พลังกายทิพย์ (Etheric Body) ระดับปฐมจักระ

ขอขอบคุณข้อมูล จาก พญ.กานดา ปัจจักขะภัติ : รายงานและวิเคราะห์ สำนักการแพทย์ทางเลือก http://www.thaicam.go.th

พลังกายทิพย์ (Etheric Body) ระดับปฐมจักระ


"กายของมนุษย์ที่มองเห็นด้วยตาเนื้อ เรียกว่า กายเนื้อ สำหรับ กายทิพย์ คือ ส่วนที่มองไม่เห็นด้วยตาเนื้อ แต่สามารถมองเห็นด้วยตาใน หรือตาที่สาม คือ การฝึกสมาธิ..."

1. ระดับปฐมจักระ

ประวัติผู้ค้นพบและการเผยแพร่วิชา

เชื่อว่า พลังกายทิพย์เป็นที่รู้จักและนิยมใช้ในสมัยโบราณ ใน Atlantis ซึ่งเคยเป็นเมืองสงบ ไม่มีโจรผู้ร้าย ไม่เจ็บป่วย เพราะรู้จักการนำพลังกายทิพย์มาใช้ มีความเจริญรุ่งเรืองมาก ต่อมามนุษย์มีกิเลสมากขึ้น เกิดความเดือดร้อน เทพ Zeus ดูแลมนุษย์ จึงทำให้เกาะ Atlantis จมหายไป มีบางคนหนีรอดไปทวีปอเมริกาบ้าง และประเทศทางตะวันออกบ้าง ประมาณ 5,000ปี ก่อนคริสต์กาล พบว่า ปฐมปรมาจารย์โซเซอร์ ผู้ค้นพบการรักษาโรคด้วยพลังกายทิพย์ มีอักษรบันทึกการฝึกวิชาพลังกายทิพย์ และ ภาพการถ่ายพลังให้ผู้อื่น ที่ The great pyramid ประเทศอียิปต์ จึงเชื่อว่าปิรามิดเป็นที่สะสมพลังกายทิพย์ ไม่ใช่แค่หลุมฝังศพ รอบๆปิรามิดมีสถาบัน แอสตรารา (Astrara) เป็นที่สอนเรื่องพลังกายทิพย์ ที่โบสถ์โซเฟีย มีภาพแสดงจักระ 7แห่ง บนร่างกายมนุษย์

ค.ศ.1846 (พ.ศ.2389) หลวงปู่ดาสิรา นาราดา ที่ วัดวชิระมายา โคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เป็นผู้หนึ่งที่อ่านบันทึกที่ The great pyramid ได้ฝึกหัดพลังกายทิพย์และเผยแพร่วิชานี้ ต่อมามีศิษย์เป็นชาวอเมริกัน Professor Dr.C.W. Leadbeater ติดตามหลวงปู่ ใน ค.ศ.1895จึงได้เขียนเป็นตำรา "The Chakras" และ ได้จัดตั้ง สถาบันแอสตรารา ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

พลตรีหลวงสุวิชานแพทย์ (อั๋น สุวรรณภาณุ) ชาตะ 10กุมภาพันธ์ 2435มรณะ 22มกราคม 2522สำเร็จการศึกษา จาก โรงเรียนวัดราชบูรณวรราชมหาวิหาร โรงเรียนสวนกุหลาบ และ พ.ศ.2455สอบไล่ได้ประโยคแพทย์ตามหลักสูตรกระทรวงธรรมการ รุ่นที่ 20จากโรงเรียนราชแพทยาลัยศิริราช พ.ศ.2456บวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ ณ วัดราชบูรณวรราชมหาวิหาร ธุดงค์ไปที่ประเทศศรีลังกา ได้สมัครเป็นศิษย์หลวงปู่ดาสิรา นาราดา เพื่อศึกษาพลังกายทิพย์และได้นำมาเผยแพร่ในประเทศไทย โดยลาอุปสมบท และ เข้ารับราชการเป็นแพทย์ฝึกหัดที่โรงพยาบาลศิริราช ตำแหน่งสุดท้ายเป็น นายแพทย์ใหญ่ทหารเรือ ยศพลเรือตรี 20มกราคม พ.ศ.2479 - 22พฤษภาคม พ.ศ.2480เดินทางไปราชการต่างประเทศ ได้ไปที่ประเทศอียิปต์ รับความรู้เพิ่มเติมเรื่องกายทิพย์และพลังคอสมิก ท่านบำเพ็ญแต่คุณประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์มากมาย ท่านมีหูทิพย์ตาทิพย์ มีอำนาจจิต เป็นที่นับถือของคนทั่วไป ท่านเคยทำนายไว้ว่า อีก 40ปี ประเทศไทยจะประสบกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่สุด แต่จะฟื้นขึ้นมาได้ และ อีก 50ปี ประเทศไทยจะเจริญรุ่งเรืองที่สุดในโลก (ประมาณ พ.ศ.2550) ท่านเป็นผู้บอกว่า โรงแรมเอราวัณ (ช้างสามเศียร) นำชื่อเทวดามาตั้งชื่อ โดยไม่ขออนุญาต ทำให้ไม่เจริญ ต่อมาท่านจึงแนะนำให้สร้างพระนอน และ พระศรีมหาพรหม ที่สี่แยก มีคนมาสักการะบูชามากมาย และมีความเจริญรุ่งเรือง

