หลักปฏิบัติง่ายๆ ที่ผมยึดถือมาตลอด.. การทำดีในหน้าที่การงาน ตั้งใจปฏิบัติงานราชการ ทำประโยชน์ให้เกิดขึ้นในองค์กรและส่วนร่วม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนให้น้อยที่สุด รู้จักแบ่งปัน เอาใจเขามาใส่ใจเรา เมื่อทำให้คนรอบข้างมีความสุข คนในบ้านที่รวมถึงลูกชาย ก็ย่อมจะเข้าใจ และมีความสุขอบอุ่นใจ ร่ำเรียนอะไร ก็จะประสบความสำเร็จ
ลูกชายจะเห็นผมมุ่งมั่น ทุ่มเท มุมานะและอดทน ในหน้าที่ที่รับผิดชอบ มาโดยตลอด ตั้งแต่ครั้ง เป็นนักวิชาการทำงานสำนักงาน จนถึงปัจจุบันที่มาเป็นผู้บริหารสถานศึกษา เราแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปรับทุกข์ด้วยเรื่องราวโรงเรียนกันตลอด จนเขาเข้าใจบทบาทและภาระงานของครูเป็นอย่างดี
เมื่อผมสู้งาน..ลูกก็สู้ชีวิต เมื่อตอนที่ลูกชายเรียนชั้นประถมศึกษา ก็เรียนอยู่โรงเรียนวัดเหมือนลูกชาวบ้านทั่วไป..ไม่ถือตนว่าเป็นลูกครู มีน้ำใจกับเพื่อนทุกคน ช่วงอยู่ชั้น ป.๕ - ป.๖ ต้องถีบจักรยานไป-กลับ ราว ๘ กิโลเมตร บนถนนลูกรัง ทั้งร้อนและมีฝุ่น วันไหนฝนตก ลูกจะลำบากมาก แต่ไม่ปริปากบ่น
ผมถามว่า อยากเรียนต่ออะไร ที่ไหน ลูกชายบอกอยากเรียนทางดนตรี และขอไปสอบเข้าวิทยาลัยนาฎศิลป์สุพรรณบุรี สาขาดนตรี และเลือกที่จะเรียน..ปี่..เป็นวิชาเอกก่อนหน้านั้นไม่กี่เดือน ซ้อมเป่าขลุ่ยกับแม่ได้ไม่กี่ครั้ง เป่าได้ไม่กี่เพลง ตอนสอบเข้า ม.๑ สอบได้ที่ ๔ ครูบอกว่า ทำคะแนนสอบได้ดี แต่สอบปฏิบัติเป่าขลุ่ย ยังต้องปรับปรุง แต่ถือว่าฝึกหัดกันได้
อาจเป็นเพราะครูที่วิทยาลัย..เห็นแวว รวมทั้งลูกชายตั้งใจเรียนและขยันฝึกซ้อมดนตรีไทย (ปี่ใน) ผลการเรียนในระดับมัธยมจึงอยู่ในเกณฑ์ดีมาตลอด ไม่เคยสร้างความหนักใจให้พ่อแม่ เข้าใจอะไรง่ายๆ คิดเองได้จนผมรู้สึกไว้วางใจและเบาใจ จึงฝากน้องไปเรียนด้วยอีกคนหนึ่ง
ลูกชายตัดสินใจเลือกเรียนระดับปริญญาตรีที่สุพรรณบุรี ที่เดิมกับสถาบันที่เรียนมัธยม ซึ่งเป็นสถาบันเครือข่ายกับพัฒนศิลป์กรุงเทพ เหตุผลที่ลูกชายไม่เลือกเรียนที่อื่น หรือไม่เข้ากรุงเทพ ก็เพราะมองว่า ครูที่สอนปี่เก่งๆหายาก..ที่สุพรรณก็มีครูดีครูเก่ง และก็อยู่ที่ความขยันใส่ใจฝึกซ้อมด้วย
ลูกชายเรียนหลักสูตร ๕ ปี การเรียนค่อนข้างเข้ม มีกิจกรรมที่ต้องไปแสดงข้างนอกและต้องทำสารนิพนธ์ ผมเองก็ไม่ค่อยมีเวลาให้ลูก เจอกันก็จะบอกว่า ครูสมัยนี้ ต้องทำงานหนัก หลายหน้าที่ และต้องก้าวทันการเปลี่ยนแปลง ลูกเรียนวิชาชีพครู(ดนตรี) ก็ต้องเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณฺ์ให้มาก จะได้นำไปใช้แก้ปัญหาและพัฒนตนเอง
ดูเหมือนลูกจะเชื่อฟัง..เห็นได้จากผลการเรียนสูงทุกภาคเรียน แต่ก็แปลกใจช่วงทำสารนิพนธ์ ที่ลูกชายไม่เลือกศึกษาค้นคว้าในด้านดนตรี แต่กลับไปทำในเรื่องศิลปะวัฒนธรรมด้านการเห่เรือ ลูกชายบอกว่าอยากเปลี่ยนแนว ชอบศิลปะ และศิลปินด้านนี้ อยากอนุรักษ์ไว้ให้อยู่คู่บ้านคู่เมือง ลูกชายก็มักจะคิดใหญ่และสร้างสรรค์แบบนี้เสมอ
ผมรักดนตรีไทย เขียนเลขไทย และรักในขนบธรรมเนียม -วัฒนธรรมไทย ผมรักในความสะอาด สงบ เรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ แต่ก็มีบางแง่มุมที่ช่างคิด ช่างเขียน และรักในการพัฒนาตนเองในอาชีพการงาน ซึ่งลูกชายซึมซับรับได้หมด โดยไม่ต้องสอนอะไรมาก เป็นการใฝ่รู้ใฝ่เรียนด้วยตัวเขาเองด้วยส่วนหนึ่ง
ลูกชายเรียนจบแล้ว ได้เกียรตินิยมอันดับ ๑ และ ไปสอบบรรจุเข้ารับราชการครูในตำแหน่งครูผู้ช่วยได้ที่ ๑ ในโรงเรียนที่เขาพร้อมจะทำงานพัฒนาวิชาชีพครู..ซึ่งผมเชื่อว่า ลูกชายคนนี้จะก้าวไกลได้ไม่ยาก ถ้าเขามองตนออก บอกตนได้ และใฝ่ดี ....รวมทั้งมองพ่อเป็นต้นแบบของคนทำงาน ที่เป็นต้นเรื่องของทุกเรื่องที่ดีงาม
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๗
ยินดีด้วยนะครับ
ขอชื่นชม และแสดงความยินดีด้วยค่ะ น่าภูมิใจจังค่ะ
ยินดีด้วยครับอาจารย์ที่มีลูกดี
ชื่นใจไปด้วยกับผลผลิตดีๆของสังคมจากอาจารย์ค่ะ ยอดเยี่ยมมาก
มีพ่อเป็นพิมพ์ดี ให้ลูกได้รู้วิถีทางแห่งงานครู ขอชื่นชมยินดีด้วยใจจริงจ้ะ
มีพ่อเป็นแบบอย่างแห่งการครองตน ครองคน ครองงาน ลูกก็จะเดินตามได้อย่างถูกทาง ขอชื่นชมยินดีด้วยใจจริงจ้ะ