การเพิ่มรายได้ในสวนยางพารา (การปลูกพืชร่วมยาง)
นายอรุณ ศรีสุขใส บ้านเลขที่ 38 หมู่ที่ 4 ตำบลกุแหระ ได้ปลูกพืชปลอดภัยจากสารพิษในสวนยางพารา เป็นการปลูกพืชร่วมยาง และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นอย่างดี นั่นคือเขลียง เป็นพืชที่มีความต้องการของตลาดภายในท้องถิ่น และต่างอำเภอเป็นอย่างดี
นายอรุณ ศรีสุขใสได้ปลูกเขลียงแซมในสวนยางพาราในพื้นที่ 5 - 6 ไร่ โดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี และสารเคมีแต่อย่างใด เพราะศัตรูพืชรบกวนไม่มี มีการเก็บยอดเขลียงทุกวัน วันละ 50 - 60 มัด ๆ ละ 5 บาท คิดเป็นเงิน 250 - 300 บาทต่อวัน ในการที่จะทำให้ต้นเขลียงแตกยอดเยอะก็ทำไม่ยากเพียงแต่เอาเชือกผูกต้นเขลียงให้สูงพอประมาณ แล้วดึงเชือกให้ต้นเขลียงโน้มลงมาให้ปลายยอดตำ่เกือบถึงดิน (ห่างจากพื้นดินประมาณ 2 ศอก ) เพียง 2 อาทิตย์ยอดเขลียงก็จะแตกตามลำต้นและปลายยอดดีมาก ขณะนี้เขลียงเป็นพืชเศรษฐกิจระดับหมู่บ้าน ตำบล เป็นที่ต้องการของตลาด ราษฎร์สามารถนำมาปรุงอาหารและทำเป็นผักจิ้มได้ดีนักแล
นครศรีฯ,สุราษฎร์เรียกเขรียง ระนอง,พังงา,ภูเก็ตเรียกเหมียง ชุมพร,ระนองเรียกเหลียง แถวหัวหินมีชื่อเรียกว่า ละอู แต่ผมเห็นแล้ว เขรียง เต็มไปหมดเลยครับ
มีรูปต้น เขลียงไหมคะ ยอมรับว่าไม่รู้จักจริง
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ
ขอบคุณมากที่ให้ความรู้ จะได้กลับไปปลูกในสวนยางที่บ้านบ้าง