การเข้ารับการรักษาที่รพ.รัฐใหญ่ๆและมีชื่ออย่าง รพ.จุฬาลงกรณ์ ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายๆ สำหรับคนที่ยังไม่เคยเดินทางไปติดต่อเพื่อขอใช้บริการ อาจจะเก้ๆกังๆ ด้วยทั้งจำนวนมากมาย และขั้นตอนที่เมื่อ 2 ปีที่แล้วยังไม่ทันสมัยเหมือนทุกวันนี้ การรับบัตรคิวยังใช้วิธีหยิบบัตรที่เสียบไว้ และรอเรียกอีกประมาณ 200 - 300 คิวกว่าจะถึง ดังนั้นการที่เคยใช้บริการ รพ.เอกชนที่มีเจ้าหน้าที่มากมายและทันสมัย อาจจะทำให้บางคนรู้สึกอึดอัด หงุดหงิด ในการรอคอยการเรียกในแต่ละจุด

คนไข้บางรายต้องมาตั้งแต่เช้ามืด บางรายเดินทางมาจากต่างจังหวัด ซึ่งไม่รุู้ขั้นตอนว่าจะต้องติดต่อตรงไหนก่อน กว่าจะได้รับการบริการก็อาจล่าช้าถึงบ่ายถึงเย็น บางคนถึงต้องบ่น ต้องเครียดต่อว่าเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการล่าช้า ผู้เขียนเองก็ไม่ต่างจากคนอื่นๆที่ต้องอดทน และเข้าใจในเจ้าหน้าที่ที่ต้องแบกรับข้อร้องเรียนต่างๆ จนดูเป็นปกติธรรมดา

ผ่านไป2ปี ทุกวันนี้ รพ. จุฬาลงกรณ์พัฒนาบริการได้อย่างรวดเร็วในขึ้นตอนการติดต่อรับบัตรคิวการใช้สิทธิ์ประกันสังคม จากที่เมื่อก่อนกว่าจะได้พบแพทย์ก็บ่ายสามโมงกลับบ้านก็เย็นเลยทีเดียว ทุกวันนี้ถ้าคนไข้ไม่เยอะเกินไปช่วงบ่ายก็ได้กลับบ้านแล้ว

กลับมาถึงขั้นตอนการรักษาอย่างเป็นทางการที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ ก่อนที่จะฉีดยา อินเตอเฟอรอนและยากินยาไรบาไวริน หมอให้ลองกินยาชนิดหนึ่งเพื่อตรวจสอบว่าวิตามินดีในร่างกายมีเพียงพอที่จะรับยาจริงๆได้หรือไม่ ซึ่งหมอก็ให้กินยาไป 15 เม็ด และนัดมาเจาะเลือดดูผลในครั้งต่อไป

เจ้าหน้าที่ที่ผู้เขียนประทับใจในบริการอย่างมากและจำได้ทุกวันนี้ก็คือ คุณปู ซึ่งตลอด 2 ปีที่ผู้เขียนได้เข้ารับการรักษาที่รพ.จุฬาลงกรณ์ ได้ช่วยหลายสิ่งอย่างเหมือนผู้เขียนเป็นญาติเลยทีเดียว ซึ่งผู้เขียนจะนำเรื่องราวของเธอมาเขียนเป็นบันทึกเพื่อขอบคุณในความเอื้เฟื้อ ความมีเมตตาของเจ้าหน้าที่ท่านนี้ในบันทึกต่อๆไป

ส่วนคุณหมอประจำที่รักษาผู้เขียนตลอด 1 ปีที่ต้องฉีดยาจนครบและเจาะเลือดดูผลหลังจากนั้นอีกระยะหนึ่ง คือ นพ.เกรียงศักดิ์ เจริญสุข หลังรักษาผู้เขียนจนหายแล้ว คุณหมอท่านนี้ได้ย้ายไปอยู่ที่ รพ.พุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก ตลอดการรักษาคุณหมอก็ได้ช่วยหลายสิ่งอย่างจนหาคำอะไรมากล่าวได้มากกว่าคำขอบคุณและจะนำมาเขียนในบันทึกใรครั้งต่อๆไปเช่นกัน

.................

19 พฤษภาคม 2558

พ.แจ่มจำรัส