ในอ้อมกอดรักไม่ลืมเลือน

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหนังสือที่หนาเกือบ ๓๐๐ หน้า ผมถึงตะลุยอ่านวันเดียวจนจบ จะให้วางก่อนก็ทำไม่ลง เลยตัดสินใจอ่านต่อทั้งที่ก็เกรงว่ากระดาษจะเป็นรอยด่างจากหยาดน้ำตา และเมื่ออ่านจนจบก็ไม่แปลกใจเลยสักนิดว่าทำไม "The Reader" ถึงเป็นหนังสือขายดีระดับโลก ทั้งอรรถรสที่ได้สัมผัสและความอิ่มเอมใจ


นิยายเรื่อง " หรือ "The Reader" ประพันธ์โดย "เบิร์นฮาร์ด ชลิงค์" (Bernhard Schlink) ศาสตราจารย์ทางวิชากฎหมาย แห่งมหาวิทยาลัยกรุงเบอร์ลิน และแปลเป็นภาษาไทยโดย "สมชัย วิพิศมากูล"มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๕


"แบร์ก" เด็กหนุ่มวัย ๑๖ ปี ต้องการกลับไปขอบคุณ "ฮันนา" สาวใหญ่วัย ๓๖ ที่ได้ให้การช่วยเหลือเขา เมื่อ ๓ เดือนก่อน ระหว่างที่เขาต้องเผชิญกับอาการของโรคตับอักเสบ

ขณะที่นั่งรอ ภาพของ "ฮันนา" ที่กำลังยกขาใส่ถุงน่อง โชว์สรีระอันงดงามหลุดรอดออกมาทางช่องประตูที่เปิดแง้มไว้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้ต้องเขาหาเวลาว่างช่วงพักจากการเรียนตอนเที่ยงแวะเวียนมาหาเธอทุกวัน

ทุกๆ ครั้งก่อนจะร่วมรักกัน "ฮันนา" จะบังคับให้ "แบร์ก" "ต้องอ่านหนังสือ" ให้เธอฟังเสมอ

แต่มาวันหนึ่ง "ฮันนา" ก็หายตัวไปจากบ้านหลังนั้น เขาตามหาเธอไปทุกที่ จนรู้ความจริงว่าบริษัทรถรางที่ เธอทำงานอยู่ได้ให้เธอเปลี่ยนงานจากคนเก็บตั๋วเป็นเสมียนทำบัญชีแทน

"แบร์ก" พยายามคิดทบทวนการหายไปของ "ฮันนา" จนในที่สุดเขาจึงได้ข้อสรุปว่า คนรักของเขา "เขียนหนังสือไม่ได้ อ่านหนังสือไม่ออก"

นี้จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ "ฮันนา" จึงบังคับให้เขาต้องอ่านหนังสือให้เธอฟังก่อนที่จะร่วมรักกัน เธอยอมไม่ได้ที่จะถูกประณามหยามเหยียดจากสังคมว่ามีปมด้อยในเรื่องนี้ และนี้ทำให้เธอจึงหลีกหนีงานใหม่ที่ต้องใช้ทักษะดังกล่าวเพื่อปกปิดปมด้อยนั้นไม่ให้สังคมได้รับรู้

"แบร์ก" หันมาเรียนหนังสืออย่างหนักเพื่อลืม "ฮันนา" ให้ได้ แต่เขาก็ไม่สามารถจะลบเลือนความรักครั้งนั้นลงได้ แม้เขาจะแต่งงานกับสาวอื่น มีลูกด้วยกัน แต่ก็ต้องหย่าร้างกันในที่สุด

จากความสัมพันธ์ทางกาย เปลี่ยนเป็นความผูกพันลึกซึ้ง และกลายเป็นความรัก

เขามาพบ "ฮันนา" อีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่เขาเป็นนักศึกษาด้านกฎหมายและได้เรียนวิชาประวัติศาสตร์ของ "นาซี" มีโอกาสเข้าไปฟังการพิพากษาคดีเกี่ยวกับค่ายกักกันของนาซีคดีหนึ่ง ซึ่ง "ฮันนา" เป็นหนึ่งในจำเลยที่ถูกนำตัวขึ้นศาลในคดีนั้น เหตุเพราะในอดีต "ฮันนา" เคยทำงานเป็นผู้คุมเชลยชาวยิวในค่ายกักกันแห่งหนึ่ง

ทุกครั้งที่มีการไต่สวนคดีนี้ "แบร์ก" จะละกิจกรรมอื่นมาร่วมฟังทุกครั้ง เพื่อที่จะได้พบกับ "ฮันนา" คนที่เขารัก นั่งและเฝ้ามองไปยัง "ฮันนา" ตลอดเวลา

"ฮันนา" ต้องยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้เขียนรายงานชิ้นหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่เธอไม่ได้เป็นผู้ทำ ทั้งนี้เพราะไม่ต้องการให้ศาลบังคับให้เธอต้องเขียนหนังสือเพื่อนำไปพิสูจน์ลายมือ

ในที่สุด "ฮันนา" ก็ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต และถูกจองจำ ณ คุกแห่งหนึ่ง

หลังคดีสิ้นสุดลง "แบร์ก" กลับมาทุ่มเทกับการศึกษาอีกครั้งหนึ่งจนเรียนจบ แต่ด้วยความรักที่เขายังคงมีต่อ "ฮันนา" จึงพยายามสืบเสาะหาสถานที่คุมขัง "ฮันนา" จนพบ

เขาหวนคำนึงถึงสิ่งที่ "ฮันนา" ชื่นชอบ คือ การอ่านหนังสือให้เธอฟัง เขาเริ่มหาหนังสือดี ๆ แล้วอ่านออกเสียงอัดลงไปในเทปคาสเซส ส่งไปให้ "ฮันนา"

เขาทำแบบนี้ต่อเนื่องมาเกือบสิบปี จนวันหนึ่งมีจดหมายน้อยส่งมาจากคุก เขียนด้วยลายมือที่ไม่ค่อยเป็นระเบียบว่า "เด็กน้อย เรื่องล่าสุดยอดเยี่ยมมาก ขอบใจ ฮันนา" เขาดีใจอย่างมากที่มีคำลงท้ายว่า "ฮันนา" และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาจะได้รับข้อความตอบกลับในลักษณะเดียวกันจาก "ฮันนา" ทุกครั้ง เมื่อเขาส่งเทปอัดเสียงไปให้

ข่าวหนึ่งที่ทำให้ "แบร์ก" ดีใจเป็นที่สุด เมื่อมีจดหมายส่งมาบอกว่า "ฮันนา" จะได้รับการอภัยโทษ และเธอขอร้องให้ "แบร์ก" ช่วยจัดหาที่พักและหาอาชีพให้ด้วย

"แบร์ก" จัดเตรียมทุกอย่างไว้อย่างพร้อมเพรียงเพื่อรอรับคนที่เขารัก เขานำความนี้ไปบอกกับ "ฮันนา" ก่อนการปล่อยตัวหนึ่งสัปดาห์ โดยสัญญาว่าจะไม่มีวันทอดทิ้งเธอเด็ดขาด

เช้าวันแห่งอิสรภาพของ "ฮันนา" มาถึง "แบร์ก" กลับได้รับข่าวร้ายจากเจ้าหน้าที่คุกว่า "ฮันนา" ผูกคอตายในคุกเมื่อกลางคืนที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่พาเขาไปดูห้องพักที่ "ฮันนา" ถูกคุมขังอยู่ ตรงมุมหนึ่งของห้องที่แสนคับแคบเป็นที่วางของชั้นหนังสือที่บรรจุหนังสือชื่อเดียวกับที่เขาอ่านอัดเทปส่งมาให้เธอฟัง