ต้นกำเนิด


Cosmos คือ จักรวาล Cosmology คือ จักรวาลวิทยา วิชาที่กล่าวถึงพลังในจักรวาล (Cosmic energy) เชื่อว่า เป็นพลังที่ปรากฎในโลกมนุษย์ ได้จากดวงอาทิตย์แผ่รังสีไปกระทบดวงดาวต่างๆ ดวงดาวเหล่านี้มีแร่ธาตุที่แตกต่างกันจึงดูดซับและสะท้อนรังสีออกมามีสีแตกต่างกัน และ เป็นรังสีที่แผ่มากระทบมนุษย์บนโลก มนุษย์มีพลังจิตที่มีความสามารถในการดูดซับรังสีเหล่านี้มาสะสมไว้ใน "กายทิพย์ (Etheric body)" จึงเรียกว่า พลังกายทิพย์ และ มนุษย์สามารถถ่ายเทเผื่อแผ่พลังเหล่านี้ไปสู่ผู้อื่นได้

กายของมนุษย์ที่มองเห็นด้วยตาเนื้อ เรียกว่า กายเนื้อ สำหรับ กายทิพย์ คือ ส่วนที่มองไม่เห็นด้วยตาเนื้อ แต่สามารถมองเห็นด้วยตาใน หรือ ตาที่สาม คือ การฝึกสมาธิ ในกายทิพย์ เชื่อว่า มีจักระ 7แห่ง ซึ่งเป็นที่ดูดซับพลังและส่งพลังไปยังกายเนื้อให้ทำงานตามหน้าที่ กายทิพย์เป็นของ เทวดา มนุษย์ และ สัตว์เดรัจฉาน มีจักระเปิดทำงานตลอดเวลา กายเนื้อของมนุษย์ตายไปเหลือกายทิพย์เป็น เทวดา หรือ สัตว์เดรัจฉาน ขึ้นอยู่กับกรรมของแต่ละคน สำหรับพระอรหันต์ปิดจักระหมดแล้วจึงไม่เกิดอีกต่อไป

Dr. Alex Gray เป็นจิตรกรผู้ที่ฝึกพลังกายทิพย์ มีหูทิพย์ตาทิพย์ ได้เขียนภาพ กายเนื้อ และ กายทิพย์ ของมนุษย์ไว้ กายเนื้อ เหมือนภาพกายวิภาคศาสตร์ กายทิพย์ลักษณะมีเส้นแสงเป็นสนามแม่เหล็ก มีจักระ 7แห่ง จักระที่ 1คล้ายดอกบัวบาน จักระที่ 1-6โตไม่เกิน 3นิ้ว แต่จักระที่ 7โตเต็มศีรษะ ทุกจักระหมุนตามเข็มนาฬิกา ถ้าอารมณ์มีกิเลสตัณหา ทำให้จักระไม่สมดุล จักระเรียงอยู่ตามแนวกระดูกสันหลัง ในแนวเดียวกัน มีบางคนเชื่อว่าไม่ได้เรียงเป็นแนวเดียวกัน มีการเหลื่อมเยื้องกันบ้าง

จักระ

จักระที่ 1 สีแดง 4เส้นแสง เป็นขั้วลบ (-) ชื่อ มูลลัดดา หรือ Kundalini หรือ Serpentine ตำแหน่ง อยู่ที่ฝีเย็บระหว่างอวัยวะสืบพันธุ์และทวารหนัก เป็นพื้นฐานของพลังชีวิตและเป็นกลไกที่ทำให้ชีวิตอยู่ได้ ดูดซับพลังจากใจกลางโลกที่พุ่งขึ้นมา ได้แก่ น้ำพุร้อน ภูเขาไฟระเบิด ต้นไม้ที่เจริญเติบโตจากดินพุ่งขึ้นสู่อากาศ

