26 กุมภาพันธ์ 2560. https://goo.gl/M8UXbN