การเข้าถึงอัลเลาะห์ (ซบ) จากความเคร่งครัด....สู่การเปิดหัวใจ "ยากีน"

การใกล้ชิดกับอัลเลาะห์ (ซบ) ก็เป็นอีกหนึ่งกรณีที่น่าสนใจมาก หากเราศึกษาเราจะพบว่า การที่เราจะเรียกว่า "เข้าถึงอัลเลาะห์ (ซบ)" จะมีอยู่หลายระดับ หรืออาจจะจำแนกอย่างคร่าวๆ ให้พอเข้าใจได้ 3 ระดับ คือ

ระดับแรก คือ ระดับพื้นฐาน เป็นการปฏิบัติตนตามหลักศาสนกิจอย่างเคร่งครัด เป็นขั้นรูปธรรม มีสมาธิในการละหมาด มีความเชื่อและเข้าใจเป็นอย่างดีว่า พระผู้เป็นเจ้าเป็นผู้ทรงกำหนดสภาวะการณ์ แต่ด้วยจิตใจที่อ่อนแอ จิตใจที่ยังว้าวุ่น จิตใจที่ยังหลงอยู่กับดุนยา (โลกนี้) ไม่สงบ และจะขาดสติบ่อยครั้งเมื่อมีสิ่งร้าวมากระตุ้น หรือไม่สบอารมณ์ตนเอง หรือไม่เป็นไปตามสิ่งที่ตัวเองคิดหรือหวังไว้ หรือพูดง่ายๆ ว่าพ่ายแพ้กับนัฟซูของตัวเอง ซึ่งหากเมื่อใดที่เราคิดว่าขั้นนี้พอแล้ว หรือสมบูรณ์แล้ว ก็จะอยุดการเรียนรู้หรืออยุดการพัฒนาจิตใจ ก็จะไม่สามารถเข้าใจ และเข้าถึงอัลเลาะห์ (ซบ) ได้อย่างแท้จริงได้เลย ซึ่งบางครั้งเราจะพบว่า ผู้สูงอายุบางคนทั้งละหมาดวายิบ สุนัต ทั้งซิกิร ถือศีลอด ตลอดเวลาไม่เคยขาด แต่จิตใจยังว้าวุ่น กลัวลูกหลานทอดทิ้ง กลัวการอยู่คนเดียว กลัวการสูญเสีย นั่นก็คือยังไม่สามารถมอบหมายกับอัลเลาะห์ (ซบ) ได้นั่นเอง ทั้งๆ ที่เข้าใจทุกอย่างเป็นอย่างดี เหล่านี้เป็นต้น

ขั้นต่อมา คือ การตะวักกัล หรือการมอบหมายทุกสิ่งทุกอย่างไว้กับอัลเลาะห์(ซบ) เป็นการบรรลุขึ้นมาจากขั้นรูปธรรมหรือภาคปฏิบัติสู่ขั้นนามธรรม โดยผ่านบททดสอบจากพระองค์ครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งพระองค์เปิดหัวใจ(ให้ฮิดายะห์) ทำให้เข้าใจความหมายของคำว่า ตะวักกัลได้อย่างถูกต้อง การมอบหมายทุกสิ่งทุกอย่างไว้กับอัลเลาะห์ (ซบ) ในขั้นนี้ ต้องเกิดจากการพัฒนาทางจิตใจให้สูงขึ้นอีกขั้นหนึ่ง จริงๆ อัลเลาะห์(ซบ) ส่งบททดสอบมาให้มนุษย์ ตลอดเวลาอยู่แล้ว เพื่อฝึกการขัดเกลาจิตใจ เพราะทุกครั้งที่ผ่านบททดสอบ ก็ได้มีพัฒนาการจิตใจขึ้นไปอีกขั้นเสมอ แต่ในทางตรงกันข้าม หากไม่ผ่านบททดสอบ การพัฒนาความเข้าใจก็จะหยุดชะงัก ทุกอย่างต้องใช้ความพยายามทั้งสิ้น แต่หากเราพยายาม จนกระทั่งชนะ ก็จะพัฒนาจิตใจเข้าไปสู่อีกระดับหนึ่งได้ และก็จะได้รางวัลจากอัลเลาะห์ (ซบ) เช่น สามารถรับการสูญเสียได้ตั้งแต่ลาภยศ ทรัพย์สินไปกระทั่งถึงชีวิต โดยไม่จมปลักกับความทุกข์ ไม่ทุรุนทุรายหรือไม่ทรมาน และสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความหวัง แต่หากเมื่อใดที่เราขาดการเรียนรู้ และพัฒนาจิตใจ ก็ไม่สามารถหลุดพ้นไปสู่ขั้นสูงนี้ได้ คล้ายๆ กับเราปีนป่ายขึ้นที่สูง ยิ่งขึ้นสูง ยื่งยาก และยิ่งเหนื่อย เป็นธรรมดา แต่หากเราพยายาม มันจะพัฒนาขึ้นได้ ความพยายามของเราก็คือดุอาว์ที่ดีมากๆ อย่างหนึ่ง ผู้่ที่ผ่านขั้นนี้ได้ จะไม่ยึดติดกับทรัพย์สิน ลาภยศ หรือพูดง่ายๆ ว่าไม่ยึดติดกับดุนยา ไม่มีอีโก้ ไม่มีชีริคคอฟี และจะสามารถรับบททดสอบทุกอย่างในชีวิตที่อัลเลาะห์ (ซบ) ส่งมาทดสอบได้ ไม่กลัวการอยู่คนเดียว ไม่กลัวการถูกทอดทิ้ง ไม่กลัวการมีชีวิตอยู่หรือการสูญเสีย ไม่กลัวการถูกทำร้าย ไม่กลัวการถูกเอาเปรียบ ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น เพราะได้มอบหมายทุกอย่างให้พระองค์ปกป้องและดูแล ที่สำคัญผู้ที่อยู่ในขั้นนี้ จะรักษาขอบเขตของอัลเลาะห์ (ซบ) อย่างเคร่งครัด เข้าใกล้ชิดอัลเลาะห์ (ซบ) ด้วยปัญญา แต่มารร้าย ชัยตอนยังสามารถหลอกล่อได้ หากละเลยขอบเขตของอัลเลาะห์ (ซบ) ไม่ว่าจะทำในสิ่งที่พระองค์ห้ามหรือปฏิเสธในสิ่งที่พระองค์ทรงอนุมัติ หรือเข้าใจสิ่งที่ฮารอมเป็นฮาลาล

