GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

บล็อก กับการจัดการความรู้

บล็อกเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้ในทุกขั้นตอนกระบวนการของการจัดการความรู้

บล็อกเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้ในทุกขั้นตอนกระบวนการของการจัดการความรู้ ดังนี้คือ

1. เป็นเครื่องมือในการสร้างความรู้

การเขียนบล็อคเพื่อบันทึกเล่าเรื่องราว ข่าวสาร ความรู้ และประสบการณ์ต่างๆ ในสิ่งที่ผู้เล่าสนใจ เป็นการถ่ายทอดสิ่งที่ถูกบันทึกไว้ในสมองลงสู่ตัวหนังสือ การเขียนที่ มีอิสระทางความคิดในรูปแบบที่เป็นตัวของตัวเอง จะช่วยอำนวยให้การดึงเอาความรู้ฝังลึกถูกแสดงออกมาได้โดยไม่ยากนัก

และอาจช่วยให้ผู้เล่าที่มีความรู้ด้านหนึ่งๆ อยู่แล้ว แต่อาจไม่เคยตระหนักว่าตัวเองมี ได้รับรู้ถึงความเป็นผู้รู้ของตนเอง หรือผู้เล่าบางท่านอาจตระหนักรู้อยู่ว่าตนเองมี ความรู้นี้อยู่ แต่ความรู้ไม่เคยได้ถูกเรียบเรียงหาเหตุผลสนับสนุนต่อยอดความถูกต้องของความรู้นี้ ได้โยงความสัมพันธ์ของเรื่องเล่าของตนเองและสร้างความน่าเชื่อถือและ ความถูกต้องของความรู้ฝังลึกให้เกิดขึ้นได้

และการเขียนบล็อคอยู่เป็นประจำก็สามารถนำมาสู่การสร้างขุมความรู้อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ การเก็บรวบรวมและการแก้ไขหรือเพิ่มเติมความรู้ก็ทำได้โดย สะดวกรวดเร็ว ส่วนระบบบล็อคที่เป็นแบบชุมชน เช่น GotoKnow.org จะยิ่งช่วยทำให้ขุมความรู้ถูกร่วมมือกันสร้างขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

2. เป็น เครื่องมือในการเผยแพร่ความรู้

ธรรมชาติของบล็อคคือการเผยแพร่เรื่องราวที่ผู้เขียนเขียนไว้บนบล็อคเพื่อแสดงตัวตนของผู้เขียนออกสู่สาธารณชน ซึ่งนั่นหมายถึง บล็อคย่อมมีความสามารถในการ สนับสนุนการเข้าถึงความรู้ได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว ทันทีที่ผู้เขียนมีการเพิ่มเติมหรือแก้ไขความรู้ที่มีอยู่บนบล็อค

บล็อคเกือบทุกที่ จะมีไฟล์ RSS (Really Simple Syndication) อยู่บนไซต์ ในรูปของกราฟฟิกเล็กๆสีส้มเขียนว่า XML หรือ RSS หรือ ATOM หรือ อาจอยู่ในรูปของลิงค์ที่เป็นข้อความที่เขียนว่า "Syndicate this site" ไฟล์ RSS เป็นไฟล์ที่ประกอบด้วยเนื้อหา ย่อๆของบันทึกแต่ละอัน เมื่อใดที่บล็อคมีการปรับปรุงเนื้อหา ไฟล์ RSS ก็จะทำการดึงเอาเนื้อหานั้นๆมาใส่ไว้ในไฟล์ด้วยทันที ช่วยให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่อัพเดตเพื่อ ติดตามอ่านได้ทันท่วงที โดยผู้อ่านไม่จำเป็นต้องอ่านบล็อคโดยตรงจากเว็ปไซต์ทีละไซต์ ผู้อ่านสามารถอัพเดตไฟล์ RSS ผ่านทางซอฟต์แวร์ช่วยอ่านบล็อค เช่น BlogExpress หรือจากเว็ปไซต์ เช่น Bloglines.com ก็ได้

