หลักสูตรฝึกอบรม การจัดการพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง
ในผู้ป่วยจิตเวชสำหรับบุคลากรสาธารณสุข ในเขตสุขภาพที่ 10
1. หลักการและเหตุผล (P : principle and reason)
พฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงต่อบุคลากรในสถานบริการสาธารณสุขเป็นปัญหาที่สำคัญในทุกภูมิภาคทั่วโลก (Anderson and West 2011 citing Maria 2013 : 121) และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง(NICE 2014 : 1-60) โดยเฉพาะพยาบาลมีแนวโน้มที่จะถูกทำร้ายมากที่สุด(Chappell and Di Martino 2006 citing Maria 2013 : 121 ; วันเพ็ญไสไหม, สุดาพรรณธัญจิราและณวีร์ชยาประเสริฐสุขจินดา2010 : 121-135) เนื่องจากเป็นกลุ่มวิชาชีพที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยและญาติงานมีลักษณะเฉพาะต้องเผชิญกับความเครียดและความกดดันในภาวะไม่ปกติสุขของผู้ป่วย (สมเกียรติศิริรัตนพฤกษ์และคนอื่นๆ2551) นอกจากนี้ยังพบว่าพยาบาลจิตเวชถูกกระทำรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเป็น 3 เท่าของกลุ่มอาชีพด้านสุขภาพอื่นๆ เนื่องจากผู้ป่วยจิตเวชมีพฤติกรรมรุนแรงมากขึ้น (Spencer, Stone and McMillan 2012 : 43) จึงเป็นความเสี่ยงปัจจุบันในการทำงานของพยาบาลที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ
ความเสี่ยงดังกล่าว พบความชุกในแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินหน่วยบริการผู้ป่วยนอกอยู่ระหว่างร้อยละ25-80 (Campbell and others 2011 ; Stevenson 2014 : 8 ; NICE 2014 : 1-60) และในหอผู้ป่วยจิตเวช และคลินิกจิตเวช มากกว่าร้อยละ39 (วันเพ็ญไสไหม, สุดาพรรณธัญจิราและณวีร์ชยาประเสริฐสุขจินดา2010 : 121-135) ส่วนใหญ่เป็นการกระทำรุนแรงด้วยวาจาเช่นพูดตะโกนเสียงดังข่มขู่ด่าทอด้วยคำหยาบคาย(วริศรา ดิษบรรจง 2551 ; ศิมาลักษณ์ ดิถีสวัสดิ์เวทย์ 2556 ; Cornaggia and other 2011: 10-20) ส่วนความรุนแรงด้านร่างกายเป็นการผลักดึงกระชากคุกคามทางเพศด้วยการใช้มือสัมผัสถึงแม้จะมีรายงานความชุกที่น้อยกว่าแต่ผลลัพธ์ที่ตามมาเป็นความเสียหายทั้งทางกายและใจอย่างรุนแรงเช่นพยาบาลที่ศูนย์การแพทย์ในนิวยอร์กสหรัฐอเมริการายงานว่าถูกผู้ป่วยจิตเวชทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัสปากมดลูกเสียหายอย่างถาวรช่องไขสันหลังขากรรไกรตาข้างขวาและสมองถูกทำลายเกิดปัญหาทางจิตถึงขั้นพยายามทำร้ายตัวเอง(McLean 2013 : 42)
ในทางกลับกันพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงก็ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยอย่างมากและมีโอกาสสูงที่จะได้รับการตอบโต้การกระทำด้วยความรุนแรงหรือในกรณีจำเป็นต้องควบคุมตัวต้องผูกมัดหรือจำกัดพฤติกรรมไว้ในห้องแยกเดี่ยวอาจเกิดผลแทรกซ้อนตามมาทั้งด้านร่างกายและจิตใจเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ(Stubbs and others 2009 : 99-105 ; Happell and Harrow 2010) เช่นกระดูกแตกหักมีแผลฉีกขาดแผลกดทับและมีความเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิตแบบกะทันหัน (Duxbury, Aiken and Dale 2011 : 46-50) บางครั้งเน้นเรื่องความปลอดภัยทางกายมากเกินไปมองข้ามผลกระทบด้านจิตใจทำให้ผู้ป่วยเกิดความกังวลซึมเศร้ารู้สึกสูญเสียความเป็นอิสระเสียศักดิ์ศรีและความเป็นมนุษย์(นันทวัช สิทธิรักษ์และคนอื่นๆ2552) ทำลายสิ่งแวดล้อมเพื่อการบำบัดและเป็นการทำงานที่ไม่ใช่มืออาชีพ (Mihai and others 2013 : 468 ; Karpilovsky 2013 : 452 ; Pekara 2011 : 187-191) ทำให้การรักษาเป็นประสบการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวทำลายขวัญทั้งบุคลากรและผู้ป่วยทำให้หอผู้ป่วยเป็นสถานปฏิบัติงานที่ไม่น่าพึงปรารถนาเป็นประสบการณ์ที่ปวดร้าวอย่างมากต่อทั้งผู้ป่วยพยาบาลและทีมสหวิชาชีพสามารถจุดประกายความเกลียดชังระหว่างผู้ป่วยและบุคลากรได้อย่างมาก (Karpilovsky 2013 : 452) รวมทั้งองค์กรต้องสูญเสียทั้งภาพลักษณ์การให้บริการและงบประมาณ(Julian and Lisa 2013 : 465 ; Mihai and others 2013 : 468)
ในประเทศไทยการศึกษาปัจจัยเสี่ยงต่อพฤติกรรมก้าวร้าวพบสาเหตุจากทั้งด้านผู้ป่วยสิ่งแวดล้อมบุคลากรผู้บริหารนโยบายและระบบการทำงานขององค์กรโดยเฉพาะด้านบุคลากรพบปัจจัยที่สำคัญคือขาดความรู้ด้านจิตเวชฉุกเฉิน (กรมสุขภาพจิต 2558 : 4)ขาดทักษะและความมั่นใจขาดการเตรียมความพร้อมในการจัดการกับพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงของหน่วยงานบุคลากรไม่เคยได้รับการอบรมด้านการป้องกันตัวและการจัดการกับพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง (เฉลิมรัฐ ค้ำชูชาติ 2548)ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการถูกกระทำความรุนแรงมากกว่าผู้ที่ได้รับการอบรม 1.6 เท่า (ศิมาลักษณ์ ดิถีสวัสดิ์เวทย์ 2556)การขาดความสามารถในการสร้างสัมพันธภาพเพื่อการบำบัดกับผู้ป่วยปฏิบัติงานไม่มีคุณภาพ และที่สำคัญอย่างยิ่งขาดการวิเคราะห์ปัญหาและแนวทางแก้ไขไม่บันทึกและไม่รายงานอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้น (เกสราศรีพิชญาการ, ภัทราภรณ์ทุ่งปันคำและบังอร ศุภวิทิตพัฒนา2003) ส่วนในต่างประเทศรายงานว่าปัจจัยเสี่ยงต่อพฤติกรรมก้าวร้าวเกิดจากการปฏิบัติงานที่ไม่ใช่มืออาชีพมีความสะเพร่าละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ (Miriam 2013 : 440)ไม่รายงานอุบัติการณ์หรือรายงานต่ำกว่าความเป็นจริง(Gates, Gillespie and Succop 2011; Stevenson 2014 : 8) รวมทั้งการมีบุคลิกภาพต่อต้านมีทัศนคติเชิงลบต่อผู้ป่วยและการวางตัวไม่เหมาะสมการใช้คำพูดหรือพฤติกรรมคุกคามมีความเครียดและมีความขัดแย้งในทีม(Miriam 2013 : 440)
ในเขตสุขภาพที่ 10 พบสถานการณ์พฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง ของผู้ป่วยจิตเวช และผู้มารับบริการในทำนองเดียวกัน ข้อมูลจากการสรุปผลการนิเทศงานบริการสุขภาพจิตและจิตเวชของโรงพยาบาลในเครือข่าย เขตสุขภาพที่ 10 มากกว่าครึ่ง รายงานพฤติกรรมก้าวร้าวจากผู้ป่วยจิตเวชและผู้รับบริการเกิดขึ้นบ่อยครั้งและมีความเสี่ยงต่ออุบัติการณ์รุนแรงเนื่องจากบุคลากรขาดความรู้และทักษะขาดความเชื่อมั่นว่าจะสามารถจัดการได้ (โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์2557) และจากการทบทวนย้อนหลังในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาจากเอกสารการขอรับความช่วยเหลือด้านวิชาการและหนังสือเชิญเป็นวิทยากรพบว่ามีการกระทำก้าวร้าวรุนแรงทั้งด้วยวาจาและทางร่างกายโดยผู้ป่วยที่มารับบริการต่อพยาบาลและสหวิชาชีพในโรงพยาบาลต่างๆของเขตสุขภาพที่ 10 ค่อนข้างมากเช่นตะโกนด่าพูดข่มขู่ท้าทายถืออาวุธขู่จะทำร้ายบุคลากรผู้ปฏิบัติงานการชกต่อยตบตีและในการประชุมเชิงปฏิบัติการเมื่อวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ 2558 โดยการประชุมกลุ่มย่อย (focus group) ของกลุ่มพยาบาลวิชาชีพที่รับผิดชอบงานสุขภาพจิตและจิตเวช5 กลุ่มจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 10 จำนวน 120 คนกลุ่มพยาบาลได้อธิบายถึงความรู้สึกต่อสถานการณ์พฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง ว่ากลัวถูกทำร้ายรู้สึกไม่ปลอดภัยตื่นกลัวน่ากลัวเสี่ยงอันตรายอยากอยู่ห่างๆแต่ก็รู้สึกเห็นใจสงสารอยากช่วยเหลือผู้ป่วยและครอบครัวมีปัจจัยเสี่ยงเช่นเจ้าหน้าที่จำนวนน้อย ไม่มีทักษะในกรณีที่ต้องควบคุมผู้ป่วยก้าวร้าวไม่รู้จะจัดการอย่างไรดีกลัวให้การพยาบาลไม่ถูกไม่กล้าไม่มั่นใจการดูแลบางแห่งไม่เคยได้รับการอบรมการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวมาก่อนและเสนอขอความช่วยเหลือในการฝึกอบรมให้กับโรงพยาบาลต่างๆด้วย(โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ 2558)
ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง ต่อบุคลากรในระบบบริการสาธารณสุข และเพื่อให้สอดคล้องกับนิยามความปลอดภัย ในระบบบริการสุขภาพขององค์การอนามัยโลก ในการลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากภัยหรืออันตรายที่ไม่ควรเกิดขึ้นจากการบริการสุขภาพหรือให้เกิดขึ้นน้อยที่สุดเท่าที่สามารถยอมรับได้ (WHO 2011 อ้างถึงในปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ 2557) ข้อกำหนดด้านจริยธรรมทางวิชาชีพในการดูแลรักษาผู้ป่วย รวมถึงการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และมาตรฐานการรับรองคุณภาพโรงพยาบาลในเรื่องระบบการจัดการความเสี่ยง และความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และผู้ป่วยแนวทางการผูกยึดผู้ป่วยการจัดการภาวะฉุกเฉินและยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุขข้อที่ 3 การพัฒนาระบบบริหารจัดการเพื่อสนับสนุนการจัดบริการด้านพัฒนาบุคลากรข้อที่ 18 มีแผนพัฒนาบุคลากรอย่างมืออาชีพในระดับจังหวัด (กระทรวงสาธารณสุข 2558) และประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 ของกรมสุขภาพจิตในการพัฒนาความเป็นเลิศทางวิชาการด้านสุขภาพจิตเพื่อเสริมสร้างศักยภาพความร่วมมือของเครือข่ายโดยถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสุขภาพจิตสู่เครือข่าย (กรมสุขภาพจิต2556) ผู้วิจัยจึงพัฒนาหลักสูตรนี้ขึ้น เนื่องจากการฝึกอบรมที่ผ่านมาไม่มีหลักสูตรที่เป็นมาตรฐานเฉพาะขาดกรอบแนวคิดที่ชัดเจนและขาดเนื้อหาสาระที่เฉพาะ และสอดคล้องเชื่อมโยงกันกับเป้าหมายการฝึกอบรมกระทำตามที่ร้องขอในหัวข้อเรื่องที่เฉพาะสำหรับเหตุการณ์ในแต่ละครั้งแต่ละพื้นที่ซึ่งอาจเป็นนำเสนอเนื้อหาแบบบุฟเฟ่ต์ (smorgasbord of content) (Farrell and Shafiei 2008 : 401- 402) และไม่มีการประเมินผลการฝึกอบรม ผลลัพธ์ของหลักสูตรนี้คาดว่าจะช่วยให้บุคลากรสาธารณสุขที่ทำงานในหน่วยงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงในโรงพยาบาลต่างๆของเขตสุขภาพที่ 10 มีความรู้ความเข้าใจมีทัศนคติมีทักษะและมีความเชื่อมั่นในตนเองเพื่อการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงซึ่งจะส่งผลให้บุคลากรสาธารณสุขสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและส่งผลให้มีการสร้างระบบการทำงานที่ปลอดภัยลดอุบัติการณ์และความรุนแรงของพฤติกรรมรุนแรงในหน่วยงาน
แนวคิดพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตร
ในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม เรื่อง การจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงในผู้ป่วยจิตเวชสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในเขตสุขภาพที่10 ผู้วิจัยใช้แนวคิดพื้นฐานจากปรัชญาพิพัฒนาการ(progressivism) โดยมีความเชื่อว่าประสบการณ์ของมนุษย์เป็นพื้นฐานไปสู่ความรู้ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกใบนี้อยู่ในสภาพที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอจึงไม่มีการเน้นถึงความรู้ที่มีลักษณะถาวรผู้วิจัยมุ่งที่จะให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเรียนรูจากการจัดประสบการณ์ที่จัดให้และใช้แนวคิดพื้นฐานด้านจิตวิทยาการเรียนรู้ ในทฤษฎีที่เน้นการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนองด้วยการเสริมแรง ( token economy) เพื่อกระตุ้นในการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม รวมทั้งมีการฝึกทักษะ เพื่อให้ผู้เข้าฝึกอบรมได้เกิดการเรียนรู้ตามศักยภาพของตนและเกิดทัศนคติที่ดีต่อการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง จึงใช้ทฤษฎีการดูแลของวัตสัน (Watson’s Caring theory) ซึ่งเป็นทั้งปรัชญาและทฤษฏีทางการพยาบาลที่มีจุดเน้นที่การดูแลภายใต้อิทธิพลทางด้านมานุษยวิทยารวมทั้งความรู้สึกผูกพันต่อบทบาทการดูแลเพื่อการฟื้นหายของผู้ป่วย เป้าหมายของการดูแล คือ การช่วยเหลือบุคคลให้ค้นพบภาวะดุลยภาพ ของร่างกาย จิตใจจิตวิญญาณให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์ในแง่ของการเคารพในศักดิ์ศรีของทุกคนเน้นการดูแลอันเป็นคุณธรรมที่ดำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์โดยอาศัยการสร้างสัมพันธภาพระหว่างผู้ให้การดูแลกับผู้ได้รับการดูแลภายใต้ความรักในความเป็นเพื่อนมนุษย์ที่ให้ความสำคัญทั้งร่างกายและจิตใจอย่างไม่แยกออกจากกันเป็นแนวทางในการพัฒนาหลักสูตร