สมพร สายสิงห์ทอง : รอยยี้ม...สุดท้าย


บ่ายวันหนึ่งของกลางเดือนมีนาคม 2554 ซึ่งอากาศร้อนมาก แต่ด้วยความมุ่งมั่นของทีมงาน ซึ่งมีแพทย์ประจำศูนย์เป็นทีมนำ ได้ออกหน่วยไปเยี่ยมคุณยายพิการตามคำร้องขอของอสม.ที่บ้าน...ซึ่งเป็นบ้านไม้แบบทรงไทยใต้ถุนสูง เก่าคร่ำคร่า สภาพโยกเอนเล็กน้อย แต่รูปทรงของบ้านยังแสดงให้ทราบถึงฐานะของผู้อาศัย ซึ่งแต่เดิมคงเป็นผู้มีอันจะกิน 

เมื่อขึ้นบันไดที่โยกเอนก็พบคุณยาย วัย 89 ปี อาศัยอยู่กับลูกชายโรคจิตเภท อายุ 52 ปี ที่ไม่รับรู้ถึงสังคมรอบตัวและการมีชีวิตอยู่ของผู้เป็นแม่ โดยจะทำตัวเหมือนนกที่จะออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืดและกลับเข้าบ้านเพื่อหลับนอนในตอนกลางคืน ยังดีที่คุณยายมีหลานชายวัย 32 ปีอยู่ร่วมชายคาอีก 1 คน ทำหน้าที่คอยดูแลนำข้าวปลามาให้ยายกินในแต่ละวัน

คุณยายเดินไม่ได้เพราะขาทั้ง 2 ข้างไม่มีแรง สืบเนื่องจากการหกล้มแต่ไม่ได้รับการรักษาใดๆ มีปัญหาเรื่องการควบคุมการขับถ่าย สภาพของยายขณะที่ไปเยี่ยมครั้งแรกคือการนั่งแช่อยู่บนกองอุจจาระปัสสาวะของตัวเองทั้งวัน รอบๆตัวยายเต็มไปด้วยคราบอุจจาระที่แห้งบ้าง ชื้นแฉะบ้าง ส่งกลิ่นคละคลุ้ง ทุกครั้งที่วางเท้าลงบนพื้นจะรู้สึกได้ถึงความเหนียวหนึบ แทบยกเท้าไม่ขึ้น หลานชายบอกว่ายายเป็นคนหัวโบราณจึงไม่ยอมให้หลานซึ่งเป็นผู้ชายอาบน้ำให้ ต้องรอให้หลานสาวที่อาศัยอยู่นอกเมือง มาช่วยอาบน้ำให้วันละ 1 ครั้งตอนเย็นๆ ทั้งหมอทั้งพยาบาลถึงกับนิ่งอึ้ง 

คุณหมอถามว่า “ทำยังไงดีพี่” 

ฉันเข้าใจความรู้สึกของหมอดี สิ่งแรกที่ถามญาติก็คือ “คุณยายมีแผลกดทับไหม“ 

หลานบอกว่า “ไม่มีครับ” 

คุณยายมีปัญหาเรื่องหูตึง ทำให้การสื่อสารเป็นไปด้วยความยากลำบาก สิ่งที่คิดได้ในตอนนั้นคือ เก้าอี้นั่งถ่าย 4 ขา ด้วยคิดว่าจะทำให้คุณภาพชีวิตของคุณยายดีขึ้น และยังช่วยป้องกัน pressure sore ได้ด้วย เมื่อไปติดต่อที่งานกายอุปกรณ์โรงพยาบาล ก็พบว่าต้องสั่งซื้อเอง เพราะคุณยายใช้สิทธิ์สูงอายุ เบิกไม่ได้ ราคาตัวละ 2,500 บาท...จะเอางบมาจากไหนดี เทศบาล.....ช่วยได้มั้ย เมื่อไปติดต่อเทศบาลๆให้ทำหนังสือราชการเพื่อขอความอนุเคราะห์ แต่ระเบียบขั้นตอนราชการช่างยุ่งยาก เชื่องช้าเหลือเกิน 

อาทิตย์แรก...ไปเยี่ยมคุณยายอีก 2 ครั้งพบว่าทั้งคุณยายและบ้านสะอาดขึ้น

1 อาทิตย์กว่าๆ น้องพยาบาลจากเทศบาล โทรศัพท์มาบอกว่า....คุณยายคงไม่สามารถใช้เก้าอี้นั่งถ่ายได้เพราะคุณยายนั่งไม่ได้ 

ด้วยความสงสัยจึงกลับไปเยี่ยมบ้านยายอีกครั้ง ภาพที่พบทำให้ทุกคนอึ้งยิ่งขึ้นไปอีก คือภาพคุณยายนอนขดตัว งองุ้ม ร่างกายเปลือยเปล่า มีผ้าเช็ดตัวขนาดกลางคลุมทับร่างเอาไว้ มีผงแป้งฝุ่นโรยทั่วตัว เพื่อกลบกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ 

