รายงานการลงพื้นที่วิจัยรายวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา

เรื่อง...เล่าเรื่องสามล้อเมืองหละปูน

จัดทำโดย

นายกิตติธัช สายเขียว 55113128 เลขที่ 17

นายชานนท์ เตชะพงษ์ 55113544 เลขที่ 53

นายณัฐพล วงค์หล้า 55113735 เลขที่ 67

นายนครินทร์ ตันอินต๊ะ 55114107 เลขที่ 101

นายภานุวัฒน์ นาจักร 55114679 เลขที่ 147

นายเมธา งดงาม 55114758 เลขที่ 153

นายวิชิต ลือโฮ้ง 55115052 เลขที 176

เสนอ

อาจารย์ สุนทร สุขสราญจิต

อาจารย์ อนุรัตน์ ฝันถึงภูมิ

รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของ

วิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาเบื้องต้น รหัสวิชา 147121-1

ภาคเรียนที่ 1/2555

สาขา รัฐศาสตร์ คณะศิลปะศาสตร์

มหาวิทยาลัยพะเยา

บทนำ

ฟื้นที่ลงวิจัยภาคสนาม ชื่อ อาชีพคนปั่นจักรยานสามล้อตลาดสดหนองดอก เทศบาลเมืองลำพูน อำเภอ เมือง จังหวัด ลำพูน “อาชีพปั่นจักรยานสามล้อ”เป็นอาชีพที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในจังหวัดลำพูนก็มีผู้ประกอบอาชีพสามล้อมาตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบันเช่นกันและในแต่ละยุคละสมัยก็แตกต่างกันไปหรือคล้ายคลึงกันบางอย่าง วิถีชีวิตผู้คนในโลกก็เปลี่ยนแปลงไปและยังคงอาชีพสามล้อรับจ้างอยู่ส่วนหนึ่งซึ่งมีผู้ประกอบอาชีพอยู่น้อยนิด เนื่องจากปัจจุบันหลายส่วน เช่น การคมนาคมสะดวกสบายขึ้น,,ผู้คนมีพาหนะใช้เอง เป็นต้นจึงทำให้อาชีพสามล้อหายไปจนแทบไม่เหลืออยู่ในสังคม และจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้สนใจ

ในการศึกษาวิจัยได้ตั้งหัวข้อหลักคือ 1. วิถีการดำเนินชีวิต 2. อดีตและถึงปัจจุบัน 3.อนาคตและความหวังของสามล้อในตลาดหนองดอกจังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นการลงพื้นที่จริง ศึกษาลงพื้นที่ การวิเคราะห์รวบรวมข้อมูลเพื่อเกิดการสะท้อนข้อเท็จจริง และ ข้อมูลที่เท็จจริงจากหลายส่วนมาถึงเข้ารวมกันเพื่อเสนอและหาข้อเท็จจริง ในวิถีการดำเนินชีวิต , อดีต , อนาคต , มุมมองเป็นอย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมและผู้ที่สนใจ และหวังว่ารายงานวิจัยเล่มนี้จะเกิดประโยชน์ไม่มากก็น้อยต่อไป

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

เพื่อศึกษาอดีต และความเป็นมาของอาชีพสามล้อรับจ้างในจังหวัดลำพูน

เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงอดีตจนถึงปัจจุบันของอาชีพสามล้อรับจ้าง

เพื่อศึกษาดำเนินชีวิตของคนประกอบอาชีพสามล้อรับจ้าง

เพื่อศึกษาอุปสรรคและปัญหาของอาชีพสามล้อรับจ้าง

เพื่อศึกษา มุมมองจากกลุ่มต่างๆ เช่น (รัฐ,ประชาชน)

เพื่อศึกษาความหวังของอาชีพสามล้อรับจ้าง

เรื่อง .....เล่าเรื่องสามล้อเมืองหละปูน

(วิถี อดีต อนาคตและความหวัง:คนปั่นสามล้อ ตลาดหนองดอก )

1.ประวัติสามล้อตลาดหนองดอก จังหวัดลำพูน

ประวัติสามล้อรับจ้างในจังหวัดลำพูน

เมื่อประมาณ 7-8 ทศวรรษ 70- 80 ปีที่ผ่านมาอาชีพสามล้อรับจ้างในจังหวัดลำพูนมีอยู่จำนวนมากประมาณ 600 กว่าคันเนื่องจากจังหวัดลำพูนในสมัยอดีตยังไม่ค่อยมีความเจริญในด้านคมนาคม และเทคโนโลยีซึ่งการเดินทางสมัยนั้นยังเป็นการเดินทาง เช่น การเดินเท้าไปไหนมาไหนเองในระยะใกล้ถึงไกลออกไปตามลำดับ และดีหน่อยของคนในสมัยนั้นก็อาจจะเป็นจักรยานแต่ว่าจักรยานสมัย กลุ่มคนที่จะได้ใช้ต้องเป็นกลุ่มคนที่มีกำลังทรัพย์หน่อยถึงจะมีใช้ได้ เพราะจังหวัดลำพูนในสมัยนั้นประชากรกลุ่มคนยากจนยังมีมาก จึงเป็นเหตุที่ทำให้อาชีพสามล้อรับจ้างมีอยู่จำนวนมากเนื่องจากจำนวนผู้ใช้สมัยก่อนนิยมใช้เดินทางไปไหนมาไหน และค่าบริการไม่แพง แต่เริ่มเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์ หรือยุคพัฒนา สังคมในจังหวัดได้มีการเปลี่ยนแปลงไปในหลายด้าน เช่นการคมนาคม เช่นกันก็ได้มีการพัฒนาในหลายรูปแบบประชาชนเริ่มหันมามีพาหนะส่วนตัวใช้เอง และบริการโดยสารอื่นเริ่มเกิดขึ้นใหม่ที่สะดวกและรวดเร็วทันใจ จึงพาให้ผู้คนหันไปใช้บริการอื่นๆ แทนสามล้อรับจ้างบ้างเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้อาชีพ สามล้อรับจ้างต้องลดน้อยสูญหายไปตามเหตุและตามยุคตามเวลา จนในปัจจุบันเหลือผู้ประกอบอาชีพสามล้อรับจ้างในจังหวัดลำพูนแค่เพียงประมาณ 300 กว่าคันซึ่งจะมองได้ว่าจากอดีตเริ่มค่อยสู่ปัจจุบันอาชีพนี้เริ่มลดน้อย หายไปจนเหลือแค่บางส่วน และการประกอบอาชีพในปัจจุบัน ไม่ใช่การใช้บริการในเชิงคมนาคมเดินทางไปไหนมาไหนส่วนมากจะเป็นเชิงท่องเที่ยวมากกว่าการใช้เดินทางใช้เดินทางในสมัยก่อน