รวมทั้งความจำเป็นต้องเรียนรู้ในส่วนที่เกี่ยวข้องพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 เนื่องจากการกระทำเพื่อการจัดการกับพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง บางอย่างถึงแม้จะเป็นการกระทำเพื่อจุดมุ่งหมายในการบำบัดรักษา แต่มีความเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจในสาระสำคัญและวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของกฎหมายเพื่อจะสามารถนำไปใช้ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องโดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวเช่นการผูกมัดการใช้ห้องแยกเดี่ยวเพื่อแยกหรือกักผู้ป่วยการควบคุมตัวเพื่อนำส่งสถานพยาบาลการควบคุมตัวเพื่อการบำบัดรักษาโดยการผูกมัดจะต้องกระทำอย่างระมัดระวังปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นจะต้องได้รับการฝึกอบรมให้มีความรู้ ทักษะปฏิบัติมีเจตคติที่ดี และมีจริยธรรมสูง เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ป่วยและคนอื่นๆปลอดภัย
2. จุดมุ่งหมายของหลักสูตร (O : objective)
หลังฝึกอบรม ผู้เข้ารับการฝึกอบรม มีการเปลี่ยนแปลงสมรรถนะใน 4 ด้าน หรือ CAMP Concept โดยสรุป ดังนี้
2.1 จุดมุ่งหมายหลัก เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม
1. มีความรู้ความเข้าใจ(Cognitive domain ) ในสถานการณ์ และปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อกระบวนการเกิดพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง และวิธีการจัดการจัดการอย่างเป็นระบบ
2. มีทัศนคติ (Affective domain) ที่ดีต่อผู้ป่วยและวิธีการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง
3. มีความเชื่อมั่น เคารพในตนเอง (Mindfulnessdomain) ต่อการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง
4. มีทักษะ ความเชี่ยวชาญ (Psychomotordomain) ในการปฏิบัติการทั้งด้านการใช้คำพูด (verbal restraint )และวิธีการทางกายภาพ(non-verbal restraint )
เมื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะ มีเจตคติและความเชื่อมั่นในการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรงแล้วจะสามารถจัดการได้อย่างเป็นระบบ
2.2 เป้าหมายของหลักสูตร
มีระบบการจัดการพฤติกรรมร้าวในสถานปฏิบัติงาน ผู้รับบริการมีความปลอดภัย ได้รับบริการที่ดี
3. เนื้อหาที่เฉพาะของหลักสูตร(S : specific content)
หลักสูตรฝึกอบรมเรื่องการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงในผู้ป่วยจิตเวชสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในเขตสุขภาพที่10 มีโครงสร้างและขอบข่ายเนื้อหา สาระที่เฉพาะ(S : specific content) 5 หน่วยการเรียนรู้ รวม 1 6 ชั่วโมง ดังตาราง1
ตาราง1หน่วยการเรียนและระยะเวลาในการฝึกอบรม
|
หน่วยที่ |
เรื่อง / เนื้อหา |
ระยะเวลา (ชั่วโมง) |
|
1 |
การแนะนำและสรุปภาพรวมหลักสูตร จริยธรรมทางการพยาบาลและทฤษฎีการดูแลของวัตสัน ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 |
2 |
|
2 |
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง |
3 |
|
3 |
การจัดการก่อนเกิดเหตุการณ์ |
3 |
|
4 |
การจัดการเมื่อมีเหตุการณ์ |
7 |
|
5 |
การจัดการหลังเกิดเหตุการณ์ |
1 |
|
|
รวมทั้งสิ้น5 หน่วยการเรียนรู้ |
16 ชั่วโมง |
หมายเหตุกิจกรรมลงทะเบียนพิธีเปิดการบรรยายพิเศษการประเมินก่อนและหลังการ ฝึกอบรมไม่นับเวลา
คุณสมบัติของผู้เข้ารับการฝึกอบรม
