ขับเคลื่อน PLC เทศบาลเมืองมหาสารคาม _๑๘ : ถอดบทเรียนตนเอง ครู BP จาก PLC มหาสารคาม (๒) "มองงาน"

อ.ต๋อย
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

หลังจาก " มองตนเอง" แล้ว ขั้นตอนไปคือ "มองงาน" โดยให้วาดรูปตนเองนั่งกรรมฐาน ด้านล่าง แล้วเริ่มคิดอย่างใคร่ครวญใน ๔ ประเด็นตามลำดับ


รูปนี้สามารถเขียนได้โดยไม่ปากกาเลย นั่นหมายถึง ผู้วาดรูปนี้จะเริ่มจากตรงไหนก็ได้ตามแต่ใจปรารถนา ผมพยายามสื่อกับคุณครูว่า นี่เป็นวิธีการเตรียมตัว เตรียมพร้อม หรือผมใช้คำว่า "เตรียมภาชนะ" โดยการรวมสติและสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่กำลังจะทำ เป็นเหมือน "ทางเข้า" หรือฝรั่งมักเรียกว่า "Check in"


ตัวอย่างที่ ๑

ลองดูตัวอย่างของ รองฯ อ้อย โรงเรียนเทศบาลสามัคคีครับ ท่านสติ และสมาธิดีเยี่ยม เข้าใจ และให้คำตอบแบบตรงเป้าหมาย "เป๊ะ" ครับ


  • แนวปฏิบัติที่ดี หรือ BP ของท่านคือ "การฝึกวอลเลย์บอลชายหาด"
  • สิ่งสำคัญ (ทุน) ที่ต้องมี ไม่มีไม่ได้คือ ความรู้เรื่องวอลเลย์บอลชายหาด ต้องแบ่งเวลาเป็น ต้องมีอุปกรณ์และสนามฝึก ต้องเคารพกฎกติกา และที่สำคัญ ต้องมีความสามารถเฉพาะบุคคล (ท่านคงหมายถึงพรสวรรค์)
  • ปัจจัยแห่งความสำเร็จ คือ ต้องใจรัก มีระเบียบวินัย เลือกเข้าร่วมการแข่งขันเป็น ต้องมีผู้สนับสนุนที่ดี และที่สำคัญต้องมีความอดทน
  • เคล็ดลับ ไม่มีอะไรมาก (แต่คงทำยากมาก) คือ ต้องวางแผนใช้แบบฝึกอย่างต่อเนื่องและปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด

ชัดเจนมากๆ ครับ .... จากรูปท่านบอกความสำเร็จอย่างภูมิใจว่า นักเรียนได้รับรางวับชนะเลิศการแข่งขันกีฬา อปท. ทั้งระดับเขตและระดับภาค ตลอด ๙ ปีที่ผ่าน ....สุดยอด สุดยอด สุดยอดครับ

ตัวอย่างที่ ๒


สำหรับตัวอย่างของครูเต็ง หรืออาจารย์สุรียนต์ บูรพา BP ของท่านคือ "การสอนวรรณคดี"

  • มีหลักฐานเชิงประจักษ์ในรูป ชิ้นงาน/ผลงาน/หรือการนำเสนอของเด็กๆ นักเรียนรู้และเข้าใจในเรื่องที่ท่านสอน และสามารถวิเคราะห์เรื่องได้ ... นี่คือสิ่งที่ทำให้ท่านภูมิใจ จนอยากบอกต่อ
  • แต่ใครจะมาสอนแบบท่านได้ จะต้อง เป็นนักอ่าน รักภาษาไทย และมีทักษะการคิดวิเคราะห์
  • ปัจจัยที่ส่งผลว่า จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ อยู่ที่ตัวคน ในที่นี้หมายถึง ตัวครู ตัวนักเรียน และสื่อที่ใช้ ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป จะทำให้สำเร็จได้ยากขึ้น
  • เคล็ดลับคือ ต้องสนุกสนาน "เข้าถึง" (ซึ้ง) และใชรูปแบบการสอนที่หลากหลาย (ไม่ใช่อ่านให้ฟังอย่างเดียว)

ตัวอย่างที่ ๓


เป็น BP จากครูปุ๊ก โพธิศรี คือ การจัดการเรียนการสอนแบบ "เรียนปนเล่น" หรือ "เพลิน" หรือ Plearn มาจากคำว่า (Play+Learn) ผมมีโอกาสเข้าไปนั่งฟังครูปุ๊กเล่าเรื่องให้ฟังด้วยครับ เรื่องการสอนของครูปุ๊กนั้น ท่านใช้คำว่า "การสอนด้วยประสบการณ์ตรง" ท่านยกตัวอย่างเรื่อง การมอบหมายให้เด็กๆ ไปหาดักแด้ หรือลูกน้ำ แล้วนำมาเป็นสื่อในห้องเรียนอนุบาล ทุกๆ วัน เด็กๆจะช่วยกันสังเกตและอธิบายการเปลี่ยนแปลง จนกลายเป็นผีเสื้อ กลายเป็นยุง นักวิชาการเรียนการเรียนรู้แบบนี้ว่า การเรียนรู้แบบรู้จริง (Mastery Learning)... วิธีการของครูปุ๊กต้องถูกนำไปขยายผลให้กับครูอนุบาลทุกคนครับ... เทศบาลจะรุดหน้าแบบก้าวกระโดดทีเดียว

  • ท่านบอกว่า ครูต้องเป็นผู้ใฝ่เรียนรู้
  • ปัจจัยของความสำเร็จคือ "ใจ" ทำด้วยใจ ทำอย่างใส่ใจ และตั้งใจ มีความอดทนและกระตือรือล้น
  • เคล็ดลับคือ ให้ทำบ่อยๆ และทำจนเป็นกิจวัตรไปเลย....

ยังมีตัวอย่างอีกมากครับ ที่เขียนออกมาได้แบบนี้ .... สรุปคือ ครูทุกคนและผอ.ที่เข้าร่วม เรามีหัวเรื่อง BP แล้ว ๔๒ หัวเรื่องครับ ....

คำถามต่อไปคือ แต่ละ BP มีขั้นตอนการทำอย่างไร ... ไปต่อกันบันทึกหน้าครับ

นี่ไงครับท่านรองฯ วัลลภ (รองนายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองมหาสารคาม) ท่านอาจารย์ไสว (ศึกษานิเทศก์) "เรื่องดีที่อยากเล่า" .....

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชุมชนเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์



ความเห็น (0)