2 .การเปลี่ยนแปลงอดีตจนถึงปัจจุบันสามล้อเมืองลำพูน

เมื่อเริ่มเดิมทีอาชีพสามล้อรับจ้างในจังหวัดลำพูนในสมัยอดีตมาเมื่อก่อนอาชีพนี้มีผู้คนที่เป็นแรงงานชายนิยมประกอบอาชีพอยู่ส่วนหนึ่ง และปัจจัยหลักในยุคนั้น คือ การคมนาคมและเทคโนโลยียังไม่ค่อยจะเจริญอย่างในยุคปัจจุบันและการเดินทางสัญจรของผู้คนก็มักจะนิยมใช้บริการสามล้อรับจ้าง จึงเป็นปัจจัยที่ผู้คนส่วนหนึ่งในสมัยนั้น เลือกประกอบอาชีพนี้ และภาพรวมโดยทั่วไปของยุคอดีต เกี่ยวกับอาชีพสามล้อรับจ้าง อาทิ เช่น

  • -เป็นบริการที่สะดวกสบายกว่าการเดินเท้าเปล้า
  • -ค่าแรงและค่าบริการไม่แพง
  • -หาง่าย (หมายถึง จะใช้บริการหาสามล้อได้ง่าย )
  • -ในสังคมยุคนั้นมีคนนิยมจะใช้บริการนี้
  • -พอใจในการใช้บริการ

และเมื่อวันเวลาผ่านล่วงเลยมาจนค่อยพัฒนามาสู่ในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆ ก็ได้พัฒนาตามโลกมาเทคโนโลยีในด้านการคมนาคม เดินทางสัญจรก็ได้พัฒนาตามมาเช่นกัน จึงเป็นปัจจัยทำให้เกิดการเปลี่ยนในคนในสังคม และอาชีพสามล้อรับจ้างหลายอย่างเนื่องจากปัจจัยหลักเช่น

  • -ผู้ใช้บริการสามล้อรับจ้างลดน้อยลง
  • -ผู้คนมีพาหนะใช้เอง
  • -มีบริการในการเดินทางใหม่ เกิดขึ้นในที่สะดวกและรวดเร็วทันใจกว่า
  • -ถูกคนรุ่นใหม่มองและเปลี่ยนทัศนะคติของตัวเองว่าการใช้บริการสามล้อเป็นสิ่งที่ล้าสมัย
  • -สมัยปัจจุบันการทำงานของผู้คนต้องทำเวลาสามล้อจึงไม่เป็นทางเลือกในการบริการ

จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้อาชีพสามล้อรับจ้างในปัจจุบันเริ่มสูญหายไปเรื่อยๆ แต่ปัจจุบันยังเหลือผู้ประกอบอาชีพที่อยู่จำนวนหนึ่งแต่ ส่วนมากเป็นวัยชรา และผู้ใช้บริการส่วนมากก็เป็นวัยชราเช่นกัน ถ้าเมื่อคนรุ่นนี้หมดไปเรื่อย อาชีพสามล้อก็อาจจะหมดไปตามๆกสลเวลาและ เงื่อนไขตามกินคงจะเหลือแค่สามล้อที่ไม่มีคนขับ และรูปภาพในอดีตไว้ให้ดูต่อไป

การเดินทางในจังหวัดลำพูน[1]

รถสามล้อถีบ ยานพาหนะยอดนิยมของชาวลำพูนมีให้เรียกใช้บริการได้ทั่วไป แต่อาจจะมีบริการให้มากบริเวณหน้า พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติหริภุญชัย หน้าวัด หริภุญชัย หน้าตลาดสดหนองดอก และหน้าโรงพยาบาลลำพูนซึ่งมีคนปั่นสามล้อมากพอสมควรที่จะบริการให้กับลูกค้าที่เดินทางไปโรงพยาบาลหรือที่อื่นๆ อัตราค่าบริการ 20 บาทไปจนถึงเหมาเที่ยวทั้งวันรอบเมืองลำพูน ประมาณ 200 บาท

การท่องเที่ยวในจังหวัดลำพูน[2]

วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร[3]

วัดพระธาตุหริภุญชัย เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูนมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ๒๗ ไร่ ๓ งาน ๘๘ ตารางวา ทิศเหนือ จรดถนนอัฏฐารส ทิศใต้ จรดถนนสุพรรณรังษี ทิศตะวันออก จรดประตูท่าสิงห์ ทิศตะวันตก จรดถนนอินทยงยศ วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๗ ในรัชสมัยของพญาอาทิตยราช กษัตริย์แห่งราชวงศ์จามเทวีวงศ์ โดยที่แห่งนี้ เคยเป็นพระราชฐานของพระองค์ซึ่งพระราชทานอุทิศถวายให้เป็นวัดพระธาตุฯ เพื่อเป็นพุทธบูชาหลังจากที่พระบรมสารีริกธาตุได้ปรากฏ ให้พระองค์ได้ทอดพระเนตรในบริเวณดังกล่าวโบราณสถานที่สำคัญในวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร

ในการเดินทาง

การเดินทางไปสักการะพระธาตุหริภุญชัย ซึ่งจะมีรถรับจ้างสามล้อให้บริการอยู่ประจำหน้าวัดหริภุญชัย โดยมี ค่าบริการ 20 บาท หรือมี การเหมารถสามล้อรับจ้าง 200 บาท

3. การดำเนินชีวิตอาชีพปั่นจักรยานสามล้อรับจ้าง

ดำเนินชีวิตในการดำเนินชีวิตของคนประกอบอาชีพ ได้ศึกษาเป็นองค์ประกอบหลักมีอยู่ 6 ประการคือ

-รายได้กับการประกอบอาชีพปั่นจักรยานสามล้อรับจ้าง

รายได้ของผู้ประกอบอาชีพขับสามล้อรับจ้างในจังหวัดลำพูน จากการสำรวจสอบถามจากผู้ประกอบอาชีพจะได้ว่าเป็นรายได้ที่ไม่แน่นอน และคงตัวขึ้นอยู่หลายปัจจัยซึ่งจะกล่าวในหัวข้อต่อไป

สภาพภูมิอากาศ หมายถึง สภาพภูมิอากาศที่ต้องจะต้องเจอในแต่ละวันในเวลาห้วงเวลาในการทำงาน บางวันอาจจะแดดออกหรือฝนตกซึ่งในแต่ละวัน ไม่มีความแน่นอน และรายได้แต่ละฤดูก็จะแตกต่างกันออกไป เช่น ฤดูฝน ก็อาจจะได้รายได้น้อยลงเนื่องสภาพภูมิอากาศไม่เอื้อต่อการทำงาน และเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน ดังนั้น สภาพภูมิอากาศจึงเป็นปัจจัยหลักๆ ของการทำงานเช่นกัน

-เศรษฐกิจสังคมกับการประกอบอาชีพปั่นจักรยานสามล้อรับจ้าง

เศรษฐกิจริบข้างซึ่งทำให้มีผล ต่อตนเองและประชาชนต่อไป เมื่อเศรษฐกิจมีขึ้นๆลงๆ ไม่มีความแน่นอน การใช้บริการสามล้อรับจ้าง ก็อาจจะมากหรือน้อยก็ต้องขึ้นอยู่ที่ปัจจัยเศรษฐกิจสังคมรอบข้าง เช่นกัน เช่น เศรษฐกิจสังคม มีผลต่อการใช้จ่าย ท่องเที่ยวของคนหลายๆกลุ่ม เมื่อการท่องเที่ยวในจังหวัดลำพูนซบเซาลง ในบางเวลาจึงไม่ผิดที่นักท่องเที่ยว ลดลงและผู้ประกอบอาชีพสามล้อก็ขาดรายได้จากการ บริการให้นักท่องเที่ยว เช่นกัน เศรษฐกิจสังคมจึงสำคัญต่ออาชีพสามล้อรับจ้างเช่นกัน

-สภาพร่างกายของคนที่ประกอบอาชีพปั่นจักรยานสามล้อรับจ้าง

สภาพร่างกายของผู้ประกอบอาชีพสามล้อรับจ้างในขณะที่ผู้ประกอบอาชีพสามล้อรับจ้างยังมีสุขภาพแข็งแรงจะทำให้สามารถหารายได้เลี้ยงชีพและครอบครัวได้และสามารถให้บริการผู้โดยสาร อย่างมีประสิทธิภาพแต่ถ้าว่าวันไหนเจ็บไข้ได้ป่วย หรือทุคลภาพหรือร่างกายไม่สมบูรณ์หรือไม่เอื้อต่อการทำงานจะทำให้ขาดรายได้เพื่อเลี้ยงชีพและครอบครัวหรือถ้าว่ามาทำงานได้ก็จะให้บริการลูกค้าไม่ได้เต็มที่และไม่ค่อยมีประสิทธิภาพในการทำงาน ดังนั้นสภาพร่างกายจึงเป็นปัจจัยหลักของการทำงานเสมอ

-สิ่งแวดล้อมกับการทำงานประกอบอาชีพปั่นจักรยานสามล้อรับจ้าง

สิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อการประสอบอาชีพของคนขับสามล้อรับจ้างคือ

สิ่งแวดล้อมด้านมลพิษเนื่องจากในท้องถนนมีควันพิษจากท่อไอเสียของพาหนะในการเดินทาง

โดยทั่วไปตามท้องถนน

สิ่งแวดล้อมในด้านสถานที่ จุดให้บริการไม่สะอาด

สิ่งแวดล้อมในด้านสังคมรอบข้างมีการแย่งลูกค้ากันอาจเกิดปัญหาในกลุ่มเดียวขึ้นมา

จำนวนผู้ใช้บริการรถสามล้อรับจ้าง

จะไม่มีการแน่นอนและคงตัวเนื่องจากหลายปัจจัยที่กล่าวมาตามผังข้อ 1-5 จึงทำให้ผลต่อรายได้ในแต่ละวันและส่งผลให้อาชีพขับสามล้อรับจ้างเริ่มหายไปก็ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่มีผู้ใช้บริการมาก เหมือนในอดีตรายได้จึงน้อย และไม่มีความแน่นอนเสมอ

4.ชีวิตกับการผ่านอุปสรรค

(อุปสรรคและปัญหาในการประกอบอาชีพปั่นจักยานสามล้อรับจ้าง)

-ปัญหาในปัจจุบันของอาชีพปั่นจักยานสามล้อรับจ้างมีหลากหลายที่กระทบต่ออาชีพ เช่นสภาพดินฟ้าอากาศ สภาพร่างกาย สภาพรถในการประกอบอาชีพ สภาพการจราจร สภาพความล่าช้าของรถสามล้อ

1. ปัญหาทางด้านโลกาภิวัฒน์ เนื่องด้วยปัจจุบันผู้คนหันมาใช้รถจักรยานยนต์ ,รถยนต์ มากขึ้นและยังมีรถโดยสาร รถสองแถว รถมอเตอร์ไซต์รับจ้างและในส่วนของสามล้อรับจ้างผู้คนจะไม่นิยมใช้ในการคมนาคมนอกเหนือจากการท่องเที่ยวเป็นส่วนมาก

2. ผู้คนไม่เห็นความสำคัญต่อการใช้บริการรถสามล้อรับจ้าง ผู้คนมองว่า ล่าช้าไปในยุคปัจจุบัน จึงหันไปใช้บริการรถโดยสารสองแถว มอเตอร์ไซต์ รับจ้าง รถเมล์ ต่างๆ มากขึ้น

3. ในปัจจุบันผู้ที่ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 50-70 ปี ซึ่งไม่มีกลุ่มคนทั่วไป และวัยรุ่นมากนัก ซึ่งผู้ใช้บริการได้เริ่มลดลง เหลือเพียงใช้เดินทางในการท่องเที่ยว ซึ่งบางครั้งก็ไม่มี ผู้คนมาใช้บริการ

4. ปัญหาในทางสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ค่อยเห็นความสำคัญมากนัก ในการประกอบอาชีพปั่นจักยานสามล้อรับจ้าง ในระยะยาว แต่ก็ช่วยเหลือเพียงการซ่อมแซมเล็กน้อย ซึ่งมันไม่มีผลในระยะยาวนัก

5. ปัญหาทางด้านสภาพอากาศ ซึ่งมีผลกระทบต่อคนที่ประกอบอาชีพและผู้ที่มาใช้บริการคือ สภาวะทางอากาศร้อน ฝนตก ปัญหาฝนตกนั้นส่งผลกระทบอย่างมากกับผู้ที่ประกอบอาชีพและผู้ใช้บริการ

6. ปัญหาด้านสภาพร่างกายเนื่องด้วยผู้คนประกอบอาชีพปั่นจักยานสามล้อรับจ้างซึ่งมีอายุตั้งแต่ 50-75ปีร่างกานเริ่มไม่ไหวซึ่งส่งผลกระทบต่ออาชีพ

7. ปัญหาทางด้านการจราจร บางครั้งการปั่นจักยานสามล้อรับจ้าง อาจขวางทางการจราจร ต่อรถที่ขับเร็วเช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เป็นต้น

5.มุมมองกับสามล้อลำพูน

(จากกลุ่มต่างๆ ต่ออาชีพปั่นจักยานสามล้อรับจ้าง)

อาชีพสามล้อรับจ้างเป็นอาชีพที่ให้การท่องเที่ยวภายในจังหวัดลำพูน ขับเคลื่อนไปได้ดีอีกส่วนหนึ่ง เพราะนักท่องเที่ยวนิยม ในการใช้บริการสามล้อในการเที่ยวชมเมือง

คนใช้บริการ

สะดวกสบายและเป็นกันเองมีมิตรไมตรีไม่เอารัดเอาเปรียบในค่าบริการและค่าบริการไม่แพง

คนแก่

โดยส่วนใหญ่ผู้ใช้บริการสามล้อรับจ้างจะเป็นวัยชราคิดเป็นเปอร์เซ็นโดยเฉลี่ย ประมาณ 100 ละ 90%

เนื่องจากการเดินทางของวัยชราจะเป็นการเดินทางในระยะทางที่สั้นและไม่จำกัดเวลาและวัยชราจึงเลือกเดินทางโดยสามล้อเพราะสะดวกสบายและง่ายต่อการเดินทางไปไหนมาไหน และไม่แพง และปัจจัยสำคัญ คือ มีความสุขกับการใช้บริการวัยรุ่นไม่นิยมใช้บริการสามล้อเพราะ มีพาหนะในการเดินทางเองมองว่าการใช้บริการสามล้อเป็นความล้าสมัย

6.สามล้อลำพูน กับความหวัง

(ความหวังของคนประกอบอาชีพปั่นจักยานสามล้อรับจ้าง)