จักระที่ 2 สีส้ม 6เส้นแสง ชื่อ สวัสดิ์ธนา ตำแหน่ง อยู่ที่ ก้นกบปลายสุด ตรงกับ Gonads (ต่อมเพศ) ซึ่งสร้าง sex hormones อวัยวะที่เกี่ยวข้อง คือ ระบบสืบพันธ์ และ ระบบขับถ่าย (ไต?) เป็นจุดศูนย์กลางเกี่ยวกับพลังงานทางเพศ (ทั้งผู้ให้และผู้รับ) เกี่ยวกับความเชื่อมั่นในตนเอง ดูดซับพลังจากพระอาทิตย์ เมื่อพระอาทิตย์ตกดินจะกระจายพลังจากจุดนี้ออกไป นอนแต่หัวค่ำ ก่อน 21น. ตื่นตี 5ทำให้ melatonin หลั่ง ร่างกายจะกำจัดสิ่งแปลกปลอม เชื้อโรค ทำให้ไม่เป็นโรคติดเชื้อ ถ้ากระตุ้นขึ้นบนไปจักระ 7จะรุนแรงในทางสร้างสรรค์ มีความหวานหอม แต่ถ้ากระตุ้นลงล่างจะกระตุ้น sex ใจเร็วด่วนได้

จักระที่ 3 สีเหลือง10เส้นแสง ชื่อ มณีปุระ ตำแหน่ง อยู่ที่ บั้นเอว ตรงกับ สะดือ ตรงกับ Adrenal gland (ต่อมหมวกไต) เป็นศูนย์กลางของอารมณ์ดิบ ที่ไม่ได้ผ่านการซักฟอก ในขณะที่เราตกใจกลัว กล้ามเนื้อบริเวณสะดือ จะหดตัวลง จักระ 3มีหน้าที่ผลิตเนื้อเยื่อกระดูกหนาขึ้น ผลิตเม็ดเลือดแดง ระบบการย่อยอาหาร (กลิ่น รส กระเพาะอาหาร ตับ) ระบบขับถ่าย (ไต) อวัยวะที่เกี่ยวข้อง คือ ท้อง ตับ กระเพาะอาหาร และ ลำไส้ ถ้าขาดพลังจักระ 3ไม่มีแรง ถ้ากระตุ้นจักระ 3จะรู้สึกหิว

จักระที่ 4 สีเขียว 12เส้นแสง ชื่อ อนัตตา ตำแหน่ง อยู่ที่ ตรงกลางกระดูกสันหลังระดับที่ตรงกับหัวใจ ตรงกับ Thymus gland อวัยวะที่เกี่ยวข้อง คือ หัวใจ และ ระบบหมุนเวียนโลหิต เป็นศูนย์รวมของความรักที่แท้จริงอย่างไม่มีเงื่อนไข รวมทั้งการพัฒนาจิตใจ ความเมตตากรุณา และ ความเสียสละ หลายต่อหลายวิธีของการปฏิบัติสมาธิของชาวตะวันออก เพื่อกระตุ้นจักระนี้ มีสีดอกไม้ใบหญ้า ถ้าขาดพลังจักระ 4ทำให้ไขมันสูง Triglyceride สูง ก่อกรรม Rx. เมตตากรุณา ไม่หวังผลตอบแทน ลดความโลภ โกรธ หลง

จักระที่ 5 สีฟ้า 16เส้นแสง ชื่อ วิสุทธิ์ ตำแหน่ง อยู่ที่ กระดูกต้นคอ ตรงกับ Thyroid gland อวัยวะที่เกี่ยวข้องคือ ปอด Rx. โรคระบบหายใจ ผิวหนัง หอบหืด เคราะห์กรรม ถูกกระทำย่ำยี สัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์ พูดเพราะ หูทิพย์ ฟังเทวดาได้ พิธีกรรม สวดมนต์ ดนตรีไทย (ฉิ่งฉาบกลอง มี alpha wave)

จักระที่ 6 สีไพลิน (สีน้ำเงิน) และ กุหลาบทอง 96เส้นแสง ชื่อ อัจนา หรือ อัจฉริยะ ตำแหน่ง ตั้งอยู่ที่กึ่งกลางหน้าผาก ตรงกับ Pituitary gland (ต่อมใต้สมอง) อวัยวะที่เกี่ยวข้อง คือ สมองส่วนล่าง และ ระบบประสาท เป็นที่รวมของปัญญา เป็นดวงตาที่สาม และ พาหนะแห่งญาณวิเศษ ติดต่อกับเทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบน Rx. ทำลายสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง, Parkinson, Alziemer syndrome คุณย่ามีภาพเด็กชาวรัสเซียมีตาที่สาม คือ พระอิศวร เด็กคนนี้สามารถรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้

จักระที่ 7 สีม่วง 972เส้นแสง เป็นขั้วบวก (+) มีเส้นแสงสีทอง 12เส้นตรงกลาง และ สีม่วง 960เส้น โดยรอบ รวมเป็น 972เส้น เป็นศูนย์ควบคุมทุกจักระในกายทิพย์ เป็นสถานที่รับพลังคอสมิกและกระจายไปทั่วร่างกาย ตำราอินเดียเรียกชื่อว่า สหัชชะ หรือ สหัสรา แปลว่า หนึ่งพัน หรือ 1,000เส้นแสง ตำแหน่ง อยู่ที่ กลางศีรษะด้านบน เปรียบเสมือนมงกุฎดอกบัว ตรงกับ Pineal gland อวัยวะที่เกี่ยวข้อง คือ สมองส่วนบน ระบบประสาท ระบบโครงสร้าง และ ระบบหมุนเวียน โดยทั่วไปของร่างกาย Rx. ระบบโครงสร้างและข้อต่อ เป็นจุดที่สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยที่จักระอื่นๆ ไม่สามารถจะรักษาได้โดยตรง


คุณสมบัติของพลังกายทิพย์

1. เป็น alpha wave มีความหนาแน่นมาก เป็นพลังขั้วลบ ไปพบกับพลังขั้วบวกในร่างกาย
2. มีจำนวนมากในตอนกลางวัน
3. มีความถี่มากกว่าแสงอาทิตย์ 10เท่า เดินทางเร็วกว่าแสงอาทิตย์ 10เท่า
4. มนุษย์สามารถดูดซับพลังกายทิพย์ได้โดยกำหนดจิตที่จักระ 7กลางกระหม่อม
5. สะท้อนที่กระจกได้ ทำให้รู้สึกอุ่นขึ้น
6. เห็นเป็น aura สะท้อนออกจาก ปลายนิ้ว กลางอุ้งมือ และ ที่ตาที่สามกลางหน้าผาก Valentino Corion และ Densa Corion ชาวรัสเซีย เป็นผู้ประดิษฐ์กล้องถ่ายภาพ aura ได้ กล้องนี้มีอยู่ที่ องค์การนาซ่า และ ประเทศรัสเซีย เท่านั้น
7. นำไปได้ด้วยสายไฟ สายโทรศัพท์
8. เก็บไว้ได้ในสิ่งไม่มีชีวิต เช่น ไม้ น้ำ ฯลฯ เช่น พลังพุทธคุณ ในน้ำมนต์วัดพระแก้ว
9. ความหนาแน่นขึ้นกับ ดินฟ้าอากาศ และ ตำแหน่ง สูงขึ้นไป 15,000เมตร เป็นเปลือกห่อหุ้มโลก มีสีขาวเงินยวง พยับแดด เชื่อว่า เป็น ชั้นเทพเทวดา
10. ควบคุมโดยสมาธิจิต
11. ซึมซับโดยพลังจิต ให้ไป ใกล้ หรือ ไกล
12. ใช้ในทางสร้างสรรค์ หรือ ดี หรือ ชั่วร้าย สาบแช่ง ได้ rusputin ฝึกพลังกายทิพย์ ไปรักษาโอรสของพระเจ้าซาร์ ซึ่งเลือดออกมากให้หยุดได้ แต่ไปปลุก sex ทำให้พลังเคลื่อนที่ลงที่จักระ 1ต้องรู้จักบังคับให้เคลื่อนขึ้นบนไปที่จักระ 7จึงจะใช้เพื่อคุณประโยชน์ ในที่สุด rusputin ตายอย่างอนาถ

เส้นทางของพลังกายทิพย์

สัญลักษณ์ทางการแพทย์ คือ งู 2ตัวพันคทา เป็นเส้นทางเดินหลักของพลัง 3เส้น ได้แก่

1. Ida (อิดา) สีเหลืองพลังเย็น เดินจากจักระ 1ขึ้นไปทางซ้ายวนไปสู่ pituitary gland ที่จักระ 6
2. Pingala (ปิงคลา) สีแดงพลังร้อน เดินจากจักระ 1ขึ้นไปทางขวาวนไปสู่ pituitary gland ที่จักระ 6
3. Sushumna (สุสุมนา) แปลว่า ไม้เท้าพราหมณ์ หรือ พลังศิวะ ถ้าเปิดที่จักระ 7เป็นเทพ ถ้าปิดเป็นนรก เดินจากจักระ 7 pineal gland ตรงลงมาข้างล่างที่ จักระ 1กระตุ้นกิเลส พ่นพิษ กระตุ้นน้ำมันทอง (golden oil) จาก Kanda ต่อมรูปร่างคล้ายหัวหอมยับย่นที่ฝีเย็บ เมื่อเกิดอารมณ์ งู 2ตัว มีอาหาร คือ กิเลสตัณหา จึงเป็นที่รองรับอารมณ์จากตัวเอง ความชั่วร้ายจึงเป็นตัวทำลายน้ำมันทอง และ เผาผลาญความดีงามของตัวเอง


การฝึกพลังกายทิพย์

แบ่งเป็น 3ระดับ คือ

1. ระดับปฐมจักระ เรียน 6วัน ติดต่อกัน
2. ระดับพัฒนาจักระ เรียน 2วัน ติดต่อกัน
3. ระดับกายทิพย์ แสง สี เสียง เพื่อเป็นครูสามารถสอนและกระตุ้นจักระให้ผู้มาเรียนระดับปฐมจักระได้

การเกิดโรค

ในตำราการแพทย์แผนปัจจุบัน แบ่งโรคเป็น โรคที่มีเชื้อโรค โรคที่ไม่มีเชื้อโรค รับประทานอาหารมากไปน้อยไป ได้รับสารพิษ ได้รับอากาศพิษร้อนหนาวและภัยพิบัติ ในตำราการแพทย์แผนโบราณ แบ่งโรคเป็น

1. กายมีพิษ เกิดจาก ความไม่สมดุลของธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ (อาหาร น้ำ อากาศ)
2. จิตมีกิเลส เกิดจาก อารมณ์ โลภ (รัก หึงหวง) โกรธ (เกลียด ริษยา อาฆาต) หลง (หลงผิด) และ ความไม่สมดุลของกายทิพย์
3. กรรม เกิดเป็น กรรมร่วม (ตายพร้อมกัน) หรือ กรรมเฉพาะตัว
สาเหตุการหมดอายุขัย แบ่งเป็น
1. หมดบุญ การทำบุญ จึงเป็นการเพิ่มน้ำมันทองของชีวิต เป็นการต่ออายุขัย
2. หมดกรรม การหมดกรรม เป็นการใช้ไส้ตะเกียงหมดไป ช่วยไม่ได้
3. ใช้กรรม ได้รับผลกรรมแล้วก็ตายด้วยวิบากกรรม คือ การทำกรรมดีไปสวรรค์ หรือ เป็นเทวดา แต่การทำกรรมชั่วไปนรก หรือ เป็นสัตว์เดรัจฉาน
4. อุปัทเฉกรรม การตายก่อนอายุขัย

การรักษา

สถานที่ ควรอยู่ในที่โล่ง มีแสงแดดบ้าง ไม่เปิดไฟนีออน

การเดินลมปราณก่อนใช้พลังจิต ผู้ให้พลังต้องฝึกเดินลมปราณอย่างน้อย 3ครั้ง โดยหายใจเข้าทางจมูกช้าๆลึกๆ=หายใจออกทางปากช้าๆลึกๆ ลมปราณคือพลังที่ลึกที่สุด พลังลมปราณและพลังจิตหนาแน่นมาก
การจัดท่านั่ง ผู้ให้หันหน้าไปทางทิศเหนือ กำหนดจิตที่กระหม่อมของตัวเอง ลืมตามองผู้รับพอควร ผู้รับหันหน้าไปทางทางทิศตะวันออก นั่งสมาธิจีบนิ้วมือหลับตา และ กำหนดจิตที่กระหม่อมตัวเอง

การกระตุ้นจักระ 6-7วางมือหนึ่งที่จักระ 6ที่หน้าผาก และ วางอีกมือที่จักระ 7โดยใช้นิ้วโป้งวางที่ร่องหน้าเหนือหู นิ้วที่เหลือวางบนกระหม่อมให้นิ้วกลางอยู่ที่กลางกระหม่อม ใช้เวลานาน 2นาที
การกระตุ้นจักระ 4-5วางมือหนึ่งที่จักระ 4ด้านหลังตรงกับหัวใจ และ วางอีกมือที่จักระ 5โดยใช้มือหนึ่งวางที่ลำคอด้านหลัง ใช้เวลานาน 2นาที

การกระตุ้นจักระ 2-3วางมือหนึ่งที่จักระ 2โดยใช้นิ้วโป้งวางที่ก้นกบและนิ้วที่เหลือวางบนกระดูกสันหลัง และ วางอีกมือที่จักระ 3ที่กระเบนเหน็บ ใช้เวลานาน 2นาที
การกระตุ้นจักระ 3-4วางมือหนึ่งที่จักระ 3ที่กระเบนเหน็บ และ วางอีกมือที่จักระ 4ที่ด้านหลังหัวใจ ใช้เวลานาน 2นาที

การรักษาโรคต่างๆ ระดับปฐมจักระ โดยทั่วไปใช้จักระ 7เป็นหลัก หรือ จักระอื่นๆ เช่น

1. ปวดหลัง Rx. จักระ 7กับ จักระ 5นาน 2นาที และ จักระ 5กับ ที่ปวดหลัง นาน 2นาที
2. ริดสีดวงทวาร Rx. จักระ 7กับ จักระ 3นาน 2นาที และ จักระ 3กับ จักระ 2นาน 2นาที
3. โรคไต Rx. จักระ 7กับ ไต ถ้ายังไม่ได้ล้างไตจะหายเร็ว แต่ ถ้าล้างไตแล้วไม่รับรองผล
4. แต่งงานกันแล้วไม่รอมชอม Rx. จักระ 1-2กับ จักระ 7ส่งพลังจากล่างขึ้นบน
5. เด็กเหลือขอ Rx. จักระ 7กับ จักระ 6
6. ตับอ่อน ตับแก่ Thalassemia มดลูก ลำไส้ ต่อมลูกหมาก Rx. จักระ 2-3นิ้วกลางที่ก้นกบ นิ้วโป้งชี้

