เมื่อวันที่ 30 มกราคม และ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ดิฉันและเพื่อนนักศึกษากิจกรรมบำบัดชั้นปีที่3 ได้ไปเยี่ยมผู้สูงอายุที่บ้านพักคามิลเลียน โซเชียล เซนเตอร์ (สามพราน) ซึ่งนักศึกษาแต่คน จะได้มีโอกาสพูดคุย ดูแลทักษะความสามารถของผู้สูงอายุ 1 ท่าน ดิฉันได้รับหน้าที่ดูแลคุณลุงสาน(นามสมมติ) ซึ่งคุณลุงเป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ จึงได้พูดคุยเรื่องราวเหตุการณ์ในชีวิต การรู้คิด ความจำ และทักษะความสามารถของคุณลุงสาน คอยรวบรวมข้อมูลการประเมินอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อนำมาใช้ในการคิดออกแบบกิจกรรมบำบัดที่จะจัดขึ้นในครั้งที่สอง
โดยรูปแบบกิจกรรมในครั้งที่สอง มีทั้งหมด 4 กิจกรรม สรุปเป็นภาพรวมกิจกรรม ได้ดังนี้
1. กิจกรรมออกกำลังกาย : เน้นการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เพื่อส่งเสริมช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อ โดยคุณลุงสานให้ความร่วมมือในการฝึก แต่ยังทำท่าทางออกกำลังกายไม่ทันเพื่อนในกลุ่ม เนื่องจากมีการหันมองสนใจทางอื่น ต้องคอยกระตุ้น ย้ำคำพูด ทำท่าทางให้ดูใกล้ๆอยู่เสมอ คอยสัมผัสนำการเคลื่อนไหว
2. กิจกรรมปรบมือตามคำบอก : เพื่อส่งเสริม การจดจ่อ คงความสนใจ โดยระหว่างทำกิจกรรม คุณลุงปรบมือไม่ทันเพื่อน หรือปรบต่อเนื่องโดยไม่หยุดฟังตามคำบอก แต่ให้ความมืออย่างดี มีอารมณ์ที่สนุกสนาน เป็นสีสัน สร้างบรรยากาศหัวเราะ ผ่อนคลายในกลุ่มกิจกรรม
3.กิจกรรม การเล่าสู่การฟัง: เป็นการเล่าประสบการณ์จากภาพที่แต่ละท่านชื่นชอบ อยากเล่า ซึ่งคุณลุงสานสามารถเล่าเรื่องได้ตรงกับสถานที่ แต่ต้องช่วยคุณลุงกระตุ้นโดยการถามทีละคำถาม คุณลุงจึงจะสามารถตอบได้เป็นคำ หรือประโยค แต่ไม่สามารถเล่าเรื่องราวได้เองตั้งแต่เริ่มจนจบ
4.กิจกรรมทำผลไม้ลอยแก้ว : โดยให้กลุ่มผู้สูงอายุ ตักผลไม้และน้ำแข็ง ตามที่ชอบ และร่วมมือกันทำผลไม้ลอยแก้วให้แก่หัวหน้าดูแลที่แผนก ซึ่งแต่ละก็แบ่งหน้าที่กันทำอย่างมีความสุข ส่วนคุณลุงสานช่วยเพื่อนในกลุ่มเก็บแก้วน้ำไว้ที่ชั้นวาง คุณลุงสามารถทำได้ มีความส่วนภายในกลุ่ม
การประเมินความสามารถของคุณลุงสาน(นามสมมติ ) ก่อนและขณะทำกิจกรรม
- ด้านร่างกาย(physical) : การเคลื่อนไหวของหัวไหล่ทั้งสองข้าง ไม่สุดช่วง (3/4 of Full ROM) มีข้อติดและเกร็งบริเวณช่วงข้อสะโพก ข้อเข่า มีอาการเท้าบวม และเกิดแผลกดทับ ช่วงขาทั้งสองข้างลุกขึ้นยืนได้โดยใช้วิธีการเกาะราวจับ มีกำลังกล้ามเนื้อมือและแขนค่อนข้างมาก(เกรด4) มีการทรงท่านั่งที่ดี สามารถเอนลำตัวได้โดยไม่สูญเสียการทรงตัว
- การรู้คิด(cognitive) : ระดับการรู้คิดค่อนข้างต่ำ (ระดับ2ไป3) สูญเสียความจำระยะสั้น(Short term memory) เช่น จำมื้ออาหารที่ผ่านมาไม่ได้ เสียการรับรู้เวลา สถานที่ บุคคล(Orientation) เช่นการถามวันเวลา ชื่อของบุคคลรอบข้าง สามารถทำตามขั้นตอนได้1-2ขั้นตอน คงช่วงความสนใจได้ระยะสั้น ต้องคอยช่วยกระตุ้น พูดด้วยน้ำเสียงชัดเจน
- ด้านจิตใจ(Psychosocial) : มีความมั่นใจและเชื่อมั่นเกี่ยวกับการดูแลตนเองและความสามารถของตนเองในปัจจุบัน ซึ่งทำให้เกิดการคาดการณ์ความเจ็บป่วยตำกว่าตามความเป็นจริง มีสภาวะจิตใจที่ดี สดใส สามารถทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้
- การรับรู้การรับความรู้สึก(Sensory-perceptual) : มีการรับรู้ความรู้สึกของอุณหภูมิ การมองเห็น การได้ยิน การทรงตัวได้ดี ส่วนการรับรู้การเคลื่อนไหวของข้อต่ออาจยังทำได้ไม่ดี การทำท่าทางการเคลื่อนไหวตามขณะทำกิจกรรม ต้องมีการกระตุ้นให้สนใจมอง และช่วยกระตุ้นช่วยในการทำท่าทางหรือนำการเคลื่อนไหวเป็นระยะ
จากการรวบรวมข้อมูลการประเมินในวันแรก และขณะทำกิจกรรม ดิฉันจึงคิดโปรแกรมการรักษาทางกิจกรรมบำบัดสำหรับคุณลุงสาน(นามสมมติ ) ตามทักษะความสามารถ ดังนี้
โปรแกรมการรักษาทางกิจกรรมบำบัด
กิจกรรมการขยับและเหยียดยืดกล้ามเนื้อท่านั่ง
เป็นกิจกรรมเพื่อใช้เตรียมความพร้อมในการทำกิจกรรมดำเนินขีวิต เพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ ช่วงการเคลื่อนไหว ลดข้อติดของแขนและขา โดยต้องสาธิตทีละ1ขั้นตอน และทีละส่วนของร่างกาย การปรับสิ่งแวดล้อมในการทำด้านนอกห้องผู้ป่วย เพื่อปรับเปลี่ยนบรรยากาศให้สดชื่นผ่อนคลาย อาจมีการเปิดเสียงดนตรีธรรมชาติที่มีจังหวะช้าๆ เพื่อเป็นการฝึกฟังเสียงบรรเลงร่วมไปกับการเคลื่อนไหวด้วย หลังออกกำลังกายเสร็จ ให้ผู้รับบริการได้ฝึกการหายใจเข้า-ออก ลึกๆ ช้าๆ สลับกัน เพื่อสงวนพลังงาน(energy conservation) ป้องกันภาวะล้าหรือการเหนื่อยหลังทำกิจกรรมแต่ละช่วง โดยฝึกกิจกรรมในช่วงเช้า-เย็น อย่างสม่ำเสมอ ขณะทำผู้ดูแลต้องคอยกระตุ้นด้วยคำพูดที่ชัดเจน เข้าใจง่าย และช่วยสาธิตทำท่าทาง อย่างอ่อนโยน
การฝึกกิจวัตรประจำวัน(ADL performance)
เริ่มจากการฝึกกิจกรรมที่สามารถพัฒนาได้มากที่สุดและสำคัญของผู้สูงอายุท่านนี้ คือ การเคลื่อนย้ายตนเองระหว่างเตียงไปรถเข็น เนื่องจากผู้รับบริการมีกำลังกล้ามเนื้อแขนที่ดี ลุกขึ้นยืนแบบเกาะได้ โดยรูปแบบการฝึก จะต้องฝึกทีละหนึ่งขั้นตอนจนสำเร็จก่อน เริ่มจากการฝึกจับที่วางแขนของรถเข็นแล้วลุกขึ้นยืน ผู้ดูแลต้องฝึกขั้นตอนนี้ซ้ำๆ อย่าง สม่ำเสมอ เกิดการเคลื่อนไหวจนสามารถทำได้เองอย่างปลอดภัย แล้วจึงฝึกขั้นตอนการหมุนตัว การนั่งลงบนที่นั่งตามลำดับ ซึ่งในที่ขณะฝึกนั้น ต้องมีผู้ดูแลคอยช่วยประคองและกระตุ้นบอกขั้นตอนที่ชัดเจน เข้าใจง่าย เป็นจังหวะ ลดการสับสนของผู้สูงอายุ
กิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ดีงาม
-เป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริม การรับรู้บุคคล สถานที่ เวลา (Oreintation)ให้รู้ตัว อยู่กับความเป็นจริง
-ลักษณะกิจกรรมคือ การเริ่มจากการแนะนำตนเองให้กับเพื่อนในกลุ่มฟัง เพิ่มการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น การเลือกรูปภาพของสถานที่ที่ชอบ เพื่อเล่าถึงประสบการณ์ดีงาม มีความหมาย และเคยเกิดขึ้นในชีวิตของผู้สูงอายุ การรับรู้เวลาในเหตุการณ์ และรับรู้เวลาที่ใช้ขณะเล่าเรื่อง การรับรู้เพื่อนในกลุ่ม เพื่อแลกบทบาทเป็นผู้ฟัง เมื่อตนเองพูดจบ ในช่วงท้ายของกิจกรรม อาจเพิ่มการตื่นตัว(arousal)ด้วยการ ร้องเพลงบอกลาหรือการปรบมือ เพื่อจบกิจกรรม ซึ่งกิจกรรมนี้ อาจทำอาทิตย์ละ2-3ครั้ง ปรับเปลี่ยนหัวข้อและรูปแบบตามความเหมาะสม
การปรับสิ่งแวดล้อม เพิ่มการเรียนรู้ สุขภาวะ คุณภาพชีวิตที่ดี
การจัดเตรียม/วางอุปกรณ์ให้มองเห็นได้ชัดในที่ประจำและต้องเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ลื่น หยิบจับได้ง่าย การตรวจสอบอุปกรณ์ให้ปลอดภัย มั่นคงอยู่เสมอ การสร้างบรรยากาศให้ผู้รับบริการรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง อาจปรับเปลี่ยนสถานที่ในการทำกิจกรรมที่มีอากาศโล่งโปร่งเย็นสบาย อีกทั้งยังให้ผู้รับบริการได้ปรับตัวและได้ประสบการณ์ใหม่ๆเพิ่มขึ้น การดูแลเรื่องความปลอดภัย ณ สถานที่จัดกิจกรรม การให้ผู้ดูแลตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นทั้งกิจกรรมการเคลื่อนไหว การปรับเปลี่ยนอิริยาบถ เพื่อลดแผลกดทับและเพิ่มการไหลเวียนเลือดลดการบวมของเท้า แนะนำให้ผู้ดูแลคอยกระตุ้นด้วยน้ำเสียงชัดเจน มีการสาธิตอย่างอ่อนโยน ใจเย็น เข้าใจ และช่วยผู้สูงอายุเท่าที่จำเป็น เพื่อให้ผู้สูงอายุช่วยเหลือตนเองได้มากที่สุด
โดยโปรแกรมการรักษาเหล่านี้ ต้องหม่ำทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้สูงอายุเกิดกระบวนการเรียนรู้ (relearn) เกิดการปรับตัวทั้งด้านร่างกายการเคลื่อนไหว การรู้คิด และทักษะสังคมได้จริงในระยะเวลา 21 วัน โดยขณะการฝึกอาจปรับเปลี่ยนตามความสามารถและความสนใจของผู้สูงอายุเป็นสำคัญ ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความพันธ์ที่ดี มีจิตมุ่งมั่นเอาใจใส่ผู้สูงอายุ เพื่อให้เกิดความร่วมมือทั้งสองฝ่าย เกิดคุณภาพชีวิต และสุขภาวะอย่างยั่งยืน
นางสาวปวริศา ชินทอง