มุทิตาจิตและรำลึกถึงคุณตาสวาท ผลาฤทธิ์

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ภาพความทรงจำในอดีต … นึกย้อนทวนขึ้นมา เมื่อถึงวันหยุดสุดสัปดาห์แม่และพ่อจะพาพวกเราไปบ้านคุณตาที่อยู่ไกลห่างจากตัวเมืองยโสธรเกือบสามสิบกิโลเมตร … เราสี่คนพ่อแม่ลูก เป็นความอบอุ่นเสมอในการเดินทางแม้ว่าบางครั้งจะไม่อยากไปแต่แม่ก็จะมีวิธีโน้มน้าวให้เราไปได้เสมอ และเมื่อไปถึงบ้านคุณตา สิ่งที่ประทับใจ คือ ที่นั่นจะมีที่ว่างสำหรับทุกคน

บ้านสวน …มีมุมสบายๆ ที่ห่างไกลจากความจอแจ ภาพที่ติดตาคือ คุณตาจะมีมุมที่นั่งเงียบๆ ฟังวิทยุเครื่องเก่าๆ ท่านพูดน้อย และใจดีมาก เท่าที่จำความได้ ไม่ได้รับการดุด่าจากท่านเลย คุณตาจะเป็นคนพูดน้อย ท่านเป็นข้าราชการเกษียณตำแหน่งสุดท้าย คือ เป็นครูใหญ่ในโรงเรียนใกล้บ้านและบริจาคที่ให้กับโรงเรียนที่อยู่ติดกับบ้านท่าน คุณแม่เป็นลูกสาวคนโตของท่าน คุณตาจะเรียกแม่ว่า "เพชร" ซึ่งเป็นชื่อมาจากคำว่า "เข็มเพชร"...

แม่จะมีความห่วงใยและรักคุณตามาก …ยิ่งเมื่อท่านเข้าสู่วัยชรา แม้ว่าเราจะไม่มีพ่อพาเดินทาง แต่แม่ก็ยังไปหาคุณตาเสมอๆ มิได้ขาด วัยล่วงเลยมากกว่า ๙๐ ปี ซึ่งอีกไม่กี่วันก็ครบ ๙๑ ปีเต็มและย่างเข้า ๙๒ ปี(๑๕ เมษายน)

แม่มีความห่วงใยคุณตามากและมีความทุกข์ใจมากเช่นกันเมื่อเห็นคุณตาถูกให้ใส่ท่อต่างๆ พี่สาวช่วยอ้าปากคุณตาให้แม่ดูว่า "แม่ดูสิในช่องปากของตามีแผลไปตามรอยช่องปากไปจนถึงหลอดลม ผลจากการใส่ท่อช่วยหายใจหลายครั้ง" แม่มักจะเล่าให้ข้าพเจ้าฟังเสมอว่า "สงสารตา …. อยากพาตากลับบ้าน" เมื่อคราที่ท่านต้องอยู่ในโรงพยาบาล ครอบครัวของเรามีประสบการณ์เมื่อ ๑๘ ปีก่อนของการดูแลพ่อในช่วงท้ายของชีวิตที่ให้ท่านจากไปอย่างสงบ ไม่ทุกข์ทรมาณ ไม่ยื้อยุดชีวิตด้วยความทรมาณ แต่ช่วยสนับสนุนการดับไปของลมหายใจและดวงจิตอย่างสงบและเบาสบายท่ามกลางลูกหลานและเครือญาติ ซึ่งทุกวันนี้เป็นที่รู้จักกันในนามว่า "Paliiative Care" ข้าพเจ้าได้แต่ปลอบแม่ว่า "ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นดีเสมอ คุณตาจะได้รับการใส่ท่อหรือไม่ การตัดสินใจเป็นเช่นไร ดีเสมอ …" แม่เล่าว่า เวลาที่สบตากับคุณตาคล้ายท่านสื่อสารว่า "ช่วยพ่อด้วย...ช่วยพาพ่อกลับบ้าน" แววตาท่านร้องขอความช่วยเหลือจากแม่ แต่สิ่งที่แม่ทำได้คือ การเคารพการตัดสินใจของลูกๆ ของคุณตาทุกคน

ในช่วงเวลาหลายวันก่อนคุณตาจากไป...คุณยายซึ่งอยู่ในวัย ๘๖ ปีท่านจะนั่งสวดมนต์และสวดอิติปิโสให้คุณตาฟังเสมอมิได้ขาด ลูกๆ ของท่านจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมานอนเฝ้าท่าน ...

น้าเข็มทองเล่าให้ฟังว่า … คุณตาคล้ายคนนอนหลับ ในขณะที่ข้าพเจ้าฟังคำบอกเล่านั้นในลมหายใจเข้าออกของข้าพเจ้านี้ รู้สึกอนุโมทนาบุญและสาธุกับการจากไปอย่างสงบของคุณตา … จิตไม่แตกกระเจิดกระเจิง ไม่ต้องดิ้นทุรนทุราย การจากไปอย่างสงบนี้ จะช่วยผสานความดีงามที่คุณตาสั่งสมมาตลอด ๙๒ ปี ผุดขึ้นมาในความทรงจำได้อย่างง่ายดาย จิตดับไปแบบสงบ ข้าพเจ้ามีความเชื่อว่า ตลอดการมีชีวิตอยู่ของคุณตา … ศีล๕ ของท่านครบบริบูรณ์ไม่มีความด่างพร้อยเลยทั้งกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม เวลาที่อยู่ใกล้ท่านมีแต่ความร่มเย็นและสบายใจ ข้าพเจ้าเชื่อว่านี่คือ สภาวะธรรมที่เปี่ยมด้วยศีลธรรมและความเมตตาของคุณตา

วันนี้ถึงแม้ว่าท่านละร่างที่ชราภาพนี้ไปแล้ว ในดวงจิตของข้าพเจ้าไม่ได้สัมผัสถึงความเศร้าหมอง อาดูร … แต่กลับกลายเป็นความเบิกบานในดวงจิตที่คลายออกจากความทุกข์ตรมเพราะเมื่อระลึกถึงวันสิ้นลมของท่านนั่นคือ สภาวะการดับไปอย่างเป็นการเข้าถึงธรรมชาติที่สุด...เป็นบุญที่สุดอย่างยิ่งที่น้อยคนจะได้ประสบเมื่อเผชิญหน้ากับความตายเช่นนี้

ศรัทธาและซาบซึ้งในดวงจิตที่ได้เกิดเป็นหลานของท่าน
ได้เห็นและสืบทอดแบบอย่างการใช้ชีวิตที่เป็นคุณธรรมจากที่ท่านทำให้ดู ทำให้เห็นและเป็นให้ดู โดยมีแม่เป็นแบบอย่างสืบทอดมาอีกครั้ง...การปฏิบัติของแม่ที่มีต่อคุณตาเต็มไปความกตัญญู...

ทุกครั้งของการภาวนา...
ข้าพเจ้ามักอธิษฐานจิตเสมอว่า ขอให้ดวงจิตดวงวิญญาณของคุณตาไปสู่สุขคติและมีโอกาสได้พบธรรมะอันประเสริฐสูงสุดดั่งพระตถาคตเจ้าตลอดจนพ่อแม่ครูบาอาจารย์ท่านได้พบด้วยเทอญ...

สาธุ สาธุ สาธุ
บทบันทึกนี้แทนใจจากลูกหลานครอบครัวคุณแม่เข็มเพชร ลครวงศ์
ผู้เรียบเรียง อุบาสิกา ดร.นิภาพร ลครวงศ์
๑๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๘

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน In Mind



ความเห็น (1)

ท่านจากไปดี สงบ..เขียนดังให้อ่านเรื่องสั่นขนาดสั้น เอาใจช่วยคุณตาของท่านจนจบเรื่อง