ความผิดพลาดที่เคยก่อไว้กับผู้สูงอายุ

ขณะที่ผมนั่งบรรจุคะแนนให้นักศึกษา ระหว่างนั้นเปิดฟังบรรยายของ "หลวงพ่อพุธ ฐานิโย" ไปด้วย คือเรื่อง "อธิบายสภาวะธรรม" ทำให้รับรู้ว่า มีรายละเอียดจำนวนมากที่ไม่ได้มีกล่าวไว้ในตำรา และสิ่งที่มีการบันทึกไว้ในตำรา ไม่ใช่ความเข้าใจพื้นๆแบบนิทานเต่ากับกระต่าย ชาวนากับงูเห่า เป็นต้น แต่เป็นความพยายามที่จะอธิบายในสิ่งที่แสดงให้ดูด้วยตาภายนอกไม่ได้

อย่างไรก็ตาม การฟังบรรยายดังกล่าวก็มีการขาดๆหายๆไป เพราะใจจะต้องไปจดจ่อกับคะแนนนักศึกษา มาถึงลำดับของนักศึกษาที่ชื่อ "วรีพร" ทำให้นึกถึงผู้สูงอายุท่านหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นผู้บังคับบัญชา/ผู้นำของผม ท่านมีพรหมวิหารธรรมสูง เป็นคณบดีคณะมนุษยฯ หลายสมัย ก่อนเกษียณอายุราชการท่านก็ยังดำรงตำแหน่งคณบดี จำได้ว่า บรรดาสมาชิกจำนวนมากของคณะต้องการจะเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ซึ่งเชื่อมโยงกับฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยด้วย และคาดหวังว่าหลังจากท่านเกษียณแล้วท่านจะสละทุกอย่าง โดยเฉพาะตำแหน่งคณบดี แต่ปรากฏว่า (ทราบมาว่า) ท่านได้ถูกร้องขอจากอดีตอธิการบดีให้ดำรงตำแหน่งต่อไป ท่านไม่ได้ปฏิเสธเรื่องดังกล่าว จึงยังคงดำรงตำแหน่งคณบดีทั้งที่เกษียณอายุราชการแล้ว (เกษียณอายุราชการระหว่างวาระของตำแหน่งคณบดียังไม่หมด) ชาวคณะฯจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว และเกิดความกังขามาตลอดกับกรณีอดีตอธิการบดีเกษียณอายุราชการแล้วแต่ยังคงดำรงตำแหน่งอธิการบดี มาถึงกรณีข้าราชการเกษียณอายุราชการแล้วแต่ก็ยังคงดำรงตำแหน่งคณบดีเช่นกัน จึงมีการตกลงกันเป็นการภายในว่า ให้ชาวคณะคืนโครงการที่จะทำ และให้เหตุผลว่าทำไมเราจึงไม่ทำโครงการ เป็นเหตุผลที่ไม่จริงแต่ให้เหตุผลที่ดูดี เพราะจริงๆแล้วคือการไม่พึงพอใจกับการเกษียณอายุราชการแต่ยังดำรงตำแหน่งบริหาร

ผมจำเป็นต้องว่าอย่างไรก็ว่าอย่างนั้น โดยแยกออกระหว่างความรู้สึกส่วนตัวที่เคารพศรัทธาในตัวท่านในฐานะที่ท่านสะอาดพอ ขณะที่ส่วนรวมคือสมาชิกที่ต้องการเปลี่ยนแปลงคณะ ผมไม่รู้เลยว่าการคืนโครงการในมือจะส่งผลต่อความรู้สึกส่วนตัว ขณะที่ตัวผมเองนั้น ท่านเอื้อเฟื้อมาตลอด มีอยู่ครั้งหนึ่งผมต้องการไปสมัครงานทางภาคใต้เพื่ออยู่ใกล้ครอบครัว ท่านได้เขียนคำรับรองให้เป็นอย่างดี

หลังจากท่านหมดวาระไป ผมก็ไม่พบท่านอีกนานพอควร จวบจนวันหนึ่งผมไปทำธุรกรรมที่ธนาคารกรุงไทย บนฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ได้พบท่านโดยบังเอิญ ผมเดินเข้าไปไหว้ท่านด้วยความเคารพ ท่านยังคงยิ้มแย้ม ดวงตาภายใต้แว่นสายตายังเปล่งแสงแห่งเมตตาของผู้สูงอายุ ช่วงเวลาเพียงเล็กน้อยระหว่างสนทนากันนั้น ข้อความหนึ่งที่ท่านถามคือ "ทำไม? น้อง (ผม) จึงคืนโครงการ" ผมได้ยินคำถามนั้นทำให้รู้สึกผิด และคิดว่า การคืนโครงการในครั้งนั้นมีผลต่อความรู้สึกของท่าน ผมยังคงปกปิดความจริงจำนวนหนึ่ง เพราะการคืนโครงการ/ไม่ทำโครงการในครั้งนั้นเป็นการตกลงของเหล่าสมาชิกที่จะแสดงออกถึงความไม่พึงพอใจ ขณะเดียวกันก็เป็นความจริงที่ว่า เราไมไ่ด้ให้เวลากับโครงการนั้นๆ แต่เอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่โครงการที่ส่งคืน

ผมยังคงตอบท่านไปว่า "จำได้ว่าช่วงนั้นมีงานอื่นๆเข้ามาจนทำไม่ทัน"

สิ่งที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ในเวลานี้คือ สิ่งใดที่ตัดสินใจไปแล้วก็ให้ผ่านไปกับกาลเวลา กรณีตัวอย่าง การคืนโครงการดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาที่จะสร้างความกระทบกระเทือนจิตใจผู้ใด โดยเฉพาะผู้ที่คอยดูแลเอาใจใส่เรา แต่เมื่อพบว่าสิ่งที่เราทำไปนั้นมีผลกระทบ เมื่อชีวิตนี้ยังมีลมหายใจอยู่ ต้องขอกราบอภัยท่านด้วย เขียนมาถึงตรงนี้ ผมยังนึกหน้าตา รูปร่าง ท่าทาง วาจา รอยยิ้ม ฯลฯ ท่านได้เสมอ โดยเฉพาะความประทับใจในผู้สูงอายุผู้เปี่ยมด้วยพรหมวิหารธรรม

เที่ยงนี้ขอขอบคุณบทบรรยายของหลวงพ่อพุธ ฐานิโย งานที่อยู่ตรงหน้า และชื่อนักศึกษาที่ทำให้ครวญคิด


หมายเหตุ : ปัจจุบันมีเอกสารจำนวนหนึ่งจากเหล่าพนักงานมหาวิทยาลัยตัวเป้งที่เดินเรื่องฟ้องร้องกันอยู่ ระบุว่า ผู้เกษียณอายุราชการแล้วไม่ใช่ข้าราชการและไม่ใช่พนักงานมหาวิทยาลัยไม่อาจดำรงตำแหน่งบริหารและอื่นในหน่วยงานราชการได้ ฯลฯ ซึ่งเป็นข้อวินิจฉัยจากศาล แต่ผมยังไม่เห็นต้นฉบับตัวจริง จึงยังคงต้องรอพิจารณาข้อมูลต่อไป อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ที่ผ่านมา ที่กำลังเป็น และที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า จะมีการดำเนินการอย่างไร? ซึ่งเป็นข้อคำถามนอกเหนือจากเรืองที่บันทึกไว้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โอโห...มโนสาเร่



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

620460

เขียน

20 Dec 2016 @ 11:37
()

แก้ไข

20 Dec 2016 @ 11:38
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 2, อ่าน: คลิก