เนื่องจากเนื้อหาของหลักสูตรการฝึกอบรมเรื่องการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง ในผู้ป่วยจิตเวชสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในเขตสุขภาพที่10 นี้ มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับภาระหน้าที่ และความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าแผนก หัวหน้างาน หัวหน้าหน่วย หัวหน้าทีม ซึ่งมีอำนาจ หน้าที่ในการสั่งการ อำนวยการ วางแผนปฏิบัติการดูแลผู้ป่วย และผู้มารับบริการ รวมทั้งการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง ในรูปแบบทีม ทั้งในภาวะฉุกเฉิน และภาวะปกติ เพื่อการป้องกันปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรงในสถานบริการ จึงได้กำหนดคุณสมบัติ ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ดังนี้
1. เป็นพยาบาลวิชาชีพ
2. ปฏิบัติงานในหน่วยบริการฉุกเฉินหน่วยบริการผู้ป่วยนอกหน่วยบริการผู้ป่วยใน หน่วยบริการผู้ป่วยจิตเวชหรือหน่วยปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับสุขภาพจิตและจิตเวช
3. มีความสนใจและต้องการพัฒนาตนเอง
4. สามารถเข้าร่วมฝึกอบรมได้ตลอดทุกขั้นตอนการฝึกอบรม
จำนวนผู้เข้ารับการฝึกอบรมครั้งละ ไม่เกิน 30 คน เนื่องจากหลักสูตรมีเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับการฝึกปฏิบัติเพื่อให้เกิดทักษะในรายบุคล และการฝึกทักษะในสถานการณ์จำลองเพื่อให้เกิดทักษะในการปฏิบัติงานเป็นทีม
ระยะเวลาระยะเวลาการฝึกอบรม รวม2 วัน หรือ 16 ชั่วโมง ประกอบด้วย ทฤษฏี และแบ่งกลุ่มย่อยอภิปราย จำนวน 11 ชั่วโมง ฝึกปฏิบัติ จำนวน 5 ชั่วโมง
วิธีการฝึกอบรม
ในการฝึกอบรมตามหลักสูตรนี้ เนื่องจากมีเนื้อหาที่หลากหลายจำเป็นต้องใช้เทคนิคการฝึกอบรมหลากหลายวิธี ในการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้มีการเรียนรู้ และเกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านความเข้าใจ ทักษะ และทัศนคติให้มากที่สุดในเวลาที่จำกัดจึงใช้เทคนิคการฝึกอบรมหลายวิธี ดังนี้
1. การบรรยาย(lecture) เป็นการบรรยายของวิทยากรในหัวข้อต่าง ๆ ของหลักสูตร โดยใช้สื่อต่าง ๆประกอบการบรรยายเช่นPowerPointหรือวีซีดี และเปิดโอกาสให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมซักถาม
2. กรณีศึกษา(case study) เป็นการศึกษาเรื่องราวจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง (สถานการณ์จำลอง) เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ประเมิน วิเคราะห์สถานการณ์และตัดสินใจแก้ปัญหาต่าง ๆภายใต้สถานการณ์พฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรงที่ใกล้เคียงความจริงมากที่สุด
3. การฝึกปฏิบัติการ(workshop) เป็นการฝึกทักษะการป้องกันตนเอง และเอาตัวออกจากสถานการณ์วิกฤติ การควบคุมตัวและการผูกมัดผู้ป่วยอย่างปลอดภัย และฝึกทักษะการทำงานเป็นทีมในการควบคุมตัวผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง
4. การแสดงบทบาทสมมติ(role playing) เป็นการให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมแสดงบทบาทในสถานการณ์ที่เหมือนจริงโดยกำหนดโครงเรื่องและให้ผู้แสดงคิดคำพูดไปตามท้องเรื่องและบทบาทที่กำหนดเสร็จแล้วให้ผู้ดูวิเคราะห์เสนอแนวทางแก้ปัญหา
สื่อที่ใช้
1. คู่มือวิทยากร/เอกสารประกอบการฝึกอบรม
2. คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค (ใช้กับโปรแกรม CD/DVD ได้)
3. โปรเจคเตอร์
4. File DVD กรณีศึกษา เรื่อง การประเมินพฤติกรรมผู้ป่วยก้าวร้าว รุนแรง
5. File PowerPoint เนื้อหาสาระของหน่วยการเรียนรู้
6. ผ้าผูกมัดผู้ป่วย 4 เส้น
7. ท่อน้ำพีวีซีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว ยาว 1 เมตร 3 อัน
8. สัญลักษณ์คล้ายธนบัตรสำหรับใช้แทนรางวัล
ขอบข่ายเนื้อหาสาระและวัตถุประสงค์ของแต่ละหน่วยการเรียนรู้
เนื้อหาสาระที่เฉพาะในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ตามหลักสูตรฝึกอบรม เรื่อง การจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง ในผู้ป่วยจิตเวช สำหรับบุคลากรสาธารณสุขในเขตสุขภาพที่10 มีวัตถุประสงค์ที่เฉพาะ ดังนี้
หน่วยการเรียนรู้ที่1การแนะนำและสรุปภาพรวมหลักสูตร จริยธรรมทางการพยาบาลและทฤษฎีการดูแลของวัตสัน ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551
วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและมีทัศนคติทางบวกต่อพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง รวมทั้งการให้บริการดูแลผู้ป่วย ดังนี้
1. ภาพรวมของหลักสูตร รายละเอียดและขั้นตอนในกระบวนการฝึกอบรม เป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นหลังจากสิ้นสุดการฝึกอบรม
2. หลักจริยธรรมทางการพยาบาล
3. ทฤษฎีที่เน้นการดูแลอันเป็นคุณธรรมที่ดำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
4. สาระสำคัญของพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง
วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจมีทักษะมีทัศนคติทางบวกในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
1. ความหมาย และองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับความโกรธ พฤติกรรมก้าวร้าว พฤติกรรมรุนแรง
2. แนวคิด ทฤษฏี ปัจจัยและวงจรการเกิดพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง
3. การจำแนกระดับพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง
4. แนวปฏิบัติในการจัดการผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงจากการวิจัยของหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีประสิทธิภาพ
5. วิธีการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงตามสถานการณ์อย่างเป็นระบบ(PreAsPostManagement : PAPM)
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3การจัดการก่อนเกิดเหตุการณ์ (pre-incident management)
วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจมีทักษะมีทัศนคติทางบวกและมีความเชื่อมั่นในตนเองในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
1. การจัดการก่อนเกิดอุบัติการณ์
2. การประเมินความเสี่ยงต่อพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง
3. การป้องกันการเกิดพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4การจัดการขณะเกิดเหตุการณ์ (As incident management )
วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจมีทักษะ มีทัศนคติทางบวกและมีความเชื่อมั่นในตนเองในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
1. เทคนิค วิธีการจัดการทั้งวิธีการใช้คำพูด และไม่ใช้คำพูด
2. การป้องกันตนเอง และการเอาตัวเองออกจากสถานการณ์วิกฤติ
3. การควบคุมตัวและการผูกมัดผู้ป่วยอย่างปลอดภัย
4. การจัดการกับพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง ได้อย่างปลอดภัยทั้งตนเอง และผู้ร่วมงาน
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5การจัดการหลังเกิดเหตุการณ์ (Post incident management)
วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจมีทักษะ มีทัศนคติทางบวกและมีความเชื่อมั่นในตนเองในประเด็นต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลวางแผนป้องกันการเกิดปัญหาในอนาคต ดังนี้
1. การจัดการกับสถานการณ์หลังเกิดเหตุการณ์
2. การทบทวนหลังเกิดเหตุการณ์
กำหนดการฝึกอบรม
หลักสูตรการฝึกอบรมเรื่องการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง ในผู้ป่วยจิตเวช
สำหรับบุคลากรสาธารณสุขในเขตสุขภาพที่10
วันที่…….เดือน...........................พ.ศ. ................
ณห้องประชุม………………………………โรงพยาบาล.......................................
วันที่ 1
08.00 – 08.30 - ลงทะเบียน
08.30 – 09.00 - พิธีเปิดการอบรม และบรรยายพิเศษนโยบายและแนวทางการดูแลผู้ป่วย
ที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง(ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหรือผู้แทน)
09.00 – 11.00 - แนะนำและสรุปภาพรวมหลักสูตร (APN อัครเดชกลิ่นพิบูลย์)
- จริยธรรมทางการพยาบาลและทฤษฎีการดูแลของวัตสัน
- ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551
11.00 – 12.00- ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง (APN นาฏลดานำภา)
13.00 – 13.40- ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง (ต่อ) (APN นาฏลดานำภา)
