ผลของการขาดทักษะการฟังนี้ ยังส่งผลโดยตรงถึง การพูด การอ่าน และ การเขียน อันเป็นทักษะสำคัญของการเรียนของเด็ก ๆ อีกด้วย


" วันนี้..ใครไม่ได้ส่งการบ้านบ้าง"

" ผมส่งครับ...หนูส่งค่ะ "

" ใครมีหนังสือวรรณคดีลำนำติดกระเป๋ามาบ้าง"

" ผมไม่มีครับ หนูไม่มีค่ะ"


มิตรรักแฟนเพลงที่อาชีพเดียวกับคุณมะเดื่อ

และเป็นครูประถมศึกษาเหมือนคุณมะเดื่อ คงมี

ประสบการณ์ กับการถาม - ตอบเหมือนกับที่

คุณมะเดื่อได้เจออยู่บ่อย ๆ

" คำตอบที่ไม่ตรงกับคำถาม "




จากประสบการณ์ที่คุณมะเดื่อวนเวียนอยู่กับโรงเรียน

อยู่กับเด็ก ๆ และอยู่กับการเรียนการสอน มา ๓๗ ปีเต็ม

พบว่า....ยุคสังคมโซเชียลนี้ เด็กประถม...

" ไม่ฟัง ...ฟังไม่เป็น...ฟังไม่รู้เรื่อง (ไม่เข้าใจ) "

เพิ่มมากขึ้นทุกปี ในชั่วโมงเรียนเด็ก ๆ คุยกันไม่สนใจ

ว่า ครูจะพูดหรือสอนอะไร แม้ในเวลาทำงาน

เด็ก ๆ ก็จะคุยกันตลอดเวลา.....เมื่อครูถามคำถาม

เด็ก ๆ ก็จะตอบทันทีโดยไม่ต้องคิดอะไร และ มักจะ

เป็นคำตอบที่ไม่ตรงกับคำถามของครู.....




การฟัง....คือ ปัจจัยสำคัญยิ่งของการเรียนรู้ของเด็กปกติทุกคน

แม้ทางทฤษฎีจะกล่าวไว้ว่า การเรียนรู้ที่เกิดจากการฟัง

จะมีเพียง ร้อยละ ๒๐ ก็ตามหากเด็ก ๆ

ไม่มีทักษะในการฟัง ฟังไม่เป็น ฟังไม่เข้าใจ

ไม่มีสมาธิในการฟังแล้ว ก็เท่ากับไม่เกิดการเรียนรู้

ในด่านแรกของปัจจัยทีเดียว




หากย้อนรำลึกนึกถึงเด็ก ๆ ในระยะแรก ๆ ที่คุณมะเดื่อเคยสอน

( เป็นธรรมดาของครูเก่า และแก่ที่สอนมานานย่อมมีข้อเปรียบเทียบ

ยุคต่อยุค รุ่นต่อรุ่น น่ะแหละ) ซึ่งปัจจุบัน เด็ก ๆ รุ่นนั้นก็อาจจะ

เป็น พ่อ แม่ หรือ ปู่ ย่า ตา ยาย ของนักเรียนปัจจุบันนี้

เด็ก ๆ ในระยะแรก ๆ เป็นเด็กที่มีทักษะการฟังที่ดีมาก ฟังเข้าใจ

สามารถปฏิบัติตามคำสั่งของครูได้ถูกต้อง ห่างไกลจากเด็กรุ่นปัจจุบัน

มากที่เดียว สังเกตดูว่า เด็ก ๆ เดี๋ยวนี้ หากครูสั่งอะไร ก็ต้องย้ำแล้ว

ย้ำอีก ถึงก็ต้องให้เด็กทวนคำพูดของครู อีกอย่าง ถ้าเป็น

คำสั่งซ้อน ครูจะต้องพูดช้า ๆ และให้เด็กทวนคำพูดของครูด้วย

เช่น ครูสั่งให้ไปเอากระดาษเอ.๔ ที่โต๊ะครู

ซึ่งอยู่ในห้องพักครู หากพูดครั้งหรือสองครั้ง

เด็กจะจำไม่ได้ว่าครูให้ไปเอาอะไร ...?




หากจะถามถึงสาเหตุของ " ความบกพร่องในการฟัง" ของเด็ก ๆ ยุคใหม่นี้

ว่า เกิดจากอะไร ก็คงจะอนุมาน ได้ว่า.....

๑. ความล้มเหลวของสถาบันหลัก คือ " ครอบครัว " ปฏิสัมพันธ์

ระหว่างสมาชิกในครอบครัวที่ลดน้อยลง พ่อ แม่ หรือ

ผู้ปกครอง ไม่ค่อยได้พูดสื่อสารกับลูกหลาน พ่อ แม่ ผู้ปกครอง

ไม่มีเวลาที่จะพูดจา สนทนา กับเด็ก ๆ เหมือนพ่อ แม่

ผู้ปกครองสมัยก่อน ๆ ซึ่งจะสืบเนื่องมาจากสาเหตุใด

ก็แล้วแต่ เหตุผลของแต่ละครอบครัวละกัน

๒. ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี ที่แพร่หลาย ระบาด

อยู่รอบ ๆ ตัวเด็ก และสมาชิกในครอบครัว

มีอิทธิพลสูงมาก จนดึงเวลาของสมาชิกในครอบครัว

ที่จะพูดจาก สื่อสารกันด้วยวาจาไปจนแทบหมด

ซึ่ง ทำให้การพูดคุยกันของสมาชิกในครอบครัวไป

ปรากฏอยู่หน้าจอมือถือ แทนที่การพูดคุยกันโดยตรง

ก็อาจจะเป็นได้

๓. ภารกิจ ในชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ การทำมาหากิน

กับการดำเนินชีวิตที่เร่งรีบของคนในปัจจุบัน

ทำให้ปฏิสัมพันธ์ ของบุคคลทั้งในครอบครัว และในสังคม

เกิดเป็นช่องว่างที่กว้างขึ้นทุกขณะ จะเห็นว่า แม้แต่

คนในครอบครัวเดียวกัน ก็ต้องพูดคุยกันทางหน้าจอ

มือถือ หรือโทรศัพท์ติดต่อกันในการทำภารกิจระหว่างวัน



สาเหตุทั้งสามประการนี้ ไม่ได้อ้างอิงจากตำราใด ๆ นะจ๊ะ

แต่ เป็นการอ้างอิงจากประสบการณ์และการสังเกตของตัวเอง

ซึ่งใครจะเห็นด้วย หรือ ไม่เห็นตามนี้ ก็ไม่ผิดเพี้ยนประการใด

เพราะนี่คือ ความคิดเห็นส่วนตัวของคุณมะเดื่อเองจ้ะ




ผลของการขาดทักษะการฟังนี้ ยังส่งผลโดยตรงถึง การพูด การอ่าน

และ การเขียน อันเป็นทักษะสำคัญของการเรียนของเด็ก ๆ อีกด้วย

คุณมะเดื่อจะขอกล่าวถึงในบันทึกต่อ ๆ ไปจ้ะ