เจ้าหน้าที่คุกเล่าให้ฟังว่า "ฮันนา" ได้ใช้เวลาว่างที่อยู่ตามลำพัง เปิดเทปพร้อมกับพลิกหนังสือที่เธอไปยืมจากห้องสมุดเปิดอ่านตามไปด้วย

"เธอเรียนหนังสือจากเทปที่คุณส่งไปให้" เป็นคำพูดเน้นย้ำจากปากของผู้คุมรายนั้น

ตอนจบของนิยายเรื่องนี้ เป็นตอนที่ผู้คุมรายเดิมส่งกระดาษแผ่นเล็กๆ ให้กับ "แบร์ก" เป็นพินัยกรรมที่ "ฮันนา" เขียนด้วยลายมือตัวเอง ขอร้องให้ "แบร์ก" นำเงินที่เธอเก็บสะสมไว้ในกระป๋องออมสินในขณะที่เธอถูกคุมขังไปให้กับเชลยสาวคนหนึ่งที่เคยอยู่ในค่ายกักกันที่เธอทำหน้าที่เป็นผู้คุมอยู่

ข้อความในพินัยกรรมนั้นยิ่งทำให้ "แบร์ก" รักในตัวของ "ฮันนา" ยิ่งขึ้น ได้เห็นความมีน้ำใจและความพยายามของ "ฮันนา" ในการแบ่งเบาความทุกข์ของเพื่อนมนุษย์ที่เธอเคยได้กระทำบางสิ่งบางอย่างไว้

หลังอ่านจนจบผมตกอยู่ในห้วงภวังค์ไปพักใหญ่ และอดไม่ได้ที่จะขอชื่นชมผู้แต่งและคนแปลที่ได้สร้างอรรถรสให้กับผู้อ่านอย่างประทับใจยิ่ง อีกทั้งยังเรียบเรียงเรื่องราวได้อย่างแยบยล ใช้ภาษาเรียบง่าย แม้ผู้เขียนจะเล่าเรื่องราวสลับไปมาระหว่างอดีตกับปัจจุบัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผู้อ่านสับสนแต่อย่างใด กลับยิ่งทำให้เข้าใจภูมิหลังของพฤติกรรมตัวละครได้ดียิ่งขึ้น

ว่าไปแล้ว ความรักและความพยายามเพื่อบางสิ่งบางอย่างสำหรับคนที่เรารัก นี้เป็นพลังสำคัญในการจรรโลงโลกใบนี้ให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น หนังสือเล่มนี้ทำให้เราเห็นถึงคุณค่าของความรักที่เป็นพลังยิ่งใหญ่ของฝ่ายชายมีต่อคนที่เขารัก กับคุณค่าของความพยายามในตัวหญิงสาวที่มีความมานะ อดทนและฝึกฝนเพื่อพัฒนาตนเองให้หลุดพ้นจากปมด้อยของตน

จึงอยากให้ทุกท่านได้อ่านนวนิยายรักเล่มนี้บ้าง แล้วทุกท่านจะพบกับคุณค่าของความรักและความพยายามที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์คนหนึ่งจริง ๆ

อ้อ ! ผมลืมบอกไปว่านิยายเรื่องนี้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ โดยชื่อไทยว่า "ในอ้อมกอดรักไม่ลืมเลือน" ซึ่งผมขอยืมมาใช้ตั้งชื่อตอนของบันทึกฉบับนี้ด้วย

ลองหาเวลาอ่านดูนะครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ระบบสุขภาพแห่งชาติ



ความเห็น (3)

-สวัสดีครับ

-น่าสนใจมาก ๆครับ

-ขอบคุณที่สรุปเรื่องแบบย่อ ๆ ให้ได้ร่วมติดตาม

-หากมีโอกาสคงได้อ่านหนังสือเล่มนี้บ้างนะครับ

-ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับผม สำหรับเรื่องราวของหนังสือดีๆ ชอบมากครับ เขียนเรื่อยๆ นะครับผม

จะพยายามสกัดสิ่งที่อ่านมาเล่าให้ฟังครับ

ฝากติดตามด้วยนะครับ