ความหวังของคนประกอบอาชีพปั่นจักยานสามล้อ ด้วยพวกเขาหวังด้านชีวิตและความเป็นอยู่ ต่างๆรวมถึงตอนที่เขาทำงานไม่ได้ ก็คือ ตอนที่สภาพร่างกายไม่เอื้อต่อการประกอบอาชีพและในตอนนี้พวกเขายังต้องการความช่วยเหลือจากส่วนๆที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่หวังในการประกอบอาชีพ ในส่วนของภาครัฐ หรือ หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เห็นความสำคัญในการประกอบอาชีพ การสนับสนุน การบำรุงดูแล ถึงแม้ทางเทศบาลเข้ามาดูแล แต่ก็ไม่เพียงพอ หรือถึงความต้องการต่อพวกเขา และความหวังต่อการสืบทอดอาชีพปั่นจักยานสามล้อ เพราะปัจจุบัน เริ่มลดลงอย่างมาก เนื่องจากเด็กและเยาวชน ในปัจจุบันไม่เห็นความสำคัญต่ออาชีพนี้ ทั้งหมดนี้คือความหวังของพวกเขาต่อปัญหาสังคมนี้อีกด้วย

-เรื่องบางอย่างก็น่าสนใจกับการดำเนินชีวิตสามล้อรับจ้าง

[4] ในชีวิตการทำงานวันหนึ่งมันต้องเจอสถานการณ์หลายอย่างเช่นเจอผู้โดยสารบางคนที่ตัวใหญ่ อ้วนๆ

แล้วขึ้นอัดกันในรถ 2 คน ลุงบุญบอกพร้อมเสียงหัวเราะว่า “หนักขนาดบางคนมันอ้วน เอาจ๋นเฮาเหื่อปิเหื่อปังหมด…(หัวเราะ)”

ลูกค้าของสามล้อ

ลูกค้าส่วนจะเป็นการใช้บริการแบบว่าเต็มใจ ใครเต็มใจมัน เอาแบบว่าเอาความสนิทสนม เป็นส่วนใหญ่

การกระจายรายได้ของสามล้อภายในตัวเองลำพูน ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณสำคัญต่อการใช้บริการ เช่น

หน้าตลาดสดหนองดอกลำพูน

หน้าวัดจามเทวี

หน้าวัดพระธาตุหริภูญไชย

หน้าพิพิธภัณฑ์

เหตุที่มีการกระจายกันอยู่ เช่น แบ่งคือ จะไม่ได้เป็นการแย่งลูกค้ากัน และเป็นที่เดิมของเขาและตอนหนึ่งลุงบุญได้กล่าวไว้ว่า “บะไปอยู่ตี้หั้นเนอะมันตี้เขา” ส่วนมากจะยึดที่เดิมเป็นที่ตั้งจึงเป็นเรื่องที่ลุงบุญเจอเหตุการณ์นี้เป็นประจำ

-ลุงบุญกับความตื่นเต้น ชีวิตห่วงการทำงาน

ความรู้สึกตอนหนึ่งที่ ลุงบุญ นามธง ได้เล่าให้ฟัง ตอนช่วงเช้าๆจะต้องตื่นไปส่งผู้โดยสารที่หน้าวัดจามเทวี ซึ่งถนนหนทางที่จะไปวัดจามเทวีจะเป็นถนน สองเลน แคบๆและรถสันจรในช่วงเช้าจะหนาแน่นมาก เนื่องจากวัดจามเทวีเป็น โรงเรียนมงคลวิทยา โรงพยาบาลลำพูน และท้องถนนหนทาง จะมีรถรับส่งนักเรียนและผู้คนสันจอดมาก ลุงบุญ นามธง ตอนนั้น ถีบสามล้ออยู่ข้างวัดจามเทวี เพื่อจะเอาผู้โดยสารไปส่งที่ตลาดหนองดอก มีรถของกลุ่มแก๊งต่างๆหรือจิกโก๊ลายทาง ขับรถตามท้ายลุงบุญมาอยู่หลายคัน และจิกโก๊เหล่านั้นก็มีอาวุธติดมือมา ลุงบุญก็ตกใจตื่นเต้น ในชีวิตจริงๆไม่รู้จะทำยังไง พูดไม่ออกบอกไม่ถูกในขณะนั้นจริงๆตอนที่สัมภาษณ์ลุงบุญได้พูดประโยค ตอนหนึ่งว่า “เฮามันรถสามล้อรถน๋อย…เฮาก่อกั๋วเขาย๊ะหื้อ เฮาก่อคนเฒ่าคนแก่แล้ว จะเอาอะหยังไปสู้เขา”

แปลว่า… ลุงมันรถสามล้อคันน้อย…ลุงกลัวเขาจะทำอันตรายให้…ลุงก็แก่ก็เฒ่าแล้วลุงจะเอาอะไรไปสู้เขา

เป็นบทความตอนหนึ่งที่ ยกมาตอนสัมภาษณ์ลุงบุญ นามธง ว่าลุงบุญเกิดความตื่นเต้นและกลัวที่สุดในการประกอบอาชีพสามล้อรับจ้าง

