ปฐมอัปปมาท (สูตรที่ ๗)

ธรรมะรับอรุณ ณ "บ้านเย็นยิ้ม"

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม 2559
ปฐมอัปปมาท (สูตรที่ ๗)
...
พระผู้มีพระภาคประทับ... เขตพระนครสาวัตถี... ตรัสกับพระเจ้าปเสนทิโกศล
ดูกรมหาบพิตร บุคคลปรารถนาอยู่ซึ่งอายุ ความไม่มีโรค วรรณะ สวรรค์ ความเกิดในตระกูลสูง และความยินดีอันโอฬารต่อๆ ไป พึงบำเพ็ญความไม่ประมาท บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญ ความไม่ประมาทในบุญกิริยาทั้งหลาย บัณฑิตผู้ไม่ประมาท ย่อมยึดไว้ได้ซึ่งประโยชน์ทั้ง ๒ คือ ประโยชน์ภพนี้ และประโยชน์ภพหน้า เพราะยึดไว้ได้ซึ่งประโยชน์ ผู้มีปัญญาจึงได้นามว่า "บัณฑิต" ฯ

...ดังพุทธพจน์ที่ตรัสสอนว่า...
“ความไม่ประมาท ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ยิ่งใหญ่, เพื่อความดำรงมั่นไม่เสื่อมสูญ ไม่อันตรธานแห่งสัทธรรม” ฯลฯ

"อัปปมาทะ" คือ ความไม่ประมาท แปลว่า ความเป็นอยู่อย่างไม่ขาดสติ หรือความเพียรที่มีสติ เป็นเครื่องเร่งเร้าและควบคุม ได้แก่ การดำเนินชีวิตโดยมีสติ เป็นเครื่องกำกับความประพฤติปฏิบัติ และการกระทำทุกอย่าง ระมัดระวังตัว ไม่ยอมถลำไปในทางเสื่อม แต่ไม่ยอมพลาดโอกาส สำหรับความดีงาม และความอันจะต้องรับผิดชอบ ไม่ยอมปล่อยปละละเลย การทำการด้วยความจริงจัง รอบคอบและรุดหน้าเรื่อยไป

พระพุทธศาสนาจักดำรงอยู่ได้ พระธรรมคำสอนจักสว่างไสว ไม่เสื่อมหายไป เนื่องด้วยเหตุที่พุทธบริษัททั้ง ๔ พึงดำรงไว้ซึ่งความไม่ประมาท นั้นแล ฯ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม
...
ธรรมะรักษา วิปัสสนาคุ้มครองค่ะ
อจ.พิณจ์ทอง แมนสุมิตร์ชัย (ฉัตรนะรัชต์)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ธรรมะรับอรุณ ณ บ้านเย็นยิ้ม



ความเห็น (0)