ผ่านมาแล้วรุ่นที่๔...กับการบ่มเพาะ R2R เครือข่าย รพ.สุราษฎร์ธานี
สิ่งที่เห็นชัดเจนคือ ความต่อเนื่อง และการงอกเงยของปรากฏการณ์อะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นในหัวใจคนทำงาน
สำหรับข้าพเจ้าแล้วไม่ใช่เรื่องที่ง่ายที่จะนำพาให้ผู้คนลุกขึ้นมาทำวิจัย และก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายอีกที่จะทำให้ทุกคนเกิดการเรียนรู้ที่ก้าวไปสู่ในระดับที่ลึกซึ้ง...และก็ไม่ใช่ง่ายๆ เช่นเดียวกันที่จะนำพากระบวนการเรียนรู้ให้เกิดความสุขในการเรียน
ต่างๆ เล่านี้คือ โจทย์สำหรับข้าพเจ้า...
ธรรมชาติของคนทำงาน คือ การทำงานประจำ เพียงแค่ในแต่ละวันที่พวกเขาพากันลากใจให้ลุกขึ้นมาทำงานด้วยพลังแห่งการตื่นรู้และเบิกบานก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ...หลายคนเหนื่อย เบื่อ และท้อ ทำงานไปวันๆ
ในหนึ่งร้อยคนจะมีใครที่ตื่นเช้ามาด้วยพลังที่จะเต็มที่ในการไปทำงาน
และยิ่งเมื่อเรานำกระบวนการที่ไม่ใช่หน้าที่หลัก แต่กำลังจะพยายามทำให้เป็นส่วนหนึ่งในวิถีแห่งการงานหลักมาใช้แทรกซึมไปในวิถีชีวิตการทำงาน...
หลายๆ คนมีความคาดหวังที่แตกต่างกัน...
ผู้บริหารองค์กร...หนึ่งคาดหวัง
ผู้จัด...หนึ่งคาดหวัง
ผู้เข้าเรียน...หลายคนอาจไม่คาดหวังอะไรเลย
…
หลากหลายปรากฏการณ์ทางความรู้สึก
ส่วนข้าพเจ้าผู้ทำหน้าที่เป็น "คุณอำนวย"ให้เกิดกระบวนการเรียนรู้...ต้องงัดกลยุทธ์ทางปัญญาออกมาอย่างมากมายและลึกซึ้งเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทและสถานการณ์นั้นๆ ของผู้เรียน
มันจะไม่ยากเลย...ถ้าหากข้าพเจ้าทำเพียงแค่ฉายสไลด์ ถ่ายโยงข้อมูล (Information / Data) การสอนแบบนี้ไม่ยาก
แต่…ข้าพเจ้าจะไม่เกิดการเรียนรู้ร่วมกันกับผู้เรียนเลย จะได้ทำหน้าที่เพียงผู้มาบอกความรู้
๔ รุ่น…ผ่านไปสำหรับ รพ.สุราษฏร์ธานี ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน …
การเดินทางจากยโสธรไปถึงสุราษฏร์ด้วยหลักไมค์ไม่ใกล้...แต่ด้วยหัวใจก็ไม่ไกล
ไปมาจนถึง ๔ รุ่นๆ ละ ๔ ระยะ…
ทำให้ข้าพเจ้าได้มองเห็นตนเองว่า ข้าพเจ้าไม่ใช่นักผลิตผู้ล่ารางวัลงานวิจัย...ข้าพเจ้าเป็นเพียงคล้ายคนสวนมาช่วยรดน้ำพรวนดินให้คนทำงานได้มองเห็นความแง่งามของวิจัยเท่านั้น...
ที่เหลือ...จะเป็นการเติบโตอย่างธรรมชาติของบุคคลนั้นๆ เอง
และก็เกิดคำถามกับตนเองต่อไปว่า...
มันคุ้มค่าหรือเปล่าที่ข้าพเจ้าทำเช่นนี้?
…
๑๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๗