-ความน้อยใจของชายเฒ่าปั่นสามล้อคนหนึ่ง

ความรู้สึกตอนหนึ่งลุงบุญ นามธงได้ให้สัมภาษณ์ ลุงบุญเล่าว่า…เมื่อรถสามล้อชำรุดทรุดโทรมทางเทศบาลเมืองก็จะมีโครงการซ่อมบำรุงรถให้…โดยจะเปิดจุดซ่อมสามล้อให้ในเทศบาลเมืองลำพูน ลุงบุญบอกว่า คนที่ประกอบอาชีพสามล้อรับจ้างจะแย่งกันเอารถไปซ่อม ไม่เป็นระบบระเบียบและล้าช้ามาก เนื่องจากช่างมันมีน้อย คนซ่อมมีมากกว่าช่างเยอะ และการซ่อมรถของแต่ละคันมันต้องใช้เวลามันจึงไม่ทันกัน ลุงบุญก็เป็นคนหนึ่งในนั้น ที่นำรถสามล้อไปซ่อม ลุงบุญรอหลายวันก็ยังไม่ถึงคิวสักที งานก็ไม่ได้ไปทำเนื่องจากรถสามล้อเสีย ลุงบุญจึงต้องตัดสินใจ เอารถไปซ่อมที่ร้านอื่นเนื่องจากถ้ารอก็ไม่ได้ทำงานสักที มีคำพูดของลุงบุญตอนหนึ่งว่า “บางเตื่อก่อน่าน้อยใจ๋เฮาไปรอซ่อมรถมะใดก่อตึงบ่ได้ซ่อมสักเตื้อคนเฮาหมู่เดียวกั๋นก่อลู่กั๋นซ่อมแซงคิวพ่องจ่างเขาเต๊อะเฮาก่อเอารถเฮาไปซ่อมคนเดียวเหียน่าก๊ะ”

หมายถึง…บางทีก็น้อยใจลุงไปรอซ่อมเมื่อไหร่ก็ไม่ได้ซ่อมสักที…พวกเดียวกันเองก็แย่งกันเอารถไปซ่อมบางครั้งก็แย่งคิวกันเพื่อจะรถไปซ่อมบางคนก็แซงคิวกัน ไม่เป็นไร…เราก็เอารถเราไปซ่อมเองเสีย

นี่ก็คือความรู้สึกหนึ่งที่ลุงเขาบอกผ่านคณะพวกผม

ส่วนเรื่องของครอบครัวลุงบุญ บอกว่าลุงบุญอาศัยอยู่ตัวคนเดียวมานานภรรยาของลุงบุญก็เสียชีวิตไปนานแล้วส่วนลูกเต้าเหล่าหลานก็แยกกันไปมีครอบครัวกันหมดแล้ว ลุงบุญเลยต้องอยู่คนเดียว…ลุงบุญบอกว่าลูกจะพาลุงบุญไปอยู่ด้วยแต่ลุงบุญไม่ไปเพราะว่าลุงบุญไม่อยากเป็นภาระของลูกหลานก็เลยตัดสินใจเลือกที่จะอยู่กับวิถีชีวิตของตนเองแบบเดิมๆ คือทุกเช้าลุงบุญตื่นตี 4 หุงข้าวหุงปลา กินข้าวเสร็จก็ออกมาทำงานประมาณ 6 โมงเช้าเมื่อเวลาตอนบ่าย ก็จะกลับบ้านเพื่อไปพักผ่อนและทำงานอดิเรกส่วนตัวไปเป็นวันๆ ลุงบุญใช้ชีวิตอยู่อย่างงี้ทุกๆวัน และลองถามว่า… ลุงบุญกึ๊ดหยั่งใด บ่าไปอยู่กับลูกกับหลานเหีย ลุงก่อแก่แล้ว

แปลว่า…ลุงคิดยังไงยังไม่อยู่กับลูกหลาน ลุงก็แก่แล้ว

ลุงบุญ…ตอบพวกเราว่า…เฮามันแก่แล้วละจะไปอยู่กั๊บเขามันก่อจะเป็นภาระ สมัยนี้รายจ่ายของเขาก่อนักเฮาอยู่อย่างอี้ได้ก่ออยู่ไปอ้าก่า

แปลว่า… ลุงก็อายุเยอะแล้วถ้าไปอยู่กับลูกเต้าเหล่าหลานก็กลัวเป็นภาระเขา ค่าใช้จ่ายสมัยนี้มันมากมายลุงอยู่แบบนี้ได้ก็อยู่ไปน่ะ

ก็เป็นช่วงหนึ่งตอนหนึ่ง ที่ลุงบุญบอกเล่าเรื่องราวให้ฟังว่า… ชีวิตบางครั้งก็เศร้าน้อยใจบ้างแต่ก็ต้องเข้าใจและยอมรับมันและทำชีวิตให้มีความสุกับเวลาของลุงไปเรื่อยๆ

-สามล้อเฒ่าแอบดีใจ (ความดีใจของลุงบุญ นามธง ต่อการประกอบอาชีพ)

ลุงบุญ[5] เล่าบอกความรู้สึกดีใจในชีวิตว่าเฮาเป๋นคนขับสามล้อรับจ้างอย่างนี้ทุกๆวันไปวันๆเพื่อความอยู่รอบของชีวิตส่วนผู้โดยสารบางคนเขาก็ดีกับเราและบางคนเขาก็เอาเปรียบเราบ้าง ผู้โดยสารส่วนมากจะเป็นคนเดิมๆใช้บริการเป็นประจำๆ จึงเกิดความสนิทสนมกันเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ไปตามชีวิตของคนลุงบุญบอกว่า ดีใจที่ผู้ใช้บริการของลุงมีน้ำใจไมตรีดี และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เขาเหมือนกัน มันจึงทำให้ลุงบุญรักที่จะประกอบอาชีพนี้

ตอนหนึ่งลุงบุญได้พูดว่า… ดีใจ๋ตี้ได้ประกอบอาชีพนี้เพราะว่าลุงทำมานาน ลุงฮัก ลุงก่อเลี้ยงลูกใหญ่มาก่อกับขี่สามล้อนี้นา