เสียงคุณยายร้อง "แม่..เจ็บ....” เสียดแทงเข้าไปในอก จับที่ตัวของยายร้อนระอุ ไข้คงไม่ต่ำกว่า 40 องศา ชีพจรเบาเร็ว ทั้งไหล่ที่เอื้อมมือไปจับ ตามลำตัว ก้นกบ มีแผลที่เต็มไปด้วยหนองสีเขียว บวมแดงมาก มีสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆดิ้นขยุกขยิก แป้งฝุ่นที่โรยตามตัวและพื้นบ้านไม่ได้ช่วยอะไรเลย การขอญาติให้พาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลเป็นสิ่งแรกที่เอ่ยปากบอกออกไป

คำตอบของหลานชาย คือ “ผมไม่สามารถตัดสินใจได้ ต้องรอญาติอีกคนซึ่งอยู่กรุงเทพ ซึ่งกำลังจะมาเยี่ยมคุณยาย คงจะมาถึงเย็นวันพรุ่งนี้ " 

จึงต้องเกลี้ยกล่อมญาติด้วยเหตุผลว่า “ถ้าอยู่แบบนี้ ยายอาจจะอยู่ไม่ถึงวันพรุ่งนี้นะ พี่ขอคุยโทรศัพท์กับญาติคุณยายได้มั้ย" 

หลานชายจึงโทรศัพท์ไปถามญาติ ซึ่งอนุญาตให้พาคุณยายไปรพ.ทันที จึงประสาน 1669 ขอรถมารับคุณยายไปรพ.

เมื่อตามไปเยี่ยมคุณยายบนตึกนำผู้ป่วยไปโรงพยาบาล น้องพยาบาลบอกว่าช่วยกันทำความสะอาด คุณยายมา 3 วันแล้วแต่ยังมีคราบสีเหลืองหลงเหลือที่ฝ่าเท้าของคุณยาย ผลเลือดคุณยายพบภาวะไตวายเฉียบพลัน BUN > 100 Cr 3 

ฉันบอกน้องพยาบาลว่า “ทำบุญเถอะนะน้องนะ สำหรับพี่คิดอย่างเดียว คือถ้ายายจะจากไป ก็ขอให้ยายจากไปด้วยสภาพที่สะอาดหมดจด สมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์...." ในใจคิดว่ายายคงไม่ได้กลับบ้านแน่แล้ว

ข้อมูลที่ได้รับจากน้องพยาบาลคือ ญาติคุณยายรูปหล่อ แต่งตัวดี มาเยี่ยมคุณยาย ในใบ treatment มีลายมือญาติเขียนข้อความแสดงความจำนง No Tube , No CPR 

แต่วันพญาวันหลังนอนรพ. 7 วันแพทย์จำหน่าย คุณยายได้กลับบ้าน

ที่บ้าน คุณยายได้ที่นอนลมและเตียง Fowler พัดลม และกาต้มน้ำใหม่ ที่ญาติๆจัดหามาให้ ทุกวันจะมีพยาบาลมาทำแผลให้ที่บ้าน และมีญาติมาเยี่ยมทุกเย็น ขณะที่ไปติดตามเยี่ยมบ้าน พบคุณยายคนใหม่...แม้จะยังสวมใส่ชุดโรงพยาบาล แต่ก็ดูสะอาดสะอ้าน แผลแห้งดี มีอสม.ที่อยู่หน้าบ้านคอยดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำให้...

คำถามแรกที่ถามข้างหูยายคือ “ยาย...เจ็บมั้ย

ยายยิ้มแล้วตอบว่า “ไม่เจ็บแล้ว" 

สุดท้ายยายก็จากไปอย่างสงบที่บ้านของยาย...สู่สุคตินะคุณยาย

ปัญหาผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้ง ขาดผู้ดูแลเพิ่มมากขึ้น พร้อมกับวัฒนธรรมและสังคมตะวันตกที่หลั่งไหลอย่างเชี่ยวกราก... ทำอย่างไรถึงจะบรรเทาปัญหานี้ลงได้...มือของบุคลากรถึงจะมีน้อย แต่ถ้าเราค่อยๆฉุดค่อยๆดึง  

ที่สุด...เราจะได้สังคมที่เอื้ออาทรกลับมา... 

ช่วยกันนะคะ เพื่อให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายมีรอยยิ้ม มีความสุขก่อนจะจากไปอย่างสมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

สมพร สายสิงห์ทอง

พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

โรงพยาบาลลำปาง จ.ลำปาง

หมายเลขบันทึก: 570068เขียนเมื่อ 9 มิถุนายน 2014 10:05 น. ()แก้ไขเมื่อ 29 มิถุนายน 2014 06:15 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (1)

...ชื่นชมและซาบซึ้งใจในการทำงานของแพทย์และทีมงานประจำศูนย์มากค่ะ...คุณยายไปดีมึความสุขแล้วนะคะ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี