AAR Workshop R2R รพ.ยโสธร ปี 2560

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

AAR Workshop R2R

ปี 2560

การเรียนรู้ที่เพิ่มขึ้น

ได้รู้ว่า R2R คืออะไร

ได้ศึกษาผลงาน R2R ของคนอื่น

การตั้งคำถามการวิจัยและการใช้ PICO

เข้าแนวทางการทำ R2R

คิดอย่างเป็นระบบ

มุมมอง/ทัศนคติที่มีต่อการทำ R2R

จับต้องได้มีความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้

มีมุมมองที่กว้างขึ้น

ได้เรียนรู้ว่า R2R นำมาแก้ปัญหาที่เราพบในงานประจำที่ทำ

มองปัญหาเป็นเรื่องเล็กเมื่อใช้ R2R เข้ามาช่วย

ความประทับใจ

มีส่วนร่วมในการพัฒนางาน

บรรยากาศการเรียนรู้ไม่ตึงเครียด

ทีมน่ารักเป็นกันเอง

เทคนิคการสอนไม่น่าเบื่อ

เทคโนโลยีทันสมัยไม่น่าเบื่อ

"R2R สำหรับตนเอง ก่อนที่จะมาเรียน ไม่ได้สนใจเรียนรู้ เพราะมีความคิดว่าเป็นเรื่องยาก และเคยมีความคิดที่จะลองทำแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากอะไรก่อน จนไม่ได้สนใจอีกเลย จนได้มาเรียน R2R 4 phase ทำให้เข้าใจ เมื่อเข้าใจก็มีพลังที่จะอยากเรียนรู้ เพราะโดยส่วนตัวอยากพัฒนางานอยู่แล้ว ส่วนหนึ่งเราได้แรงบันดาลใจจากอาจารย์ผู้สอนและเพื่อนร่วมคลาส จาก phase ที่ 1 วันแรกได้แรงบันดาลใจ phase ที่ 2 รู้จัก PICO เริ่มตั้งคำถามการวิจัยเป็น พอถึง phase ที่3 สืบค้นงานเป็น และ phase สุดท้าย เขียนเป็นงานวิจัยได้ " (เดือน)

"หลังจากมาเรียน R2R สิ่งแรกที่ได้ คือ มิตรภาพ ได้รู้จักผู้คนอีกมากมายที่เราเคยเห็นหน้าแต่ไม่เคยได้พูดคุยกันมาก่อน มาเรียนรู้ด้วยกัน พูดคุยทำความรู้จัก ได้มีโอกาสปรึกษาหารือกัน เมื่อเริ่มเข้าสู่บทเรียนก็ได้รู้จักวิทยากรและทีมงานวิทยากร มีความน่ารักเป็นกันเอง มีโอกาสได้แสดงออกตลอดทุกวันที่ได้เรียนรู้ ซึ่งปกติเป็นคนไม่ค่อยกล้าแสดงออกมา มีชิ้นงาน R2R เกิดขึ้นซึ่งบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่ตอนแรก รอให้สมบูรณ์แบบเมื่อได้รับการขัดเกลาจากอาจารย์ค่ะ" (น้องแอ๊ว - กายภาพบำบัด)

"ก่อนที่จะมาเรียน R2R ไม่ทราบว่า PICO คืออะไร ทำ CQI ในหน่วยงานได้แต่ไม่เคยเข้าใจเกี่ยวกับ Research พอได้มาเรียน R2R ซึ่งจะนำงานประจำที่เราทำนำสู่การวิจัยให้ทำงานได้ผลดีมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถนำงานที่ทำอยู่ประจำทุกขั้นตอนมาทำ Research ได้ทำให้มุมมอง ความคิดเปลี่ยนไปว่าการวิจัยทำยากแต่ไม่ได้ยากอย่างที่คิดค่ะ และพยายามคิดทำงานวิจัยอยู่เรื่อยๆ ค่ะ" (เภสัชเจ)

"ในตอนแรกที่ได้รับมอบหมายให้มาประชุมรู้สึกว่า "เอาแล้ววิจัย" แต่พอได้มาสัมผัสพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ และอาจารย์วิทยากรแล้วรู้สึกสนุกมากๆ คะ ได้ทั้งความรู้และมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับ R2R ได้เรียนรู้ที่จะทำงานแบบเป็นขั้นตอนมีเหตุมีผลได้ฝึกรับฟัง ฝึกเสนอแนะ และทำให้รู้ว่าที่จริงแล้วเราก็ทำได้นี่นา ขอขอบพระคุณท่านวิทยากร เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ มากนะคะที่ทำให้นอกจากได้เรียนรู้หลักการแต่หนูได้เรียนรู้และรู้จักทุกๆ คนที่น่ารักค่ะ" (รุ่งกิจและมดตะนอย)

"คิดว่า R2R ไม่น่าเกินความสามารถที่จะทำได้ ทุกคนน่าจะทำได้เพียงแต่รวบรวมให้เป็นระบบชัดเจนและเขียนบันทึก รู้สึกมั่นใจว่าตนเองน่าจะทำได้ถึงจะไม่ดีที่สุดแต่ก็มีอาจารย์ที่ปรึกษาคอยช่วยเหลือและให้คำแนะนำและคิดว่าจะทำเรื่องต่อไปได้ในโอกาสหน้า" (หนูนิด)

"มีความกระตือรือร้นอยากทำ R2R เป็น แต่ยังไม่รู้จะเริ่มยังไงดี เนื่องจากเข้าร่วมประชุมไม่ต่อเนื่องแต่มีความอยากที่จะเรียนรู้ และอยากทำงานวิจัยอย่างน้อยตั้งใจอยากจะทำ R2R ให้สำเร็จสักหนึ่งเรื่องอยู่ค่ะ แต่ต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมก่อนค่ะ หวังว่า สักวันเราจะเป็นนักวิจัยให้ได้ ขอบพระคุณอาจารย์ที่จุดประกายให้อยากมีการเรียนรู้และอยากพัฒนาตนเองค่ะ" (ลิซ่าโบว์)

"ความคิดครั้งแรก R2R ต้องเป็นการวิจัยที่ซับซ้อนมีการทำที่เคร่งเครียด แต่พอมาร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ R2R กลับเป็นเรื่องที่สนุกสนาน งานประจำที่มีปัญหา สามารถนำ R2R เข้ามาแก้ไขได้" (ไข่มุก)

"ตอนแรกที่รู้ว่าต้องมาอบรม R2R ยังไม่รู้ว่า R2R คืออะไร คิดแต่ว่าคือ การมานั่งฟังอบรมเหมือนการอบรมทั่วๆ ไปแต่พอมาเรียนวันแรกต้องทำงานวิจัยหนึ่งเรื่อง ทำให้เครียดมากคิดไม่ออกจะเอาเรื่องอะไร ปัญหาก็มาเยอะมากใน ward ก็จะนำมาพูดคุยและคิดหาแนวทางแก้ไข แต่พอได้ทำเรื่อง sos score ทำให้มองเห็นภาพว่าผู้ป่วยที่มาด้วยเรื่อง septic shock, severe sepsis เยอะมากถ้าให้การพยาบาลไม่ทันทำให้ผู้ป่วยถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้นจึงลองนำเอา sos score ไปลองใช้กับผู้ป่วยดูทำให้ผู้ปกครองปลอดภัยยิ่งขึ้น ทำให้มองเห็นว่า sos ก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญและที่ดีอีกอย่างคือ การมาเรียน R2R ไม่ได้ทำให้เครียดหรือปวดหัวอย่างที่คิด อาจารย์ใจดี ผ่อนคลาย ดีกว่าทำงานบน ward อาหารอร่อยได้ความรู้ต่างๆ มากมายเพิ่มขึ้น"

"จากที่ได้เข้ามาเรียน R2R ทำให้ทราบแนวคิดและวิธีการทำ R2R จากงานประจำที่ทำอยู่ประจำว่าการทำ R2R ไม่ได้ยากและทำไม่ได้ อย่างที่เคยคิดและกังวลก่อนที่จะเข้ามาเรียนรู้ หลังจากที่อาจารย์ได้สอนหลักการและเรียนจากการที่เพื่อนๆ มานำเสนอสิ่งที่แต่ละคนทำ ทำให้เกิดแนวคิดในสิ่งที่ตนเองอยากทำและอยากพัฒนางานที่ตัวเองทำอยู่ประจำ นอกจากเรื่อง R2R ที่ได้ความรู้เพิ่มมากขึ้น การได้มาเรียนรู้ร่วมกับพี่ๆ น้องๆ ทำให้ได้รู้จักกันมากขึ้น วันที่ได้มาเรียนรู้ R2R รู้สึกมีความสุขมากค่ะ" (เภสัชจอย)

"ได้รับความกระจ่างเกี่ยวกับการทำงานเชิงคุณภาพโดยอาศัยปัญหาที่เกิดจากงานประจำมาเป็นจุดเปลี่ยนในการที่เราจะคิดพัฒนาเพื่อให้เกิดผลงานที่มีประสิทธิภาพ/ประสิทธิผลอย่างเป็นรูปธรรมและส่งผลดีต่อผู้ป่วยในที่สุด ทำให้มองเรื่องงานวิจัยไม่ใช่งานคุณภาพที่มีแต่ในมหาวิทยาลัยและไม่สามารถจับต้องได้ R2R ก็สามารถทำได้ในที่ทำงานได้ และยังได้เห็นมุมมองของปัญหาของสหสาขาวิชาชีพในภาพรวมว่าถ้าเราจะพัฒนาต้องพัฒนาไปพร้อมกันทั่วทั้งองค์กร เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน และเป็น outcome ที่นำมาประยุกต์ใช้งานได้จริง"

"ตั้งแต่มาเรียน R2R ทำให้ตัวเราเองเริ่มคิดนอกกรอบที่จะนำสิ่งที่ทำมาประจำมาปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้น เปลี่ยนมุมมองที่คิดว่าเป็นเรื่องง่ายๆ ทำให้มันง่ายขึ้น เช่น แบบประเมินความรู้แบบเก่า จาก ก ข ค ง มาปรับเปลี่ยนข้อความให้อ่านง่ายตอบได้ง่ายมากขึ้นเป็นถูก ผิด แต่กว่าจะสำเร็จได้ก็ต้องมีผู้ที่คอยบอกคอยสอน ค่อยๆ ปรับปรุงไปเรื่อยๆ ในงาน R2R ของเราเดี๋ยวก็จะสำเร็จไปได้ แต่อีกสิ่งหนึ่งคือ ทำให้ตัวเองเริ่มที่จะกล้าแสดงออกมากขึ้น จากที่ไม่ค่อยจะแสดงความคิด เริ่มที่จะมีความกล้ามากขึ้น อาจารย์และพี่ๆ ทุกท่านมีความเป็นกันเองและใจดีมากค่ะ"

"แต่ก่อนคิดว่าการทำ R2R เป็นเรื่องยุ่งยาก น่าเบื่อ ทำได้ยากพอได้เรียนแล้วคิดว่าเป็นเรื่องที่มีระบบแบบแผนคิดไปเป็นแนวทาง และเป็นสิ่งที่เราทำอยู่แล้วแต่นำมาเรียบเรียงให้เป็นระบบ และเขียนออกมาแค่นั้นเอง"

"R2R ทำให้เรามอปัญหาที่เกิดจากการทำงาน มาหาทางแก้ไขอย่างเป็นระบบมีขั้นตอนมากขึ้น รู้จักคิด รู้จักเขียนมากขึ้น ไม่ใช่ว่าทำอย่างเดียง ไม่มีการบันทึกรวบรวมข้อมูล อย่างที่ผ่านมาคิดอย่างเป็นระบบมากขึ้น"

"หลังจากผ่านการเรียน R2R มาแล้วนั้นก็เป็นงานที่เราทำประจำวัน เหมือนเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยากอะไรแต่ก็ไม่รู้จะเรียบเรียงให้เป็นคำพูดและการเขียนให้ตรงกับการทำวิจัย แต่ก็มีอาจารย์ที่มีความรู้คอยสอนเป็นกำลังใจตลอดจนจบการเรียน"

"ทราบความหมายของคำว่า R2R ก็คือ การที่เราทำงานประจำอยู่ปัจจุบันสามารถนำมาทำเป็นงานวิจัยได้ มุมมองเป็นเรื่องยากแต่ก็สามารถทำได้ถ้าตั้งใจจริง ความคิดเจอปัญหาและอุปสรรคที่ทำงานอยู่ก็อยากปรับปรุงพัฒนาแก้ไขเพื่อให้คนไข้ได้รับบริการที่ดีและเป็นเลิศ ทัศนคติถ้าเราศึกษาอย่างแท้จริงเราสามารถนำงานวิจัยมาพัฒนางานของเราได้และเราสามารถสร้างงานวิจัยได้"

"มุมมอง R2R เป็นเรื่องยาก ทำยากหาข้อมูลยาก ความคิดหลังมาเรียน เข้าใจขึ้น คิดว่าทำได้หาแหล่งช่วยเหลือได้ง่าย consult ได้ง่ายขึ้น ทัศนะคติการทำ R2R จะพัฒนาตัวเองให้มีคุณค่าคุณภาพมากขึ้น"

"เคยคิดว่าการทำ R2R คือ งานวิชาการที่ระดับปฏิบัติการทำได้ยาก ภายหลังการเรียน ทำให้มองในมุมที่ต่างๆ ไป คือ ทุกระดับการทำงานสามารถพัฒนางานของตนเองได้ เพียงแค่ใส่ใจ เปิดโอกาสให้ตนเองได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนางานของตนเองอย่างต่อเนื่อง"




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KM & R2R



ความเห็น (0)