3. เป็นเครื่องมือในการแลกเปลี่ยนความรู้

การเขียนบล็อคและอนุญาตให้ผู้อ่านสามารถแสดงความคิดเห็นต่อความรู้ที่ผู้เขียนถ่ายทอดลงไปในบล็อค และผู้เขียนได้เขียนโต้ตอบต่อความคิดเห็นนั้นๆ ไปๆ มาๆ ในลักษณะของการสนทนาเพื่อหาความแตกฉานในตัวความรู้ ถือได้ว่าเป็นการร่วมกันสกัดความรู้ฝังลึกได้อย่างดี

นอกจากนี้ โดยลักษณะของบล็อคแล้ว ผู้เขียนคนหนึ่งๆ อาจลิงค์มายังบันทึกที่อยู่ในบล็อคอื่นๆ และแสดงความคิดเห็นต่อบันทึกนั้นๆ ในบล็อคของตน และบล็อคอื่นๆก็อาจจะลิงค์และแสดงความคิดเห็นต่อกันเป็นทอดๆ ลักษณะการแลกเปลี่ยนความรู้เช่นนี้ เป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่เป็นประจำในการแวดวงของคนเขียนบล็อค

4. เป็นเครื่องมือในการค้นหาความรู้ ผู้ชำนาญการ และชุมชนปฏิบัติ

การเขียนและอ่านบล็อค เป็นวิธีการค้นหาความรู้ และช่วยให้ค้นพบผู้มีความรู้ความชำนาญในด้านต่างๆ ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ไม่ว่าจะโดยการเขียนบล็อคที่มักอ้างถึง บล็อคอื่นๆ โดยโยงลิงค์ไปหาบทความหรือบันทึกนั้นๆ อีกทั้งลิงค์ที่ผู้เขียนบรรจุไว้ในบล็อคซึ่งอยู่นอกตัวบทความ หรือ การร่วมเป็นสมาชิกของบล็อคชุมชน อย่างที่มีให้บริการ ใน GoToKnow.org หรือ การอ่านบทความที่มีการแสดงความคิดเห็นโต้ตอบกัน ก็ล้วนเป็นการช่วยให้ค้นพบแหล่งค้นคว้าหาแหล่งความรู้ใหม่ๆ ได้โดยง่าย

5. เป็นเครื่องมือในการรวบรวมและแยกแยะประเภทของความรู้ สกัดแก่นความรู้ และสร้างความสัมพันธ์ของความรู้

วิธีการหนึ่งที่ระบบบล็อคโดยทั่วไปนำมาใช้ในการรวบรวมและแยกแยะประเภทของบันทึก คือการให้ผู้เขียนระบุหมวดหมู่หรือคีย์เวิร์ดของบันทึกนั้นๆ ไว้ ซึ่งบันทึกหนึ่งๆ อาจมีความเหมาะสมในการแยกแยะสู่หลายหมวดหมู่ ถือเป็นการสกัดแก่นความรู้จากขุมความรู้โดยตัวผู้เขียนเอง หรืออาจจะดึงเอาคีย์เวิร์ดของชุมชนที่ถูกรวบรวมโดยคุณอำนวย (อาจมากกว่า 1 คน) ของชุมชนนั้นๆ

เมื่อผู้อ่านอ่านบล็อคแล้วอยากอ่านเพิ่มเติมในบันทึกที่เกี่ยวข้อง ก็สามารถเลือกอ่านบันทึกได้ตามหมวดหมู่หลักของบันทึกนั้นๆ และเมื่อบล็อคบรรจุความรู้มากขึ้น และจำนวนบล็อคที่เกี่ยวข้องก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ การสร้างแผนที่ความรู้ที่บ่งบอกถึงความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์ของความรู้ต่างๆ ก็จะเป็นไปได้ด้วยความถูกต้องมากยิ่งขึ้นเช่นกัน

