ผมมีภารกิจจำเป็นเร่งด่วยที่ กทม.วันที่ 30 พฤษภาคม ต้องเดินทางออกจากน่านค่ำวันที่ 29 พฤษภาคม โดยรถยนต์ปรับอากาศ ถือโอกาสซื้อตั๋วแบบไป-กลับ พูดง่ายๆ ไปเช้ากลับค่ำ ไม่เคยไป กทม.มาร่วม 3 ปีแล้วล่ะครับ ลูก ๆ และภรรยากันแซวใหญ่เลยเพราะกลัวผมหลงทาง ที่เขาว่ามาเมื่อถึง กทม.จริงไม่ผิดเลย เพราะอะไรต่อมิอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากถ
ถึง กทม.เช้าวันที่ 30 พฤษภาคม ราวตี 4 เพื่อความแน่ใจผมไม่ไปไหนไกล ยังคงวนเวียนอยู่ที่ขนส่งสายเหนือ (หมอชิต) เพื่อเรียนรู้ว่าผู้คนระแวกนี้เขาอยู่ เขากินกันอย่างไร คนจำนวนมากขวักไขว่ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ไม่เหมือนผู้คนที่น่านบ้านผม ตามชนบทอยู่กันไปเรื่อย ๆ ทุกคนมาชุบตัวเพื่อเป็นคน กทม. ได้เวลาพอสมควรเห็นพระอาทิตย์เริ่มโผล่ ผมตัดสินใจนั่งรถเมล์เพื่อเรียนรู้ นั่งไปไม่กี่ป้าย ผู้โดยสารกับคนขับมีปากเสียงกัน เพราะผู้โดยสารอยากจะลง คนขับบอกว่าไม่ให้สัญญาณ แต่ก็จอดให้ลงที่บริเวณไฟแดง ( คงไม่อยากมีปัญหา) แต่คนขับบ่นใหญ่เลย ผมนั่งหลังคนขับไม่กี่เบาะ ได้ยินคนขับพูดว่า พูดไม่รู้เรื่อง สงสัยเพิ่งมาจากบ้านนอก ....อ้าว ๆ ว่าผมด้วยหรือเปล่า อยากจะสะกิดถามคนขับเหมือนกัน เล่นเหมารวมเลย
จากสถานีขนส่งสายเหนือถึงที่หมายสถานีขนส่งสายใต้ เพื่อพักรอเวลาทำการ แน่นอนต้องเดินไปทั่ว ๆ ( ตามปกติ ) เพื่อดูว่าที่นี่มีอะไรแปลกตาเปลี่ยนไปมาก ท่านที่อยู่ กทม.เป็นประจำคนเป็นงั้น ๆ จนชินตาแต่สำหรับผมเปลี่ยนไป ได้เวลาเหมาะสมนั่งทานกาแฟเช้าที่ร้านมีชื่อเสียง เอาเอกสารต่าง ๆ มาเตรียม พร้อมศึกษาเส้นทาง จากจุดนี้นั่งแท็กซี่บอกเขาไปที่หมาย เอาเข้าจริง ๆ พาเราไปหลงสายใต้เก่า ต้องวกกลับมาสายใต้ใหญ่อีกเพื่อไปที่หมาย โถในแผนที่ใกล้นิดเดียวแต่ตามความจริง ระยะทางตั้ง 5-6 กิโลเมตร บทเรียนที่ได้คือ อย่าไว้ใจแผนที่มากนัก มีปากให้ถามผู้รู้หลาย ๆ คน ตกลงถึงที่หมายเสร็จธุระไปแล้วหนึ่งอย่าง ไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อไปดูว่ามีใครยึดหรือไม่ ประชาธิปไตยตกลงไม่เห็นมีใครยึดได้ คงมีแต่ป้าย กทม.ประกาศว่า ปิดซ่อมปรับปรุงชั่วคราว พ่อค้าแม่ขายแถว ๆ นั้นบ่นอยู่ว่า รายได้หนเพราะไม่มีชุมนุม แต่คนใช้เส้นทางบอกสะดวกสบายไม่ต้องอ้อม ใจเขาใจเรา ทางใครทางมัน บ้านเมืองเรามีความหลากหลายเป็นธรรมดา มีคนเสีย มีคนได้ อยู่ที่การบริหารความหลากหลาย
จากอนุสาวรีย์ฯ มาที่ประตูน้ำเพื่อดูว่าที่พันธุ์ทิพย์พลาซ่า อาณาจักรไอที มีอะไรแปลกตา เท่าที่เห็นเป็นน่าจะเป็นยุคของการสำรองไฟ หมายถึง มีแพ็คสำรองไฟโทรศัพท์ คอมฯ วางจำหน่ายอยู่มาก อุปกรณ์เสริมโทรศัพท์ที่มีกล้องมีให้เห็นค่อนข้างมาก ในหลาย ๆ จุดที่ กทม.ตั้งแต่เช้าจนเทียงและค่ำ สังเกตว่าคน กทม.ไม่ค่อยพูดจากัน ตาของพวกเขาจะจ้องอยู่ที่จอโทรศัพท์ ไอโฟน ไอเพท อะไรทำนองนี้เห็นจนชินตามคงเห็นธรรมดา ที่บ้านผมในหมู่คนพอที่จะมีความสามารถซื้อหา คงเลียนแบบไปจากคน กทม.แน่เลย
ที่ กทม.หลายจุดบนสะพานลอย ไม่ค่อยสบายใจ เพราะมีการเอาเด็กเล็กมาร่วมขอทาน ไม่ทราบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาทำอะไรกันอยู่ ถ้าเป็นน่านบ้านผมไม่เคยเห็นแบบนี้ เพราะมีการเอื้อเฟื้อเอื้ออาทรกัน ไม่ได้โทษคน กทม.ที่มีอันจะกิน แล้วไปกินดี ๆ ในร้านอาหารดี ๆ ตามห้างสรรพสินค้า เอ่อ...อีกอย่า่ง นางงามและดาราก็มีมาก น่าจะไปตระเวณหาข่าวช่วยเหลือเด็กขอทานเหล่านี้ ให้ข้อมูลนักข่าวไปด้วย ไหน ๆ ก็ไหน ๆ จะได้ดัง ไม่ต้องรอกองประกวดหรือฝ่ายวางแผนโฆษณา อีกอย่าง คนใหญ่ คนโต ที่เห็นข่าวใหญ่ มูลนิธิ สมาคมมีมากมาย แต่ยังให้ผมได้เห็นอนาถใจ ผมเห็นว่า ทำความดีทำกันได้ทุกขณะจิตทุกเวลา ตามสภาพที่เห็นเขายังชีพกันด้วยเงินบริจาคคนเดินไปมา แต่อนาคตภายภาคหน้าของเด็ก คือ ???? ขอความกรุณาช่วยกันดีกว่าครับ เพื่อกระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาตื่น กลไกอำนาจปกครองส่วนใหญ่อยู่ กทม.แท้ ๆ ยังปล่อยให้มีสภาพเหมือนเด็ก คนทุกข์ยากไร้ที่พึ่ง
ผมเดินทางกลับถึงน่านเช้าวันนี้ 31 พฤษภาคม โดยสวัสดิภาพ มีภาพและเรื่องราวจะบันทึกแบ่งปันทุกท่านอีก สวัสดีครับ