เรื่องเล่าระหว่างวันที่ 22 - 26 สิงหาคม 2559

29 สิงหาคม 2559

เรียน ผู้บริหาร เพื่อนครูและท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน

วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม 2559 เช้าเข้าสำนักงานเขตทำงานแฟ้มได้สักพัก เขามาเชิญไปเปิดอบรมผู้บริหารโรงเรียนเรื่องการใช้ G Chat ซึ่งก็เป็น Line ของราชการไทย ผมถูกเชิญเข้ากลุ่มนี้สัก 3 สัปดาห์มาแล้ว แต่ยอมรับว่าไปไม่เป็น ระบบยุ่งยากซับซ้อนกว่า Line กล่าวให้กำลังใจกับ ผอ.โรงเรียนทั้งหลาย ให้เอาใจใส่กับ G Chat เพราะเป็นความหวังของ สพฐ. ว่าจะสามารถสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดูไปการปฏิบัติราชการในยุคนี้ไม่รู้ว่าทำเล่นหรือเอาจริง อย่างที่เขาว่าเรื่องเล่นทำจริง เรื่องจริงทำเล่น ประมาณ 11 โมงเดินทางไปโรงเรียนวัดใหม่ผดุงเขต ของท่านผอ.สมศรี ศักดิ์รุ่งพงศากุล เพื่อต้อนรับคณะครูจากโรงเรียนบ้านบ่อทราย จังหวัดพัทลุง ที่มาดูงานลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ผู้บริหารโรงเรียน ผอ.ประสพ เพชรจันทร์ และครูสำราญ ทองมาก รู้จักกันมาสมัยเรียนระดับประถมศึกษา รวมทั้งครูบางท่าน โรงเรียนให้ชมกิจกรรมแบบครบสูตร รวมทั้งเลี้ยงอาหารกลางวัน บ่ายพาแขกไปแวะห้างเซ็นทรัลเวสเกต ให้ซื้อของแพง ๆ บ้าง ก่อนส่งแขกให้ไปต่อที่จังหวัดกาญจนบุรี ส่งแขกแล้วกลับเข้าสำนักงานกลุ่มอำนวยการเรียกประชุมข้าราชการเตรียมรับการตรวจมาตรฐานสำนักงาน ทำหน้าที่ประธานการประชุมให้ คุยกันประมาณ 1 ชั่วโมงก็ยุติ


วันอังคาร23 สิงหาคม 2559 เข้าสำนักงานแต่เช้าตรู่เพราะกลัวรถติดมารับแขกไม่ทัน แต่พอถึงสำนักงานคณะ สพฐ. ที่มาตรวจติดตามตัวชี้วัดมาตรฐานเขตก็มาถึงพอดี พาไปรับรองที่ห้องทำงาน มีข้าวเลือดหมูและกาแฟต้อนรับ มากัน 3 ท่าน มี นางสาวรุ่งนภา นุตราวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญ สพฐ.เป็นหัวหน้าทีม ใช้ห้องประชุมชั้น 2 รับการตรวจ เริ่มจากนำเสนอภาพรวม ตามด้วยรายตัวชี้วัด เที่ยงเสร็จตามที่กรรมการกำหนด พาไปเลี้ยงอาหารกลางวันที่ห้องสโมสร บ่ายทำงานแฟ้มต่อจน 15 นาฬิกาเดินทางไปห้งเซ็นทรัลเวสเกตเพื่อรับรองแขกและเลือกเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไว้ใช้งาน รวมทั้งเข้าร้านหนังสือ


วันพุธที่ 24 สิงหาคม 2559 เช้าเข้าทำงานที่สำนักงานเขต มีแฟ้มให้ลงชื่อทั้งในฐานะผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและศึกษาธิการจังหวัด มีคดีปกครองเข้ามาให้ทำคำชี้แจงศาล 2-3 คดี หนักนิติกรทั้ง 3 เขต ต้องร่วมกันทำคำชี้แจง ตั้งใจว่าจะทบทวนกฎหมายปกครอง 4 พรบ. ซึ่งเป็นกฎหมายหลัก เพราะจะไปบรรยายให้บุคลากรทางการศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ขอนแก่น แต่ไม่มีสมาธิพอเพราะมีแฟ้มมีแขกมาหาไม่ขาดสาย ความจริงบรรยายให้ระดับชำนาญการฟังไม่น่าจะซีเรียสมากเพราะพื้นความรู้ไม่มาก แต่ยากตรงที่จะอธิบายให้เขาเข้าใจ มีตัวอย่างที่ตรงเข้าใจง่าย มีประเด็นที่น่าสนใจสำหรับการทำงานในปัจจุบัน อายุความกรณีความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ต่อหน่วยงานของรัฐ