เกร็ดความรู้

จักระ เป็นศูนย์กลางของแสง aura ภายในร่างกาย ในทางตะวันออกจะระบุว่าเป็น "ดอกบัวบาน" ในชาวคริสต์โบราณจะเรียกว่า "ดอกกุหลาบที่มีแสงสว่าง"

จักระอ่อนล้าจากอารมณ์ทำให้เกิดเชื้อโรค โรคภัยเกิดจากจักระขาดพลัง

มนุษย์มี aura เป็นสนามพลังเป็นคลื่นความถี่ของแต่ละคนเป็นรัศมีโดยรอบร่างกาย สรรพสิ่งทั้งหมดที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตมีสนามพลัง เพราะโครงสร้างทางอะตอม มี electron วิ่งอยู่โดยรอบ proton และ neutron สนามพลังของสิ่งที่มีชีวิตมีพลังมากกว่า และ ตรวจพบได้ง่ายกว่า แต่ทั้งสองประเภทสามารถนำมาใช้เพื่อเพิ่มสนามพลังของแต่ละคนได้ สนามพลังเปลี่ยนแปลงไปตามร่างกาย ความรู้สึก จิตวิญญาณ และ อารมณ์
ต้นไม้แต่ละต้นจะมีคลื่นพลังเป็นของตัวเอง เช่น การไปนั่งใต้ต้นวิลลี่ใช้เวลาเพียง 5-10นาที จะช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะได้ ต้นสนมีปฏิกิริยากับสนามพลังของมนุษย์ในลักษณะช่วยให้กายทิพย์สะอาด พลังของต้นสนจะช่วยดูดซับและดึงอารมณ์ที่สับสนฟุ้งซ่านชั่วร้ายออกไป โดยเฉพาะความรู้สึกผิดจากสนามพลังของกายทิพย์มนุษย์ ต้นสนเองจะไม่ได้รับอันตรายจากสิ่งชั่วร้ายนี้จากตัวมนุษย์ เพราะต้นไม้รับเอาพลังชั่วร้ายแล้วเปลี่ยนแปลงเป็นปุ๋ยสำหรับตัวมันเอง

ถ้าต้องการรักษาฝ้า เดินไปใต้ต้นหูกระจง มือ 2 ข้างวางขนานกันประกบกัน แยกห่างกัน และ เข้าหากัน หลายๆครั้ง แล้วจะรู้สึกเกิดเป็นก้อนกลมๆ ของพลังคอสมิก เอามือขึ้นลูบหน้า

กิเลสทำให้เกิดมะเร็งแพร่ได้เร็ว Rx. กระตุ้น จักระ 3 (จักระ 3ขาดพลัง ทำให้เกิดมะเร็ง)

เด็กที่มีก้อนเกิดขึ้น และ ชอบเล่นเกมกด Rx. ใช้เกมกดเพ่งจิตไปที่ก้อนทุกวัน ทำให้ก้อนเล็กลงได้
ประเทศจีนใช้อุจจาระสดๆ ถ่ายใส่ถังสดๆ รดต้นไม้ตอนตี 4แสงแดดฆ่าเชื้อโรคตอนเช้า คนไทยดูดส้วมอุจจาระจากบ่อเกรอะทำปุ๋ยมีเชื้อโรค ไม่ควรทำ

ประเทศญี่ปุ่นทำ EM กิน อ้างว่าเขมือบของสกปรก ระวังกินเข้าไปทำให้ตับเสื่อม เกิดไวรัสสีฟ้า Rx. ใช้ลูกยอ ต้มน้ำแล้วกรอง ต้มน้ำแล้วกรองอีกครั้ง ดื่มกินได้ ไม่ต้องซื้อจากต่างประเทศ

Bacteria หรือ สมุนไพร ใช้สำหรับเฉพาะที่ ไม่สามารถนำจากต่างประเทศมาใช้ในประเทศอื่นได้ ประเทศไทยมี มี ต้นทองหลาง ต้นสะเดา ต้นไผ่ ใบร่วงกลายเป็นปุ๋ย ทำให้เกิด จุลินทรีย์อีโทรลิท สำหรับประเทศไทยเท่านั้น มีประโยชน์มาก จุลินทรีย์ มาจากพลังคอสมิก ชอบความสะอาด