13.40 – 14.00 --การจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงตามสถานการณ์อย่างเป็นระบบ
(PreAsPost Management :PAPM)
14.00 - 16.30- การจัดการก่อนเกิดเหตุการณ์(APN นาฏลดานำภา)
- การจัดสิ่งแวดล้อมเพื่อความปลอดภัย
- การประเมินพฤติกรรมเสี่ยง
- การป้องกันพฤติกรรมรบรวน
16.30 – 16.45- สรุปอภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรู้(APN อัครเดชกลิ่นพิบูลย์
APN นาฏลดานำภา)
วันที่ 2
08.30 – 10.00 - การจัดการขณะเกิดเหตุการณ์(รัชนี อุทัยพันธ์)
- การจำกัดพฤติกรรมด้วยวาจา
- เทคนิคการลดระดับความรุนแรง
10.00 – 11.00- การจัดการหลังเกิดเหตุการณ์(APN นาฏลดา นำภา)
- การทบทวนอุบัติการณ์ร่วมกับผู้ป่วยและครอบครัวการทบทวนแก้ไขปัญหา
ในหน่วยการทบทวนกระบวนการทางคลินิกของหน่วยงาน
11.00 – 12.00- การจัดการขณะเกิดเหตุการณ์
-การจำกัดพฤติกรรมด้วยเทคนิคทางกายภาพ (อัครเดชกลิ่นพิบูลย์)
13.00 – 17.00- การจัดการขณะเกิดเหตุการณ์(ต่อ)(อัครเดชกลิ่นพิบูลย์และคณะ)
- การจำกัดพฤติกรรมด้วยเทคนิคทางกายภาพ การป้องกันตนเองและการเอา
ตัวรอดจากสถานการณ์วิกฤติ การควบคุมตัวผู้ป่วยด้วยมือเปล่า
17.00 – 17.15- สรุปอภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรู้
แผนการฝึกอบรม
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1, 2 และ 3
|
เวลา |
กิจกรรมย่อย |
เนื้อหาสาระ |
วิธีดำเนินการ กิจกรรม |
สื่อและอุปกรณ์ |
|
|
ที่ |
ประเภท |
||||
|
08.00–08.30 |
1 |
ลงทะเบียน |
|
|
|
|
08.30–09.00 |
2 |
พิธีเปิดการอบรมและการบรรยายพิเศษ |
-นโยบายและแนวทางการดูแลผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง(ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหรือผู้แทน) |
บรรยายโดยผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานหรือผู้แทน |
-PowerPoint -Computer |
|
09.00–11.00 |
3 |
บรรยาย/อภิปรายกรณีศึกษา |
-แนะนำและสรุปภาพรวมหลักสูตร -จริยธรรมทางการพยาบาลและทฤษฎีการดูแลของวัตสัน -ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 |
บรรยายโดยวิทยากร APN อัครเดชกลิ่นพิบูลย์ |
-PowerPoint -Computer -สัญลักษณ์ คล้ายธนบัตรเพื่อใช้แทนรางวัล |
|
11.00 -12.00 |
4 |
บรรยาย/อภิปรายกรณีศึกษา |
-ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง |
บรรยายโดยวิทยากร APN นาฏลดานำภา |
-PowerPoint -Computer |
|
12.00-13.00 น. พัก |
|||||
|
13.00–13.40 |
5 |
บรรยาย |
-ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง (ต่อ) |
บรรยายโดยวิทยากร APN นาฏลดานำภา |
-PowerPoint Computer |
|
13.40–14.00 |
5 |
บรรยาย |
-การจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงตามสถานการณ์อย่างเป็นระบบ (PreAsPost Management :PAPM) |
บรรยายโดยวิทยากร APN อัครเดชกลิ่นพิบูลย์ |
-PowerPoint -Computer |
|
14.00–16.30 |
6 |
บรรยาย |
การจัดการก่อนเกิดเหตุการณ์ -การจัดสิ่งแวดล้อมเพื่อความปลอดภัย -การประเมินสถานการณ์ความเสี่ยง -การป้องกันพฤติกรรมรบรวน |
บรรยายโดยวิทยากร APN นาฏลดานำภา |
-PowerPoint -Computer |
|
16.30–16.45 |
7 |
การซักถาม |
-สรุปอภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรู้
|
ผู้เข้ารับการฝึกอบรมซักถามวิทยากร (APN อัครเดชกลิ่นพิบูลย์ นาฏลดานำภา) รัชนี อุทัยพันธ์ |
-PowerPoint -Computer |
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3, 4 และ 5
|
เวลา |
กิจกรรมย่อย |
เนื้อหาสาระ |
วิธีดำเนินการ กิจกรรม |
สื่อและอุปกรณ์ |
|
|
ที่ |
ประเภท |
||||
|
08.30–10.00 |
9
|
บรรยาย/อภิปรายกรณีศึกษา |
การจัดการขณะเกิดเหตุการณ์ -การจำกัดพฤติกรรมด้วยวาจา -เทคนิคการลดระดับความรุนแรง |
บรรยายโดยวิทยากร รัชนี อุทัยพันธ์ |
-PowerPoint -Computer -สัญลักษณ์ คล้ายธนบัตรเพื่อใช้แทนรางวัล |
|
10.00–11.00 |
10 |
บรรยาย/อภิปรายกรณีศึกษา |