แปลว่า … ดีใจที่ประกอบอาชีพนี้ เพราะลุงทำมานานลุงรักอาชีพนี้ ลุงเลี้ยงลูกโตมาได้ก็ เพราะลุงขับสามล้อรับจ้างมาจึงเป็นความภูมิใจและดีใจในอาชีพของตนเองและไม่คิดว่าเป็นอาชีพที่ต่ำต้อย

[6]เรื่องราวในชีวิตของลุงบุญหรือนายบุญ นามธง อายุ 70 ปี ผู้ประกอบอาชีพขับสามล้อรับจ้างในจังหวัดลำพูนห้วงชีวิตหนึ่งลุงบุญ ได้ผ่านเรื่องราวต่างๆมามากมาย ชีวิตลุงบุญ นามธง ต้องเจอเรื่องตื่นเต้น น่าเศร้าใจ น้อยใจ และดีใจไปตามกันเป็นเรื่องราวจากชายชราถีบสามล้อรับจ้างได้เล่าขานบอกกล่าวถึงกลุ่มคณะทำงานบางครั้งอาจมีนัยยะแฝง ในเรื่อราวต่างๆที่ต้องงการจะสื่อกล่าวบอกถึงว่าเขาเป็นอย่างไร ทำไมเขาต้องเลือกทำอาชีพนี้และอนาคตจะเป็นเช่นไร แล้วใครจะหันมามองความสำคัญของอาชีพของเขาและจึงมาเป็นบทความให้สะท้อนหลายสิ่งออกมาผ่านความรู้สึกคนอ่านต่อไป

7.บทสรุป

ในสมัยอดีตเทคโนโลยีการคมนาคมยังไม่เจริญผู้คนส่วนหนึ่งนิยมใช้บริการสามล้อรับจ้างเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง และในสมัยปัจจุบันเทคโนโลยีเจริญขึ้นตามลำดับเกิดพาหนะในการเดินทางขึ้นมามากมายทิ้งให้ผู้คนมีพาหนะส่วนใช้เดินทางเองและการใช้บริการสามล้อรับจ้างก็ลดหายไปตามลำดับ จะเหลือแต่วัยชราเป็นผู้ใช้บริการโดยมาก และเมื่อก้าวไปสู่ยุคอนาคตอาชีพสามล้อรับจ้างก็อาจจะหายไปตามการเวลา และปัจจัยหลายด้านคงจะเหลือแต่ประวัติและรูปถ่ายไว้ยังไม่มีการอนุรักษ์ฟื้นฟูอาชีพนี้

บทสัมภาษณ์ ในการประกอบทำรายงาน

ผู้ประกอบอาชีพปั่นจักยานสามล้อรับจ้าง

1.นายบุญ นามธง (คุณลุงบุญ)

ผู้ประกอบอาชีพปั่นจักยานสามล้อรับจ้าง

อายุ 70 ปี

ที่อยู่ 56 ม.2 ตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000

ขั้นตอนในการสอบถามซึ่งเป็นข้อๆ

-สอบถามจากอดีตถึงปัจจุบัน

เดิมในจังหวัดลำพูน มีการเดินทางโดย รถสามล้อรับจ้าง เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเมื่อก่อนนั้นยังไม่มี รถมากมายเหมือนปัจจุบันนี้รถยนต์ รถจักยานยนต์ยังไม่มาก จึงมีการใช้บริการรถสามล้อรับจ้าง และตอนนั้นจังหวัดลำพูนมีการประกอบอาชีพปั่นรถจักรยานสามล้อรับจ้างนั้นมากกว่า 600 คันแต่เนื่องด้วยปัจจุบันมีประมาณ300 กว่าคัน

-เวลาในการทำงานหรือออกปั่นจักยานสามล้อรับจ้าง

จากการสอบถาม จะเริ่มทำงาน ปั่นจักรยานสามล้อรับจ้าง ตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึง 11.00 น

ตั้งแต่ 11.00 น ก็กลับบ้านพักผ่อน

-สอบถามถึงรายได้ในการประกอบอาชีพ

รายได้นั้น ได้เป็นแค่วันๆ ซึ่งแล้วแต่ จำนวนคนที่มาใช้บริการ ถ้ามีคนมาใช้บริการมาก ก็จะได้มาก

ซึ่งในแต่ละวัน ก็จะได้ 60บาท ถึง 100 บาท แต่ถ้ามีคนเหมา ก็จะได้ 200 บาทต่อวัน แต่ก็บางวันไม่มีคนมาใช้บริการ บางวันก็ไม่ได้ เงิน

-สอบถามถึงการประกอบอาชีพ

เมื่อถามถึง การทำอาชีพปั่นจักยานสามล้อรับจ้าง อายกับการทำงานไหม

ด้านคนที่ปั่นจักยานสามล้อรับจ้างได้บอกว่า คือ คุณลุงบุญบอกว่า[7]จะอายมัน ยะหยัง ถ้าอายก่อบ่ามีหยังกิ๋น นะก่า ลุงตึงบ่าอายเน้อ คือ การประกอบอาชีพคนปั่นจักยานสามล้อรับจ้างนั้น เป็นอาชีพสุจริต ซึ่งเขาไม่อายต่อการประกอบอาชีพ เพราะนี้คือ อาชีพที่เลี้ยงตัวเองลูกหลานมา และยังดำรงรักษาอาชีพที่จะสูญหายไปอีกด้วย อาชีพนี้เป็นอาชีพที่ลุงเลี้ยงลูก มาทั้ง3 คนแล้วแต่ตอนนี้ ลูกก็ได้ไปมีครอบครัวหมดแล้ว บางครั้งลูกก็ส่งเงินมาให้ ใช้ แต่ ไม่อยากรบกวน ลูกๆๆ