ผู้ป่วยเส้นเลือดหัวใจโป่งพอง มีอาการเจ็บคันที่หน้าอก คุณย่าถามว่าจิ้งหรีดทวงหนี้หรือเปล่า ? ในที่สุดผู้ป่วยบอกว่า น่าจะเป็น แมลงกุดจี่ ซึ่งเคยไปทำร้ายมันมาก่อน เป็นกรรมเฉพาะตัวผู้สำเร็จระดับปฐมจักระ ไม่สามารถรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคเหล่านี้ได้ คือ เอดส์ Leukemia SARS ไวรัสไม่ทราบชนิด โรคประสาท และ โรคที่เกิดจากสารพิษ


หลักการของการฝึกพลังกายทิพย์

1. ดูดพลังทางจักระ 7อย่าทำมากเกินไป ******เป็นอันตราย วันละ ไม่เกิน 20นาที ******
2. เก็บพลังสะสมไว้ที่จักระ 2
3. ถ่ายพลังให้ผู้อื่นทางปลายนิ้วมือและกลางฝ่ามือ

ลองฝึกด้วยการหันฝ่ามือไปที่พระพุทธรูปพร้อมๆกัน จะรู้สึกเย็นที่กลางฝ่ามือ การดูพระที่ปลุกเสกจริงเช่นกัน ถ้ากำไว้แล้วรู้สึกเย็น จึงจะเป็นของแท้

พลังคอสมิก มีความเร็วกว่าแสงถึง 10เท่า ดังนั้นแตะเบาๆ พลังก็ผ่านไปได้ พลังจิต วิ่งได้ไกลและเร็วกว่าพลังใดๆทั้งสิ้น เช่น เวลาผมฝันไปว่ากำลังเดินชมวิวกับภรรยา 15นาที นั่งพัก 10นาที และเก็บกล้วยไม้ 2-3นาที ความจริงจิตคิดไปได้เร็วกว่านั้น อาจจะเป็นภายใน 2-3นาทีเท่านั้น

การดูดพลังจากดวงอาทิตย์และการถ่ายพลัง ต้องมี ผู้ให้ และ ผู้รับ เหมือน คลื่นวิทยุเมื่อสถานีส่งคลื่นออกไป มีแพร่กระจายอยู่ทั่วไปโดยรอบ ถ้าไม่เปิดเครื่องรับคลื่นวิทยุก็ไม่ได้ยินว่ามีเสียงอะไร ? เช่นเดียวกัน ผู้ให้ถ่ายพลังให้ผู้รับ แต่ถ้าผู้รับพลังไม่มีศรัทธาไม่เปิดเครื่องรับ ก็ไม่สามารถรับพลังที่ผู้ให้ส่งไปได้
สำหรับผู้ให้ ไม่ต้องกลัวว่าให้ไปแล้วจะหมด แต่ยิ่งให้ก็ยิ่งได้ เพราะ ผู้ให้ คือ ตัวกลาง ผู้ดูดพลังจากพระอาทิตย์ส่งต่อไปให้ผู้รับ ถ้าเรียนแล้วไม่ฝึกฝนก็จะเหมือนท่อประปาที่ทิ้งไว้นานสนิมเขรอะ การให้เป็นการฝึกเป็นผู้ที่มีน้ำใจ มีเมตตากรุณา ต้องมีศีล 5ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เล่นการพนัน

การรักษาตัวเอง คือ

1. รักษากายเนื้อให้สมบูรณ์ ให้ชราโดยไม่เป็นภาระแก่ลูกหลาน โดย การเคลื่อนไหว ทำให้หัวใจแข็งแรง และ มีเหงื่อออก เช่น ผมว่ายน้ำท่ากบแก่ๆ วันละ 20เที่ยว 5วัน/สัปดาห์
2. รักษากายทิพย์ให้สมบูรณ์ ด้วยสมาธิ
3. รักษาอารมณ์ให้สมบูรณ์ ด้วยมงคล 38ประการ อเสวนา จ พาลานัง ฯลฯ คือ
มงคล 38 ประการ....
1.ไม่คบคนพาล
2.คบแต่บัณฑิต (คือ กัลยาณมิตร)
3.บูชาผู้ที่ควรบูชา
4.อยู่ในสถานที่ที่เป็นมหากุศล
5.เป็นผู้ที่ทำบุญไว้ก่อน
6.ตั้งตนไว้ชอบ
7.มีอารมณ์ของปัญญา (จิต เจตสิก รูป นิพพาน) เป็นพหูสูต
8.ศิลปะดี
9.มีวินัยที่ศึกษาดี
10.มีวาจาที่เป็นสุภาษิต
11.บำรุงบิดามารดา
12.สงเคราะห์บุตร
13.สงเคราะห์ภรรยา
14.การงานที่สุจริตและไม่อากูล
15.การให้สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่กายและจิต
16.ประพฤติธรรม
17.สงเคราะห์หมู่ญาติ
18.ทำการงานที่ไม่มีโทษ เว้นจากกายทุจริต 3และ วาจาทุจริต 4
19.เว้นจากบาป
20.สำรวมการดื่มน้ำเมา
21.ไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย
22.เคารพ
23.เจียมตัว
24.สันโดษ
25.กตัญญู
26.ฟังธรรมตามกาล
27.อดทน
28.ว่าง่าย
29.เห็นสมณะ
30.สนทนาธรรมตามกาล
31.ตบะ
32.พรหมจรรย์
33.เห็นอริยสัจ
34.ทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน
35.จิตของผู้ถูกโลกธรรมกระทบ ไม่หวั่นไหว (ใน ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข หรือ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์)
36.ไม่โศก
37.ปลอดกิเลสดังธุลี
38.เกษม (ปราศจากกิเลส ไม่ยึดติดในอารมณ์6ปล่อยใจไปตามธรรม)