การจัดการหลังเกิดเหตุการณ์ -การทบทวนอุบัติการณ์ร่วมกับผู้ป่วยและครอบครัว -การทบทวนแก้ไขปัญหาในหน่วย -การทบทวนกระบวนการทางคลินิกของหน่วยงาน |
บรรยายโดยวิทยากร APN นาฏลดานำภาและนักจิตวิทยา |
-PowerPoint -Computer -สัญลักษณ์ คล้ายธนบัตรเพื่อใช้แทนรางวัล |
|
11.00–12.00 |
11 |
บรรยาย |
การจัดการขณะเกิดเหตุการณ์ -การจำกัดพฤติกรรมด้วยเทคนิคทางกายภาพ |
บรรยายโดยวิทยากร APN อัครเดชกลิ่นพิบูลย์ |
-PowerPoint -Computer -สัญลักษณ์ คล้ายธนบัตรเพื่อใช้แทนรางวัล |
|
12.00-13.00 น. พัก |
|||||
|
13.00–17.00 |
11 |
บรรยาย สาธิต การแสดงบทบาทสมมติ การฝึกปฏิบัติ |
การจัดการขณะเกิดเหตุการณ์ -การจำกัดพฤติกรรมด้วยเทคนิคทางกายภาพ(ต่อ) - การป้องกันตนเองและการเอาตัวรอดจากสถานการณ์วิกฤติ - การควบคุมตัวผู้ป่วยด้วยมือเปล่า |
บรรยาย สาธิตและ ฝึกปฏิบัติแบบรายบุคคลและแบบทีมโดยวิทยากร APN อัครเดชกลิ่นพิบูลย์ และคณะ |
-PowerPoint -Computer -ผ้าผูกมัดผู้ป่วย 4 เส้น -ท่อน้ำพีวีซี 2 เส้น |
|
17.00–17.15 |
12 |
การซักถาม |
-สรุปอภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรู้
|
ผู้เข้ารับการฝึกอบรมซักถามวิทยากร (APN อัครเดชกลิ่นพิบูลย์ นาฏลดานำภา) |
PowerPoint Computer |
4.การประเมินผลการฝึกอบรม(E : evaluation)
4.1 การประเมินก่อนและหลังการฝึกอบรมทันที ในหัวข้อต่อไปนี้
(1) การประเมินการเรียนรู้(learning) 4 ด้าน (CAMP Concept)
(1.1) การเปลี่ยนแปลงด้านความรู้ ความเข้าใจ (Cognitive) โดยใช้แบบสอบถามความรู้ความเข้าใจ และทักษะปฏิบัติของพยาบาลวิชาชีพเกี่ยวกับการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงในสถานที่ทำงาน
(1.2) ด้านเจตคติ(Attitude) โดยใช้มาตรวัดทัศนคติต่อการจัดการความก้าวร้าวและความรุนแรง (Management Aggression and Violence Attitude Scale : MAVAS)
(1.3) ด้านสติ (Mindfulness) โดยใช้มาตรวัดความเชื่อมั่นในการจัดการผู้ป่วยก้าวร้าวแปลจากThe Confidence in Managing Patient Aggression Scale (Thackrey 1987 citing Nau and others 2010 : 1-3)
(1.4) ด้านทักษะการปฏิบัติงาน (Practice)โดยใช้แบบสอบถามความรู้ความเข้าใจ และทักษะปฏิบัติของพยาบาลวิชาชีพเกี่ยวกับการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงในสถานที่ทำงาน
4.2 การประเมินหลังฝึกอบรมทันที
(1) การประเมินทักษะการป้องกันตนเองและการควบคุมตัวผู้ป่วยอย่างปลอดภัย ด้วยแบบประเมินการฝึกทักษะ
(2)การประเมินปฏิกิริยาผู้เข้ารับการฝึกอบรม
(2.1)ความพึงพอใจต่อการฝึกอบรม
(2.2) ความคาดหวังที่จะนำความรูและทักษะที่ได้ไปใช้ในงาน
(2.3) ความคิดเห็นต่อเนื้อหาวิทยากร
(2.4) ความคิดเห็นต่อสถานที่โสตทัศนูปกรณ ระยะเวลาในการฝึกอบรม
โดยใช้แบบประเมินผลโครงการฝึกอบรมที่ประกอบด้วย 4 ตอนคือข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่างข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการความคิดเห็นและความพึงพอใจต่อโครงการความคิดเห็นและข้อเสนอแนะอื่นๆ
เกณฑ์ประเมินการประเมินผลการฝึกอบรม
1)เกณฑ์ในการพิจารณาประสิทธิผลของหลักสูตรพิจารณาจากผลต่างของคะแนนจากแบบสอบถามความรู้ความเข้าใจและทักษะในการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงมาตรวัดทัศนคติต่อการจัดการความก้าวร้าวและความรุนแรงมาตรวัดความเชื่อมั่นในการจัดการผู้ป่วยก้าวร้าวโดยกำหนดว่าหลังการทดลองใช้หลักสูตรฝึกอบรมผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะต้องมีคะแนนเฉลี่ยมากกว่าก่อนการฝึกอบรม
2)คะแนนเฉลี่ยจากแบบสอบถามความรู้ความเข้าใจและทักษะในการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงหลังการฝึกอบรมได้มากว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80
3)ผลการประเมินความคิดเห็นของผู้เข้ารับการอบรมต่อการใช้หลักสูตรฝึกอบรมตามแบบประเมินโครงการฝึกอบรมในตอนที่ 3 อยู่ในระดับมากมากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80
4) ผลการประเมินทักษะอยู่ในเกณฑ์ ผ่าน มากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80