GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

อภิมหาโครงการด้านอุดมศึกษาและวิจัย (7)

อภิมหาโครงการด้านอุดมศึกษาและวิจัย (7)

         โปรดอ่านตอนที่ 1 (click) , ตอนที่ 2 (click)ตอนที่ 3 (click)ตอนที่ 4 (click) , ตอนที่ 5 (click) , ตอนที่ 6 (click) ก่อนนะครับ

         ในตอนที่ 7 นี้  จะเสนอเรื่อง การพัฒนาระบบตำแหน่งวิชาการสายรับใช้สังคมไทย

         ในปัจจุบันระบบตำแหน่งวิชาการในมหาวิทยาลัยไทยใช้แนวคิดการสร้างสรรค์วิชาการสายเดียว   คือสายสากล   ยกย่องผลงานสร้างความรู้สู่สากลซึ่งวัดได้โดยการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติที่มี Impact Factor สูง   และการได้รับการอ้างอิง (citation) บ่อย   แนวทางดังกล่าวเป็นแนวทางที่ดี   แต่ไม่เพียงพอ   ควรมีระบบตำแหน่งวิชาการอีกระบบหนึ่งเป็นระบบคู่ขนาน   พิจารณาคุณภาพที่ผลงานวิจัยนั้นก่อผลกระทบต่อสังคมไทย

          ผมได้เคยบันทึกเรื่องนี้ไว้แล้วในหัวข้อ  วิธีพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการโดยเน้นงานวิจัยที่ตอบสนองต่อชุมชน (click) เมื่อวันที่ 18 ก.ค.48   และได้มี รศ. ดร. ปิติ  ทฤษฎิคุณ  รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยของ ม.สงขลานครินทร์  เข้ามาให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม   ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีบางมหาวิทยาลัยกำลังริเริ่มดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้ว

          นอกจากนั้นผมยังเคยเสนอแนวความคิดในการประชุมหลายที่   มีคนตื่นเต้นอยากให้มีการผลักดันแนวคิดให้เป็นจริงอยู่ไม่น้อย   แต่ก็แปลก   ไม่มีคนดำเนินการอย่างจริงจัง

          ผมมองว่าเป้าหมาย output ของ mega-project นี้ต้องแยกออกเป็น 2 สาย   คือสายนานาชาติ   กับสายรับใช้สังคมไทย   แต่ละสายจะต้องมีคุณภาพได้มาตรฐานตามที่กำหนดในสาย   สำหรับสายนานาชาตินั้นง่าย  เพราะมีเกณฑ์คุณภาพเป็นสากลอยู่แล้ว   ส่วนสายรับใช้สังคมไทยนั้นยากและเสี่ยง   คือเสี่ยงต่อการที่จะได้ผลงานและผลผลิตที่มีคุณภาพต่ำและเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรม mediocre ทางวิชาการ  เป็นความท้าทายมากที่จะต้องมีการจัดการระบบผลงานวิชาการรับใช้สังคมไทยให้มีคุณภาพสูง   สูงจนนานาชาติให้การยอมรับให้ได้   นี่คือความท้าทายยิ่ง   ซึ่งถ้าทำได้สำเร็จจะต้องถือเป็นนวัตกรรมที่ก่อคุณประโยชน์ยิ่งใหญ่ต่อสังคมไทย

          ตำแหน่งวิชาการสายรับใช้สังคมไทย   ควรเน้นที่คุณภาพของผลงานวิจัยในระดับอธิบายเหตุผลของการประยุกต์ให้ความรู้ได้ผลดีหรือไม่ได้ผลในสังคมไทย   เน้นการชี้ช่องว่าทำอย่างไรจึงจะประยุกต์ใช้ความรู้ให้ได้ผลในบริบทต่าง ๆ ของสังคมไทย   เน้นการพิสูจน์ว่าทำได้ผลและมีคำอธิบายว่าทำไมจึงได้ผล

          ถ้าจะยึดถือ impact factor ก็ควรใช้ Thai Social Impact Factor ซึ่งระบบวารสารวิชาการไทยรับใช้สังคมไทยจะต้องพัฒนาขึ้น

