ศาสนาสากล

ความหมาย และความสำคัญของศาสนา

ศาสนา มาจากคำว่า ศาสน์ ( เป็นภาษาสันสกฤต ) หรือ สาสน์( ในภาษาบาลี )

แปลว่า คำสั่งสอนหรือการปกครอง

คำสั่ง สั่งให้อย่าทำ ( ความชั่ว ) = ศีล คำสอน สอนให้ทำความดี= ธรรม

การปกครอง ปกครองใจตนเองให้มีสติและสมาธิ พร้อม จะประพฤติดี ปฏิบัติดี

มูลเหตุของการเกิดศาสนา

1. เกิดจากความกลัว

ความกลัวในปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ

ความกลัวชีวิตหลังความตาย

ความกลัวในความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับร่างกายและสรรพสิ่งรอบตัว

2. เกิดจากการมีอวิชชา ( ความไม่รู้ )

3. เกิดจากความจงรักภักดี อันเกิดจากความเชื่อ ความเลื่อมใส ในสิ่งที่ตนเชื่อและสามารถอำนวยประโยชน์แก่ตน

4. เกิดจากเหตุผล ที่การใช้ปัญญาไตร่ตรองเพื่อค้นหาความจริงในชีวิต

ความสำคัญของศาสนา

เป็นที่ยึดเหนี่ยวของจิตใจ

เป็นการยกระดับทางจิตใจ

เป็นการสร้างระเบียบในสังคม

สร้างจิตสำนึกให้เห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์

เป็นบ่อเกิดของศิลปวัฒนธรรม

เป็นแหล่งผลิตทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่า

เป็นมรดกล้ำค่าของมนุษยชาติ เป็นความหวัง และวิถีทางสุดท้ายแห่งความอยู่รอดของมนุษย์

ชาติสร้างความเท่าเทียมกันในสังคม

ให้พลังใจแก่มนุษย์ในการทำความดี

ความแตกต่างระหว่าง ศาสนาและลัทธิ

ศาสนา จะประกอบด้วย คำสอน ศาสดา สถาบัน สัญลักษณ์ และมีจุดมุ่งหมาย

เพื่อความประโยชน์สุขของมนุษย์ทุกคนบนโลก

ลัทธิ เป็นความเชื่อที่อาจมีคำสอนที่ไม่เกี่ยวข้องกับศีลธรรม ไม่ต้องมีพิธีกรรมก็ได้

จะมีสัญลักษณ์หรือไม่ก็ได้ และมีจุดมุ่งหมายเพื่อความประโยชน์สุขของคนเฉพาะกลุ่ม

ประโยชน์ของศาสนา

ควบคุมความประพฤติของคนในสังคม

ช่วยให้บุคคลมีชีวิตที่สงบสุข

สังคมเกิดความสามัคคี มีเอกภาพ

สนองความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ในด้านสังคม ปัญญาและจิตใจ

สร้างสรรค์วัฒนธรรม

ให้คนเคารพในความเป็นตัวเอง

เคารพในสติปัญญาของตนเองที่จะสามารถแก้ปัญหา และขจัดกิเลสต่างๆออกไปได้

ศาสนาที่มีผู้นับถือในปัจจุบัน ได้แก่

1.ศาสนาคริสต์ (Christianity)

2.ศาสนาอิสลาม (Islam)

3.ศาสนาพุทธ (Buddhism)

4.ศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู (Hinduism)

5.ศาสนาโซโรอัสเตอร์ (Zoroastrianism)

6.ศาสนาเชน (Jainism)

7.ศาสนาสิข (Sikhism)

8.ศาสนาเต๋า (Taoism)

9.ศาสนาขงจื๊อ (Confucius)

10.ศาสนาชินโต (Shintoism)

11.ศาสนายิว (Judaism)

ประเภทของศาสนา

ตามความเชื่อเกี่ยวกับพระเจ้า แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1. เทวนิยม (Theism) นับถือพระเจ้า เชื่อว่าพระเจ้าเป็นองค์ศักดิ์สิทธิ์ สร้างสรรค์โลกและสรรพ

สิ่งต่างๆ แบ่งเป็น

ก. เอกเทวนิยม (Monotheism) นับถือพระเจ้าองค์เดียว ได้แก่ ศาสนาสิข ศาสนาเต๋า ศาสนายิว

ศาสนาโซโรอัสเตอร์ ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม

ข. พหุเทวนิยม (Polytheism) นับถือพระเจ้าหลายองค์ และอาจผสมผสานกับการบูชาธรรมชาติ

(Nature worship)ได้แก่ ศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู ศาสนาขงจื๊อ ศาสนาชินโต

2. อเทวนิยม (Atheism) เป็นศาสนาที่ไม่มีการนับถือพระเจ้า คือไม่เชื่อหรือไม่สอนให้เชื่อ

ในเรื่องพระเจ้าสร้างโลกได้แก่ ศาสนาพุทธ และ เชน

พระนามศาสดาในแต่ละศาสนา

ศาสนาคริสต์ : พระเยซู

ศาสนาอิสลาม : พระนบีมูฮัมมัด

ศาสนาพุทธ : พระพุทธเจ้า

ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู : ไม่ปรากฎนาม

ศาสนาโซโรอัสเตอร์ : โซโรอัสเตอร์

ศาสนาเชน : มีศาสดา 24 องค์ ศาสดาองค์สุดท้ายชื่อท่านมหาวีระ

ศาสนาสิข : มีศาสดา 10 องค์ ศาสดาองค์แรกชื่อท่านคุรุนานัก

ศาสนาเต๋า : เล่าจื๊อ หรือเล่าสือ หรือเล่าซู (Lao-Tzu)

ศาสนาขงจื้อ : ขงจื๊อ หรือ ขงฟูจื๊อ หรือ ขงฟูสือ

ศาสนาชินโต : ไม่ปรากฎศาสดา ก่อตั้งด้วยการบูชาบรรพบุรุษและบูชาเทพเจ้า

ศาสนายิว : โมเสส

องค์ประกอบของศาสนา


องค์ประกอบ

พราหมณ์-ฮินดู

พุทธ

คริสต์

อิสลาม

ศาสดา

ไม่มี

พระพุทธเจ้า

พระเยซู

นบีมูฮัมหมัด

คุมภีร์

ไตรเวท หรือ พระเวท

พระไตรปิฎก

ไบเบิล

อัลกุรอาน

นักบวช

พราหมณ์

พระภิกษุ สงฆ์

บาทหลวง

ไม่มี

ศาสนสถาน

เทวาลัย

วัด

โบสถ์

มัสยิด

พิธีกรรม

ศราทธ์ สังสการ ฯลฯ

อุปสมบท ฯลฯ

ศีลล้างบาปฯลฯ

ละหมาด ฯลฯ

สัญลักษณ์

โอม

ธรรมจักร และกวางมอบ

ไม้กางเขน

พระจันทร์เสี้ยวกับดาว

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ศาสนาสากล



ความเห็น (0)