ชีวิตที่พอเพียง 2569a. ความสุขจากการไตร่ตรอง

ความไม่ชัดเจน นำไปสู่การตั้งคำถามขึ้นในใจ นำไปสู่พื้นที่แห่งความ “ไม่เชื่อ” เกิดการตั้งคำถาม และเป็นบ่อเกิดของการเรียนรู้


เช้าวันอาทิตย์ที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๘ ผมนั่งเขียน(ที่จริงพิมพ์) บล็อก ที่ระเบียงหน้าบ้าน ความคิดหลั่งไหลมาไม่หยุดหย่อน สร้างความรู้สึกมีความสุขยิ่งนัก ทำให้ผมเขียนบันทึกนี้

ผมตีความว่า ในช่วงเวลาหรือพื้นที่ไตร่ตรองสะท้อนคิด (reflection) ผมมีความสุขมาก แต่ก็ยังเป็นกิจกรรมภายในของผมคนเดียว พลังยังไม่มาก

ผมชอบพื้นที่ไตร่ตรองสะท้อนคิดร่วมกัน โดยใช้เครื่องมือ AAR ซึ่งทุกคนในวงเป็นทั้งผู้ให้และรับ ไตร่ตรองร่วมกัน เป็นพื้นที่สร้างสรรค์รวมหมู่ สร้างสรรค์โดยการตีความเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้สมาชิกในวง AAR ได้ตระหนักว่า ในเหตุการณ์เดียวกัน ตนรับรู้อะไรบ้าง คนอื่นรับรู้อะไรบ้าง ได้ตระหนักข้อจำกัดในการรับรู้ของตน และตระหนักพลังรับรู้ที่ดีกว่าในบางด้านของคนอื่น เกิดความอ่อนน้อมถ่อมตน และเคารพคนอื่น

ในวง AAR ทุกคนได้ฟังและพูด ได้ฝึกการฟัง ฟังให้ได้ยินสิ่งที่เพื่อนร่วมวงไม่ได้พูด เป็นช่วงเวลาที่สนุกสนานท้าทาย ได้ฝึกพูดเสนอสิ่งที่เราสัมผัสแบบไม่ชัดเจน ความเข้าใจยิ่งไม่ชัดเจน ฝึกความกล้า ที่จะเสนอสิ่งที่ตนเองเข้าใจครึ่งๆ กลางๆ เหล่านั้น

ผมตีความว่า การไตร่ตรองสะท้อนคิด เป็นการเข้าสู่ หรืออยู่ในพื้นที่มัวๆ ไม่ชัดเจน เพื่อทำความเข้าใจ หรือเรียนรู้จากสภาพนั้น

การศึกษาในปัจจุบัน ที่มุ่งเรียนรู้จากความชัดเจนที่คนอื่นหยิบยื่นให้ สร้างเด็กและพลเมือง ที่ไม่มีทักษะเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง จากสัมผัสจริงของตนเอง การศึกษาแบบนี้จึงสร้างผู้ตาม ไม่สร้างผู้นำ ไม่นำสู่ การเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง (Transformative Learning)

ความไม่ชัดเจน นำไปสู่การตั้งคำถามขึ้นในใจ นำไปสู่พื้นที่แห่งความ “ไม่เชื่อ” เกิดการตั้งคำถาม และเป็นบ่อเกิดของการเรียนรู้

การศึกษาที่ดีสำหรับยุคสมัยปัจจุบัน (ศตวรรษที่ ๒๑) คือการศึกษาที่พานักเรียนนักศึกษาเข้าสู่พื้นที่แห่งความไม่ชัดเจน ให้ผู้เรียนแสวงหาความชัดเจนด้วยตนเอง ภายใต้ความเชื่อว่าความชัดเจนมีได้หลากหลายแบบ แต่ละแบบมีคำอธิบายของตนเอง อำนวยความสะดวกและกระตุ้นความสนุกในการทำความเข้าใจโดยครู ซึ่งแปลว่า ครูก็เรียนรู้ไปพร้อมกันกับศิษย์ และครูกับศิษย์เคารพการตีความของกันและกัน เพราะผิดถูกไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด เรื่องสำคัญที่สุดคือการเรียนรู้

ความเชื่อและไม่เชื่อเป็นปฐมเหตุของการไตร่ตรองสะท้อนคิด ระหว่างที่ผมนั่งไตร่ตรองคนเดียว ผมฝึกเชื่อและไม่เชื่อตนเอง ฝึกเชื่อและไม่เชื่อสัมผัสหรือการรับรู้ของตน ในประสบการณ์ของตน ผมฝึกบอกตนเองว่าการรับรู้ของผมไม่มีวันครบถ้วน เพราะผมเสียสมาธิบ่อยๆ รวมทั้งบางเรื่องผมก็ “บอดสนิท” ที่จะรับรู้

๒๗ ธ.ค. ๕๘

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีปีใหม่..ที่ถูกสมมุติ..ขึ้นมา..เจ้าค่ะ...