-สอบถามเรื่อง ความภูมิใจในการประกอบอาชีพ

มีความภาคถูมิใจมากที่ประกอบอาชีพนี้ เพราะเราจบการศึกษาน้อย แต่การประกอบอาชีพปั่นรถจักยานสามล้อรับจ้างนี้ ถึงจะเหนื่อยแต่ก็ สนุกได้ออกกำลังกาย

ผู้ใช้บริการ รถสามล้อรับจ้าง

2.คุณยาย ฐิติทรง สกุนะสิงห์

ผู้ใช้บริการ รถสามล้อรับจ้าง

อายุ 78 ปี

ที่อยู่ 106/1 ม.4 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000

เบอร์โทร 053561378

ขั้นตอนในการสอบถามซึ่งเป็นข้อๆ

-จาการสอบถามมุมมอง ของผู้ใช้บริการ คุณยายที่ใช้บริการ รู้สึกดีและภูมิใจในการประกอบอาชีพ คนปั่นจักรยานสามล้อ เป็นอาชีพที่ควรอนุรักษ์ ขยัน คุณยายฐิติทรงกล่าวว่า [8]สำหรับหมู่ตี่ ปั่นรถสามล้อ ฮับจ้างนั้น มันเป๋นบางคนเน้อ ที่บริการดี แต่บางคน ก็หยิ่ง บริการบ่าดี

และคุณยายก็บอกว่า คนที่ ปั่นจักยานสามล้อรับจ้างนั้น เขาคงทำอาชีพนี้ตลอดไป ถ้าเขาหยุดก็ไม่มีอะไรกิน ซึ่งหมายความว่า ไม่เงินในการเลี้ยงชีพ

คุณยายยังบอกอีกว่า[9]หมู่ตี่ ปั่นรถสามล้อนั้น ก่อเหมือน กรรมกร หนา อิดขนาดก็ต้องอดเอา

-สอบถามถึงทำไมคุณยายถึงใช้บริการ รถสามล้อ

เพราะ เป็นรถที่ ไม่เร็วนัก ค่อยๆ ไป จึงเหมาะแก่การเดินทางค่อยๆ ไปแต่ถ้าใช้บริการ รถโดยสารนั้น มันเร็วมาก และก็ กลัวเกิดอุบัติเหตุ ลื่นล้มตกถนน

-สอบถามถึง การใช้บริการของคุณยาย ใช้บริการตั้งแต่ เมื่อไหร่ ซึ่งตอบว่า ใช้มาตั้ง 7-8 ปีแล้ว เพราะเดินไปไหนลำบาก เจ็บหัวเข่า จึงใช้บริการรถสามล้อรับจ้างในการเดินทาง

ภาคผนวก

เดินจาก หน้ามหาวิทยาลัยพะเยา สู่ ขนส่งพะเยา เพื่อเดินทางไป จ.ลำพูน

ถึงจังหวัดลำพูน

เตรียมข้อมูล ก่อนที่จะ เข้าไป สัมภาษณ์

คนประกอบอาชีพปั่นจักยานสามล้อรับจ้าง ณ ตลาดหนองดอกจังหวัดลำพูน

เดินทางลงพื้นที่ จุดที่จะไปสอบถามสัมภาษณ์

ถึงจุด บริเวณ ตลาดสดหนองดอก จังหวัดลำพูน

พบเห็น คนที่ประกอบอาชีพ ปั่นจักยานสามล้อรับจ้าง

ณ ตลาดหนองดอก ลำพูน

[10]สอบถาม คนประกอบอาชีพ ปั่นจักยานสามล้อรับจ้าง

และ ผู้ที่มาใช้บริการ

จดบันทึก การสอบถาม สัมภาษณ์ ตามหัวข้อที่เตรียมไว้


[1]http://thai.tourismthailand.org ข้อมูลในการเดินทางจังหวัดลำพูน

[2]http://i.lamphun.go.th/tourism/m10.html ท่องเที่ยวลำพูน

[3]http://www.rd.go.th/lamphun/57.0.html

[4]จาการสัมภาษณ์ นายบุญ นามธง (ลุงบุญ) ตลาดสดหนองดอก จ.ลำพูน วันที่ 11 สิงหาคม 2555(และมีพูดเมือง ประกอบ)

[5]จาการสัมภาษณ์ นายบุญ นามธง (ลุงบุญ) ตลาดสดหนองดอก จ.ลำพูน วันที่ 11 สิงหาคม 2555

[6] จากการสรุปของ ผู้จัดทำรายงานวิจัย วันที่ 14 กันยายน 2555

[7] จาการสัมภาษณ์ นายบุญ นามธง (ลุงบุญ) ตลาดสดหนองดอก จ.ลำพูน วันที่ 11 สิงหาคม 2555

[8] จากการสัมภาษณ์ คุณยาย ฐิติทรง สกุนะสิงห์ ตลาดหนองดอก วันที่ 11 สิงหาคม 2555

[9] จากการสัมภาษณ์ คุณยาย ฐิติทรง สกุนะสิงห์ ตลาดหนองดอก วันที่ 11 สิงหาคม 2555

[10] ลงพื้นที่ ตลาดสด หนองดอกจังหวัดลำพูน วันที่ 11 สิงหาคม 2555