          แต่เพียง impact factor อย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอเพราะการตีพิมพ์นั้นอาศัย "โดยสาร" ความสามารถของคนอื่นได้   จะต้องมีการประเมิน "ความเป็นผู้รู้" ในสาขานั้น ๆ ในระดับของการอธิบายเหตุผลของการประยุกต์ใช้ความรู้แล้วได้ผลหรือไม่ได้ผลในสังคมไทย

          เรื่องแบบนี้ยุติโดยความคิดเห็นของคนคนเดียวไม่ได้   ทีม 5 ยังเติร์กหรือผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาอุดมศึกษาเพชราภิเษก     (องค์การมหาชน) ควรจัดประชุมระดมความคิดปรึกษาหารือกันให้รอบคอบ   หาวิธีการประเมินระดับความสามารถและระดับคุณภาพของ         "วิชาการไทยรับใช้สังคมไทย" ให้ได้แม่นยำในระดับที่น่าพึงพอใจ   หรือในระดับที่มั่นใจว่าเมื่อนำไปประยุกต์ใช้โดยคณะกรรมการต่างคณะกันแล้ว ผลจะออกมาไม่แตกต่างกันมากนัก   หรืออาจจะต้องทำใจว่าคงจะมีช่วงห่างกว้างมากระหว่างเกณฑ์และการปฏิบัติที่เข้มงวด   กับที่ปล่อยหรือหย่อน   ก็อาจจะมีระบบการตรวจสอบคุณภาพและจัด rating/ranking ของมหาวิทยาลัย/PhD Program/ฯลฯ   สายวิชาการไทยรับใช้สังคมไทย   แล้วบอกให้สังคมรับรู้และเลือกเข้าเรียนหรือทำงานร่วมด้วยตามความเหมาะสม

          อาจมีคนโต้แย้งว่าวิชาการไม่ควรมี 2 สาย   ต้องมีมาตรฐานเดียว   มีความเป็นเอกภาพ   ซึ่งก็เป็นข้อโต้แย้งที่น่าฟัง   แต่ผมไม่เห็นด้วยในทางปฏิบัติ   เราไม่ควรเอาวิชาการ (ซึ่งจริง ๆ แล้วกำหนดมาตรฐานโดยประเทศตะวันตก) เป็นตัวตั้ง   แต่ควรเอาผลประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นตัวตั้ง   วิชาการต้องสนองประโยชน์ของสังคม   โดยที่วิชาการสายสนองประโยชน์ต่อสังคมก็ต้องมีมาตรฐานคุณภาพ   โดยที่เราต้องคิดและพัฒนาะบบของเราขึ้นมาเอง   ไม่สามารถอิงอาศัยประเทศตะวันตกได้   และถึงแม้จะมีให้อิงก็ไม่ควรคัดลอกมา   ควรศึกษาของเขาแล้วพัฒนาของเราขึ้นมาเอง

          เรื่องวิชาการ 2 สายนี้ผมเห็นมากว่า 30 ปี   ในสหรัฐอเมริกาเวลาเขาจัด ranking โรงเรียนแพทย์   เขาจะแยกเป็น 2 สายคือ  รร.แพทย์สายปกติ   กับสาย community-based ก็ไม่เห็นว่า รร.แพทย์สาย community-based จะโวยวายว่าเขาโดนจัดเป็นโรงเรียนแพทย์ชั้นสอง

          สรุปว่าประเทศไทย (อุดมศึกษาไทย) จะต้องคิด  พัฒนาและวิวัฒน์ระบบตำแหน่งวิชาการสายรับใช้สังคมไทยขึ้นมา   และมีการทำงานระยะยาวในการ evolve ระบบนี้   ตรวจสอบการปฏิบัติตามระบบนี้ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ    ซึ่งก็จะทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจในสังคมว่าเรามีสถาบันอุดมศึกษาและวิชาการสายรับใช้สังคมไทยเป็นหลัก   ควบคู่ไปกับสถาบันอุดมศึกษาสายนานาชาติ   และในสายรับใช้สังคมไทยนี้  สถาบันใดเข้มแข็งทางวิชาการ   และสถาบันใดหย่อนยาน

วิจารณ์  พานิช
 25 ต.ค.48

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 5899
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)