​ถอดบทเรียนค่าย ลานความคิด คอรัปชั่น "ฉัน" ไม่ขอรับ ตอนที่ 2

กลับมาเขียนเรื่องค่ายอีกสักตอน เพื่อให้การถอดบทเรียนดูสมบูรณ์ แต่คงสมบูรณ์เพียงแค่การเป็นบทเรียนจากมุมเดียวของผู้บันทึก หาใช่บทความที่สมบูรณ์แบบ เพราะไม่ได้สัมภาษณ์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมิได้ถามความเห็นจากชาวค่ายว่า หวังอะไร ได้อะไร ขาดอะไร และอยากจะเสนออะไรในค่าย?

เท้าความกลับไปถึงตอนที่ 1 ท่านอธิการบดีมาเปิดโครงการพร้อมบรรยายพิเศษ ก่อนหน้านั้น ชมรมฯถามผมว่า ไม่มีคำกล่าวรายงานใช่ไหม? ผมตอบชัดถ้อยเจนคำว่า ไม่ต้องหรอก จะได้ไม่ต้องมากพิธี ให้พิธีกรกล่าวคร่าวๆแล้วเชิญท่านอธิการบดีกล่าวเปิดเลย...พอถึงวันจริง ท่านอธิการบดีก็กล่าวเฉกเช่นกันว่า "ดีครับ ไม่ต้องมากพิธี ไม่ต้องมีรีตองอะไรมาก แต่ไม่ได้หมายถึงจะให้งดหรือพิธีไม่ดีนะ ในบางกิจกรรมก็ยังจะต้องมีและสืบต่อกันไป"

ผมบันทึกถ้อยความที่ท่านอธิการบดีกล่าวไว้ได้บางตอน บางช่วง ดังนี้

รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดี มข

เล่าถึงการทุจริตคอรัปชั่นในเมืองไทย ที่ไปที่มาของคอรัปชั่น"ฉัน"ไม่ขอรับ ร่วมกับ UNDP จนเกิดกระแส จน ทปอ. นำมาดำเนินการโครงการบัณฑิตไทยไม่โกง มข. เองก็ทำต่อเนื่อง โดยหันมาทำร้านกาแฟ เพื่อเป็นเครื่องมือในการทำงาน เป็นสภากาแฟ เป็นสถานที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเป็นการเรียนรู้ธุรกิจเพื่อสังคม

การทุจริตคอรัปชั่นในสังคมไทย...การทุจริตคอรัปชั่นเป็นเรื่องใกล้ตัว

การทุจริตคอรัปชั่นเรื่องเวลา...เป็นความเคยชินของนักศึกษา

กลไกการป้องกันและแก้ไขปัญหาของ มข. การจัดซื้อจัดจ้าง การใช้ไอทีมาจัดการการเงิน และยกตัวอย่างของการปฏิบัติงานของผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ที่อาจจะเป็นการทุจริตคอรัปชั่นหรือการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือแม้กระทั่งกรณีของการมีผู้มีอำนาจในบ้านเมืองพยายามฝากให้บุตรหลานหรือญาติมิตรเข้าเรียนที่ มข. ทั้งนักเรียนและนักศึกษา ก็มีอยู่เรื่อยๆที่อธิการบดีจะต้องปฏิเสธ

การทำกิจกรรมจิตอาสา เป็นกลไกการทำงานและพัฒนาตนเอง การอุทิศตนเพื่อสังคม อย่างน้อยๆในอนาคตหลังเรียนจบไป ก็จะคิดถึงและระลึกถึงความดีที่ได้ทำตอนเรียน ก็จะภาคภูมิใจ ให้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากที่สุด ทำความดีให้มากๆ ความเลวทำง่าย ทำดีทำยาก แต่ขอให้ทำดี แม้จะเป็นเมล็ดพันธุ์เล็กๆ แต่เป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีของประเทศ....ท่านอธิการบดีกล่าวไว้

ในช่วงบ่ายก่อนออกเดินทาง นักศึกษาก็ระดมสมองกันทำกิจกรรม เพื่อถอดความคิดเรื่องราว มุมมอง ทัศคติเกี่ยวกับการทุจริตคอรัปชั่นโดยการแบ่งกลุ่มและนำเสนอ จากนั้นก็เดินทางไปโรงเรียนประชารัฐวิทยาเสริม ทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างพี่นักศึกษาและน้องนักเรียน และพักผ่อนนอนหลับ (เขียนไว้แล้วในตอนที่ 1 )

รุ่งเช้าวันใหม่ของวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 58 หลังจากตอนดึกๆพี่ๆได้ประชุมสรุปกิจกรรมและวางแผน/ปรับแผนเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์จริงแล้ว พี่ๆก็ทำกิจกรรมในภาคเช้า แบ่งกลุ่มทำกิจกรรมที่ใช้เงิน(ปลอม)เป็นตัวดำเนินเรื่องเพื่อเชื่มอโยงถึงการทุจริตคอรัปชั่น แล้วสรุปกิจกรรมของฐาน "เงิน" จากนั้นก็เป็นการถอดบทเรียนโดยย่อจากชาวค่าย ว่ากิจกรรมทั้งหมดที่ผ่านมาได้อะไรบ้าง ก็เป็นธรรมเนียมของการจัดกิจกรรม ก่อนพักทานมื้อกลางวัน และพิธีปิดกิจกรรมค่าย มอบเกียรติบัตร ถ่ายภาพหมู่ และมีพิธีอำลากันเป็นเรื่องเป็นราว

ผมเป็นประธานกล่าวปิดค่าย สั้นๆว่า "แม้วันนี้ค่ายต้องปิดลง แต่ก็ใช่ว่าเราจะหยุดทำความดี ค่ายเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่มากระตุ้นให้คิด ให้พูดและให้ทำเรื่องดีๆ เมื่อเสร็จค่ายแล้ว เราก็ทำเรื่องดีๆได้ แม้มันจะไม่อาจเปลี่ยนโลกอย่างทันตาเห็น แต่ถ้าเราอยากให้บ้านเราน่าอยู่ ประเทศเราน่าอยู่ เราเองนี่แหละที่จะต้องทำให้บ้านเรา ประเทศเราน่าอยู่คนละเล็กคนละน้อยก็น่าจะดี" เราปิดค่ายกันหน้าลานเสาร์ธง กลางแดด หลายคนคงแปลกว่าเหตุมดจึงไม่ใช้ในหอประชุม เพราะเราจัดกิจกรรมกันที่หอประชุม จากนั้นเราก็ไปถ่ายภาพหมู่กันกลางสนามฟุตบอล แล้วกลับไปทำพิธีอาชาวค่ายที่หอประชุม

พิธีอำลา ไม่มีอะไรมากนิกจาการขับขานบทเพลงสถาบันและเพลงค่ายทั่วๆไป แต่ที่กล่าวว่าทั่วๆไปก็เพราะค่ายไหนๆก็ร้องกันประมาณนี้ แต่สิ่งที่แฝงอยู่มันดูจะมีพลัง พลังงานจากบทเพลงที่ขับขาน อุดมการณ์ที่สานสัมพันธ์ และความมีไมตรีที่มอบให้กัน ดูจะมีอานุภาพอยู่บ้าง เพลงสถาบันที่พี่ค่ายเลือกใช้คือ "มอดินแดง" มีท่อนหนึ่งที่ปลุกใจชาวค่ายและปลุกใจชาว มข. มาตลอดคือ "เข้าแบกรับภารกิจอุดมการณ์ พวกเราหมายมั่น สรรค์สร้างฟ้าไทยให้เป็นสีทอง"

แล้วพี่ๆกับน้องๆก็ต้องจากลากันไปตามสัจธรรม มีพบ มีจาก แต่คิดว่าค่ายจบ อารมณ์ไม่จบ หลังพวกเราชาว มข. กลับมาก็คงเก็บสัมภาระและพักผ่อนตามอัธยาศัย หลังจากพลังงานชีวิตกลับคืนสภาพ ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คก็เต็มไปด้วยเรื่องราวของค่าย ภาพของค่ายที่เริ่มเห็นการแชร์ผ่านเฟสบุ๊ค เครื่องมือสื่อสารที่ทรงอานุภาพ นักเรียนและพี่ๆนักศึกษาเริ่มเพิ่มกันเป็นเพื่อนในสื่อออนไลน์ ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวผมเอง ค่ายจบอารมณ์จึงไม่จบ

เรื่องราวของค่าย คงจะตราตรึงใจไปสักระยะ... ก็เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อเวลาผ่านล่วงไป ค่าย ก็คงจะค่อยๆถูกลืมรายละเอียด แต่อาจจะจดจำได้ว่า "เคย" ไปทำค่ายร่วมกัน ในบรรดานักศึกษาชาวค่ายทั้งหมดที่ไม่ใช่คณะกรรมการดำเนินงานเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 และค่ายนี้ (จากการสอบถามของผมในที่ประชุม) เป็นค่ายแรกในชีวิตของการเป็นนักศึกษา ก็คงจะเป็นบทเรียนที่น่าจดจำของเขาเหล่านั้น หากเขาสนใจและชื่นชอบการ "ทำค่าย" เช่นเดียวกันกับผม เพราะผมยังจำค่ายแรกในชีวิตนักศึกษาได้ดีเยี่ยมที่เสมือนเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ค่ายของ ชมรม ปนน. เมื่อเดือนมกราคม 2546 ที่ชัยภูมิ ก็ยังกระจ่างและดังกึก้องอยู่ในความทรงจำ และเป็นพลังงานชั้นเยี่ยมในยามที่คิดว่าตนเองไม่มีอะไรดี ...อย่างน้อยก็เคยทำความดีผ่านค่ายนี่แหละครับท่านผู้ชม

เรื่องราวของค่ายลานความคิด คอรัปชั่น "ฉัน" ไม่ขอรับ จึงจบลงเพียงแค่นี้ (ในบันทึกเท่านั้น) แต่ในใจยังหวังให้มีค่ายอีกหลายครั้ง ต่อเนื่องไป ในครั้งที่ 2.3.4 ... 50 .... 100 ยังอยากให้ชมรมใช้ชื่อค่ายนี้ไปตลอด เพาะเพาะเมล็ดพันธุ์ความดี เติมปุ๋ยพรวนดิน ให้ต้นกล้ากลายเป็นต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านและให้ร่มเงา เพื่อสร้างประโยชน์แก่อผ่นดิน แม้มิได้เป็นป่าที่ยิ่งใหญ่ แต่ขอให้เป็นต้นไม้ที่ยังประโยชน์ เพื่อมวลชน

ชมรมคอรัปชั่น "ฉัน" ไม่ขอรับ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

11-13 กันยายน 2558 ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่นและโรงเรียนกระชารัฐวิทยาเสริม อ.พระยืน จังหวัดขอนแก่น

บันทึกถอดบทเรียน ระหว่างเดินทางจากขอนแก่นเข้ากรุงเทพฯ

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2558

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น



ความเห็น (0)