ขั้นสุดท้าย ก็คือ ขั้นยากีน หรือ การมอบหมายโดยไม่ยืนอยู่บนฐานของเหตุและผลหรือคำอธิบายใดๆ เป็นของขวัญที่อัลเลาะห์ (ซบ) ประทานให้กับบุคคลเฉพาะราย และเป็นผู้ที่สามารถมอบหมายทุกอย่างไว้กับพระองค์อย่างสมบูรณ์ จะมีรัศมีเข้าไปในจิตวิญญาน(นูร) มีชีวิตที่สดชื่นจากภายใน ไม่ทำบาปโดยเจตนา ไม่โน้มเอียงในบาป บุคคลที่อยู่ในระดับนี้ คือ บรรดาท่านนบีฯ ทั้งหลาย ท่านรอซูล หรือบุคคลที่อยู่ในระดับเดียวกัน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะอธิบายได้ หรือเปรียบเทียบง่ายๆ ให้เข้าใจ ก็คือ ผู้ที่อยู่ในขั้นนิพพานในพุทธศาสนา แต่อย่างไรก็ตามด้วยความยุติธรรมของอัลเลาะห์(ซบ) พระองค์ทรงสามารถทำให้ผู้ที่อยู่ในขั้นพื้นฐานหรือใครก็ได้ ที่มีความบริสุทธิ์ทั้งกายและใจ มีความตั้งใจเพียรพยายามที่จะเข้าถึงพระองค์ เข้าสู่ขั้นยากีนได้โดยที่พระองค์ทรงเปิดหัวใจเขาเหล่านั้นโดยตรง ให้สามารถหยั่งรู้ ถูก ผิด ด้วยหัวใจที่พระองค์ทรงเปิดให้ได้ และบุคคลเหล่านี้จะไม่หวนกลับสู่ระดับต่ำกว่าอีกเลย จนกระทั่งกลับไปหาพระองค์ บุคคลเหล่านี้ก็คือชาวสวรรค์ขั้นสูงสุด จะใช้ชีวิตบนความอิ่มเอิบในหัวใจ ขั้นนี้เป็นขั้นที่อยู่กับอัลเลาะห์ (ซบ) อย่างแท้จริง ซึ่งไม่ใช่สามารถเกิดขึ้นได้เอง หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เราไม่สามารถไปถึงขั้นนี้ได้ด้วยสติปัญญาของตัวเอง แต่เป็นขั้นที่อัลเลาะห์ (ซบ) ต้องเปิดหัวใจ (ให้ฮิดายะห์) เท่านั้น และนี่แหละก็คือ สิ่งสำคัญที่สุดที่พระองค์ทรงสะท้อนให้เห็นว่า มนุษย์ขอให้มีความบริสุทธิ์ทั้งร่างกายและจิตใจ มีความเพียรพยายาม ไม่จำเป็นต้องมีปัญญาสูง หรือเรียนรู้ศาสนามาก แต่ก็สามารถเข้าถึงพระองค์อย่างแท้จริง หรือยากีนได้

ด้วยเหตุนี้แหละ ที่เราต้องพยายามและให้ความสำคัญกับการพัฒนาจิตใจ และเรียนรู้ตลอดชีวิต เรียนรู้อย่างมีความหวัง เรียนรู้อย่างมีความสุข เดินในเส้นทางอย่างมีพลัง เพื่อที่จะให้ใช้ชีวิตทุกวัน อย่างมีคุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งดุนยา และอาคีเราะห์




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความสวยงามของอิสลาม



ความเห็น (0)