6. เป็นเครื่องมือในการสร้างลำดับความน่าเชื่อถือและความถูกต้องของความรู้โดยผู้นำเอาความรู้นั้นไปใช้

สิ่งที่นักปฏิบัติด้านการจัดการความรู้อยากให้เกิดขึ้นภายหลังจากการที่ได้มีการจัดการความรู้ ก็คือ การที่มีผู้อื่นนำเอาความรู้นั้นๆไปใช้ให้เกิดผล และนำผลมาปรับ ปรุงความรู้เดิมให้เกิดความรู้ตัวใหม่ หรือทำให้ความรู้นั้นๆ มีความถูกต้องมีหลักฐานที่วัดได้ทางวิทยาศาสตร์ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ระบบบล็อคประกอบกับเทคโนโลยีในการ พัฒนาเว็ปในปัจจุบัน สามารถสร้างระบบ Rating หรือระบบการจัดลำดับความน่าเชื่อถือและความถูกต้องของความรู้หนึ่งๆ ได้โดยตรงจากผู้อ่านบล็อค ซึ่งอาจจะเป็น ผู้ที่ได้นำเอาความรู้นั้นๆ ไปใช้เองอีกด้วย หรือการแสดงสถิติต่างๆของบล็อค เช่น บันทึกที่ได้รับการแสดงข้อคิดเห็นมากที่สุด หรือ บันทึกที่มีผู้อ่านมากที่สุด ก็สามารถเป็น เครื่องมือพิสูจน์ความน่าเชื่อถือและความถูกต้องของความรู้ได้ในระดับหนึ่งด้วยเช่นกัน

7. เป็นเครื่องมือในการแสดงรายละเอียดของแก่นความรู้อย่างเป็นระบบ

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ กล่าวไว้ว่า "Imagination is more important than knowledge." การไม่หยุดคิดที่จะวิจัยและพัฒนา เครืองมือเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อช่วยสร้างความสมบูรณ์แบบของระบบการจัดการความรู้เป็นสิ่งที่ต้องสนับสนุนให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ในปัจจุบัน ระบบบล็อคถือว่าเป็น เครื่องมือที่เสริมสร้างประสิทธิภาพในการเล่าเรื่องซึ่งเป็นเทคนิคที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในการจัดการความรู้ แต่เพื่อที่จะสกัดความรู้ฝังลึกที่มีความซับซ้อน การใช้เทคนิคการเล่าเรื่องเพียงอย่างเดียว หรือการร่วมช่วยกันเล่าก็ตาม ก็อาจจะยังไม่สามารถสกัดเอาความรู้นั้นออกมาได้หมด เพราะความสับสน และความไม่มีรูปแบบในตัว ของความรู้เอง ดังนั้น เทคโนโลยีที่น่าจะสามารถช่วยจัดการความรู้ประเภทนี้ได้ ก็เช่น Rule-based reasoning หรือ Fuzzy logic เพื่อ ใช้ในการทำเหมืองความรู้ (Knowledge mining) เป็นต้น

 จากเรื่องราวการเขียนบล็อกดังกล่าวได้นำความรู้และสาระ ของ ดร.จันทวรรณ  น้อยวัน  มาเพื่อเผยแพร่สาระน่ารู้ให้ผู้ที่มีความสนใจในการเขียนบล็อกเพราะเนื้อหาดีมากและเข้าใจง่ายจึงขอหยิบยกส่วนนี้มาเพื่อเผยแพร่ต่อและเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจเป็นอย่างดียิ่ง และขอขอบคุณอาจารย์มากที่สรรสร้างสิ่งดี ๆ ให้ในการเขียนบล็อก

อยากให้นักจัดการความรู้

ได้เผยแพร่ความรู้ที่มี แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันบ้าง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): บล็อก
หมายเลขบันทึก: 59274
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)