ห้องเรียนที่มีนักเรียน
กับห้องเรียนที่ไม่มีนักเรียน บรรยากาศแตกต่างกันมาก ระหว่างรอนักเรียนมาเรียน
เราก็เตรียมความพร้อมตัวเองให้ดีที่สุด การอสนหนึ่งคาบผ่านไปเร็วมาก
บางที่เราเตรียมเนื้อหาไว้เยอะมาก
แต่ในคาบนั้นนักเรียนรับสิ่งที่เราต้องการให้ได้น้อยมาก เวลาทำให้ทุกอย่างถูกเคลื่อนไปแบบไม่มีแบบแผน
ทุกอย่างถูกปรับเปลี่ยนไปตามเวลา จนบางที่เราวิ่งตามไม่ทัน เวลาน้อยเหลือเกิน
เนื้อหายังไม่ไปไหนเลย เข้าใจเลย..ทำไมครูถึงชอบสั่งแบบฝึกหัด
สั่งการบ้านหลายหน้าตอนเป็นเด็ก ตอนเป็นเด็กบ่นมาก และตอนนี้ก็เชื่อว่านักเรียนก็ต้องบ่นมากเหมือนกัน
“เวรกรรมมีจริงค่ะ 555”
วัฏจักรชีวิตของพืชดอก
จุดอ่อนของเอกประถมศึกษา คือ จะไม่เด่นในวิชาใดวิชาหนึ่ง
นี่จึงเป็นจุดที่เราต้องพัฒนาตนเองเป็นอย่างมาก
ก่อนที่เราจะมาสอนเราต้องเตรียมเนื้อหาที่มาก มากกว่าที่มีอยู่ในหนังสือเรียน สืบค้นหลายแหล่งมาก
เพราะเรากลัวว่าเราจะพูดอะไรผิด
และอีกอย่างครูพี่เลี้ยงเราก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราต้องพัฒนาตัวเองมาก
เวลาเจอคนเก่ง คนที่มีความรู้เป๊ะ เราก็ต้องมีความรู้ประดับตัว
เพื่อที่จะสามารถสนทนากันได้ ไม่ใช่ว่าครูพูดอะไรมา เราก็ไม่เข้าใจ ทำผิดตลอด
ก็คงดูแย่มาก...
ข้อสอบมาแล้ว....และอย่าถามถึงกระบวนการต่อไปค่ะ
หน้าที่หลักวันนี้ คือ การเย็บข้อสอบ จัดใส่ซองให้เรียบร้อย
วันนี้เสียงแม็กเย็บกระดาษดังทั้งวัน ทั้งกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์
และกลุ่มสาระสุขศึกษา โชคดีที่สุขศึกษาเพื่อนมีกัน 2 คน แต่เรานี่สิตัวคนเดียว แต่ก็ขอบคุณพี่อีฟ ครูหญิง
และครูบุ๋มมากค่ะที่มาช่วย ข้อผิดพลาดก็คือ ครูพี่เลี้ยงบอกเราเขียนหน้าซองข้อสอบ
เราก็เขียนตามแบบของกลุ่มสาระสุขศึกษา และครูก็ไลน์มาบอกว่าขอเป็นตัวเลขไทยด้วย
พอเห็นข้อความ คือ...ไม่ทันแล้วค่ะ เราเขียนไปหมดแล้ว เลยถ่ายรูปส่งไลน์ตอบกลับไป
ครูก็ตอบกลับมาว่า “จ้า..ไม่เป็นไร” ขอโทษนะคะ..
อาจารย์นิเทศโทรมาบอกว่า...พรุ่งนี้นิเทศ
โชคดีที่แผนของพรุ่งนี้เป็นเการทดลองเรื่อง “การลำเลี้ยงน้ำและธาตุอาหารของพืช”
ก่อนที่ไปสอน เราก็ควรทดลองก่อนว่าผลเป็นยังไงบ้าง มีปัญหาอะไร
เราสามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีไหนบ้าง
ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ตอนนี้เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้
และเราก็ต้องไปสอน ไปอธิบายคนอื่นต่อเป็น 30 กว่าคน
ซึ่งคนกลุ่มนั้นคือนักเรียนของเราเอง
ดังนั้นเราต้องสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ขอให้พรุ่งนี้ผ่านไปได้ด้วยดีเถอะ...สาธุ ”