คำถาม

ขอความเห็นครับ/ กรณีเจ้าหน้าที่กระทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ต่อหน่วยงานของรัฐที่สังกัดอยู่ และคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด-หัวหน้าส่วนราชการ และกรมบัญชีกลาง มีความเห็นให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา10 ประกอบมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ในอายุความ 2 ปีนับแต่วันที่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่ผู้พึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ซึ่งทางปฏิบัติหน่วยงานจะต้องออกคำสั่งปกครองเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามมาตร 12 แต่เมื่อพิจารณาระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ข้อ 18 วรรคสอง ที่ว่า...ให้ดำเนินการเพื่อออกคำสั่งให้ชำระค่าสินไหมทดแทนหรือฟ้องคดีต่อศาลอย่าให้ขาดอายุความหนึ่งปีนับตั้งแต่วันที่ผู้แต่งตั้งแจ้งคำสั่งให้ผู้รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนทราบ/ ขอความเห็นว่า เมื่อหน่วยงานของรัฐสั่งการตามความเห็นของกระทรวงการคลังแล้ว หน่วยงานของรัฐควรออกคำสั่งทางปกครองให้ชำระค่าสินไหมทดแทน หรือควรฟ้องคดีต่อศาล

คำตอบ

อายุความกรณีความรับทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ต่อหน่วยงานของรัฐแบ่งได้ 4 กรณี คือ

1) อายุความ 2 ปี นับแต่วันที่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่ผู้พีงชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือรู้ตัวผู้กระทำความผิด ตามมาตรา 10 วรรคสองตอนต้น การรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้นให้ถือเอาความรับรุ้ของผู้แทนนิติบุคคลหน่วยของรัฐนั้นเป็นสำคัญ ถ้าไม่ทราบแน่ชัดว่ารู้เมื่อใด ให้ถือว่ารุ้นับแต่วันที่รับทราบรายงานการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.228/25497 ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาเรื่องเสร็จที่ 484/2544)

2) อายุความ 1 ปี กรณีที่การสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดของหน่วนของรัฐเห็นว่าเจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิดและส่งสำนวนสอบสวนให้กระทรวงการคลังพิจารณา ถ้ากระทรวงการคลังเห็นว่าเจ้าหน้าที่จะต้องรับผิด ให้มีอายุความ 1 ปี นับแต่วันที่ผู้มีอำนาจของหน่วยงานมีคำสั่งตามความเห็นของกระทรงการคลัง (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.72/2550)

3) อายุความ 10 ปี นับแต่วันที่ทำละเมิด ตามมาตรา 448 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทั้งนี้ไม่ว่าจะอายุความ 2 ปี ตามมาตรา 10 วรรคสองตอนต้น หรืออายุความ1 ปี ตามมาตรา 10 วรรคสองตอนท้าย จะต้องไม่เกินระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันกระทำละเมิด ทั้งนี้เพราะมาตรา 10 พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ฯ เป็นกฎหมายพิเศษมีข้อความขัดแย้งกับมาตรา 448 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเป็นกฎหมายทั่วไป ก็เฉพาะแต่ในส่วนที่กำหนดให้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกหิดแต่มูลละเมิดขาดอายุความเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าิสินไหมดแทนเท่านั้น ไม่มีข้อความขัดหรือแย้งและยกเลิกมาตรา 448 วรรคหนึ่ง ในส่วนที่กำหนดว่าสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดขาดอายุความเมื่อพ้นกำหนดสิบปีนับแต่วันที่ทำละเมิดโดยปริยายแต่อย่างใด (คำพิพากษาศาลปกครองสุงสุดที่ อ.96/2552) หน่วยงานของรัฐจะต้องใช้สทิธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 12 ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ชำระค่าสินไหมทดแทนภายใน 2 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐที่เสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่ผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมดแทน หรือภายใน 1 ปีนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐมีคำสั่งตามความเห็นของกระทรวงการคลัง แต่ต้องไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันทำละเมิด

4) อายุความ 1 ปี กรณีที่เจ้าหน้าที่ผู้ต้องรับผิดเสียชีวิตลงก่อนที่มีคำสั่งให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน จะต้องใช้เรียกฟ้องร้องทายาทภายใน 1 ปี นับแต่วันที่หน่วนงานได้รู้หรือควรรู้ว่าเจ้าหน้าที่ได้ตายลง ตามมาตรา ๑๗๕๔ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.334/2551)

ตามคำถามว่า " ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ข้อ 18 วรรคสอง ที่ว่า...ให้ดำเนินการเพื่อออกคำสั่งให้ชำระค่าสินไหมทดแทนหรือฟ้องคดีต่อศาลอย่าให้ขาดอายุความหนึ่งปีนับตั้งแต่วันที่ผู้แต่งตั้งแจ้งคำสั่งให้ผู้รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนทราบ" นั้น หมายความว่า ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลัง ถ้าหน่วยงานของรัฐความเห็น ใกล้จะขาดกำหนดอายุความ 10 ปี นับแต่วันทำละเมิด ให้หน่วยงานของรัฐมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 12 หรือกรณีใกล้จะขาดอายุความ 1 ปี นับแต่รู้หรือควรรู้ว่าเจ้าหน้าที่ได้ตายลง ให้หน่วยงานฟ้องร้องทายาทต่อศาลภายในอายคุวามโดยไม่ต้องรอความเห็นจากกระทรวงการคลังก่อน


วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม 2559 นัดหมายจักรยานยนต์รับจ้างให้มารับตีห้า จึงต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 ดีที่ไม่ต้องเตรียมสัมภาระเพราะไปเช้าเย็นกลับ แท็กซี่ถึงดอนเมืองประมาณ 6 โมงเช้า เช็คอิน เดินสบาย ๆ ไปทางขึ้นเครื่องประตู 73 แอร์เอเชีย ไปขอนแก่น ประตูนี้ต้องขึ้นรถบัสไปส่งที่ลานจอด ไม่ได้เดินจากงวงช้าง 07.25 น. เครื่องออก นั่งแถวที่ 2 สบาย ๆ โดยเฉพาะการเข้าห้องน้ำ มีอาหารกล่องเลี้ยงคือหมี่ผัดพริกแกง เวลากินต้องระวังมากเพราะจะเลอะเสื้อ สภาพอากาศเช้านี้เมฆมาก อาการสั่นของเครื่องมีเป็นระยะ แต่ 45 นาทีก็ถึงที่หมาย รถจากโรงแรมเจริญธานีมารับ บรรยายบ่ายเช้าจึงเปิดห้องเตรียมทบทวนการสอนได้สบาย ๆ จนเผลองีบไป เที่ยงลงไปทานข้าวกับคณะที่ชั้น 4 บ่ายร่วมบรรยายกับ ผอ.ประมวล เรืองศรี จาก สพป.อุทัยธานี เขต 1 ผมเสริมตัวอย่างและอธิบายเพิ่มเติมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น บ่ายฝนเทลงมาอย่างหนัก ให้รถโรงแรมไปส่งที่สนามบิน น้ำท่วมรันเวย์ เวลา 18.30 น.แอร์เอเชียก็ทะยานฝ่าสายฝนด้นเมฆพาเรากลับกรุงเทพฯ ใช้เวลา 55 นาที แต่การเดินทางกลับจากดอนเมืองสู่บ้านพักใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง เพราะฝนตกรถติด แปลว่าวันนี้ฝนตกทั่วฟ้า


วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม 2559 วันนี้เป็นวันที่ยุ่งเหยิงวันหนึ่ง เริ่มจากเช้าไปเปิดวันอาเซี่ยนที่โรงเรียนวัดตำหนักใต้(วิลาศโอสถานนท์นุเคราะห์) มีโรงเรียนมาร่วมกันจัดหลายโรงเรียน เช่น โรงเรียนอนุราชประสิทธิ์ โรงเรียนอนุบาลนนทบุรี โรงเรียนอนุบาลบางกรวยวัดศรีประวัติ โรงเรียนวัดบางไกรนอก มีทั้งแสดงผลงานด้านวัฒนธรรมของประเทศต่าง ๆ ในอาเซี่ยน รวมของของกิน


ออกจากงานนี้ไปโรงเรียนปัญญาภิวัฒน์ของกลุ่ม PC ALL ฟังเขาบรรยายสรุปและเยี่ยมชมห้องส่งทางไกล ก่อนลงมาทานข้าวกลางวัน บ่ายเดินทางไปโรงแรมปริ้นพาเลซ มหานาค เพื่อประชุมศึกษาธิการจังหวัด เพื่อหาคำตอบในการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งจะต้องเร่งด่วนกับโรงเรียนที่มีนักเรียน 20 คนลงมา ของ สพป.นนทบุรี เขต 1 ไม่มี ของ สพป.นนทบุรี เขต 2 มี 1 โรงเรียน นอกจากนั้นวันนี้เช่นกันมหาวิทยาลัยสวนดุสิตนัดคุยกันเรื่องออกข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย สพร.นัดทำข้อมูลอัตรากำลัง มาตรฐานวิชาเอก แปลงร่างคนเดียวไม่ไหวต้องมอบท่านรองฯพีรากร บุนนาค และ ผอ.กลุ่มการบริหารงานบุคคลไปช่วยดูแล สกสค.ก็นัดแก้ระเบียบที่สมุทรสงครามเริ่มวันนี้จนถึงวันอาทิตย์ จะไปสมทบพรุ่งนี้เช้า ชีวิตนี้ใช่อยู่ได้เพราะใครอื่น ที่หยัดยืนอยู่ได้ใช่ขาเขา จะสุขบ้างเศร้าบ้างก็อกเรา ล้มแล้วลุกมือปัดเข่าก็เราเอง

นายกำจัด คงหนู

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 1


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน  "เรื่องเล่าจากเจ้าพระยา"



ความเห็น (0)