ผู้ให้ต้องรักษาความสะอาด เช่น รักษาผู้ป่วยโรคปวดเท้า มือหนึ่งอยู่ที่จักระ 7อีกมืออยู่ที่เท้า เมื่อจะรักษาผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ ถ้าเอามือที่วางที่เท้าไปวางที่จมูก คงไม่ดีแน่ ต้องล้างมือให้สะอาดก่อน
กาย-เคลื่อนไหว แต่ จิต-สงบนิ่ง

ข้อห้าม 5ข้อ คือ

1. ห้ามรักษาเวลากลางคืน ยกเว้นคราวจำเป็น เช่น ผึ้งต่อย ใช้ สีม่วง
2. ห้ามรักษาในโรงพยาบาล เพราะเราไม่ใช่หมอที่ถูกต้องตามกฎหมาย เราเป็นมือซ้าย ไม่ใช่มือขวา ไม่ปฏิเสธการแพทย์แผนปัจจุบัน เรารักษาตามการวินิจฉัยของแพทย์แผนปัจจุบัน หรือ รักษาได้เฉพาะ พ่อ แม่ พี่ น้อง ลูก หลาน ฯลฯ
3. ห้ามรักษาใต้แสงไฟนีออน เพราะว่าต่อต้านกัน ให้ปิดแสงไฟนีออน หรือ ออกไปในที่โล่ง
4. ห้ามเรียกร้องเงินทองในการรักษา ยกเว้นเป็นอาชีพ ต้องไปทำบุญด้วย
5. ไม่โอ้อวด อิทธิฤทธิ์ เพราะเป็นวิทยาศาสตร์ และ ใช้พลังจิต ส่งความปรารถนาดี อย่างน้อยที่สุดต้องคิดว่าดีขึ้น


ท่าโยคะ ทำท่าละ 10ครั้ง

1. ยืนตรง กางขา แขนหุบเหยียดตรง กำหมัด ยกไหล่-หายใจเข้า ลดไหล่-หายใจออก
2. ยืนตรง กางขา แขนหุบเหยียดตรง กำหมัด นั่งยอง-หายใจเข้า ยืนขึ้น-หายใจออก
3. ยืนตรง กางขา กางแขน กำหมัดหงายมือ-หายใจเข้า กำหมัดคว่ำมือ-หายใจออก
4. ยืนตรง กางขา กางแขน แบมือหงาย-หายใจเข้า แบมือคว่ำ-หายใจออก
5. ยืนตรง งอเข่า กางแขน แบมือหงาย-หายใจเข้า แบมือคว่ำ-หายใจออก
6. ยืนตรง กางขา กางแขน แบมือหวาย-หายใจเข้า แบมือคว่ำ ปลายนิ้วกลางชนกัน-หายใจออก
7. ท่าสุดท้ายต่อจากข้อ 5นั่งยอง-หายใจเข้า ยืดลำตัวขึ้นในท่ากึ่งยืนกึ่งนั่ง แบะอก-หายใจออก
8. ยืนตรง กางขา กางแขน หงายมือ-หายใจเข้า ยกมือขึ้นเหนือศีรษะฝ่ามือเข้าหากันแขนขนานกัน-หายใจออก
9. ยืนตรง กางขา กางแขน คว่ำมือ-หายใจเข้า วาดมือลงล่าง-เข้าใน-ขึ้นบน-กางออก หมุนเป็นวงกลม-หายใจออก

เขียนโดย พญ.กานดา ปัจจักขะภัติ : รายงานและวิเคราะห์
ที่มา สำนักการแพทย์ทางเลือก http://www.thaicam.go.th

โดย สำนักการแพทย์ทางเลือก
วันที่ 9 กรกฎาคม 2557

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มวยไทย มรดกไทย มรดกโลก



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

การออกกำลังกายแบบโยคะ .... ทำแล้ว สุขภาพดีค่ะ

เขียนเมื่อ 

Merry Christmas & Happy New Year 2015 ค่ะ

เขียนเมื่อ