ระบบการศึกษาไทยล้มเหลวสิ้นเชิง
ในช่วงสิบปีที่ผ่านมาสังคมไทยจมดิ่งสู่ยุคอเวจีในอัตราที่เร็วมาก ขึ้น ซึ่งยืนยันได้จากอัตราการเกิดอาชญากรรมที่พุ่งสูงขึ้นในแง่ปริมาณและอัตรา อายุของผู้กระทำความผิดนั้นกลับลดลง(อายุน้อยลง) และเลวร้ายขนาดที่เด็กชายอายุ 13 ถูกครูสาวบำเรอกามและเด็กหญิงอายุ 11 ขวบตั้งครรภ์ ปล้นจี้กันตามห้างสรรพสินค้าในขณะที่ผู้คนพลุกพล่านไม่เว้นแต่ละวัน นักการเมืองโกงกินทรัพย์สินชาติ ปลุกปั้นผู้คนให้แตกแยกเพียงเพื่อต้องการอำนาจเข้ามากอบโกยโกงกิน ข้าราชการไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยสื่อสัตย์ตรงไปตรงมาโดยทำตามผลประโยชน์ที่ตน จะได้รับ ยอมเป็นทาสนักการเมืองสั่งให้บิดเบือนข้อมูลข่าวสารอย่างไรก็ได้ ใช้ความฉลาดและสื่อในมือเป็นเครื่องมือในการสร้างประโยชน์ตน ส่วนประชาชนจะถูกหลอกเดือดร้อนช่างหัวมัน ขอให้กูและพรรคพวกร่ำรวยก็พอแล้ว บังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เสมอภาค อย่างกรณีฝูงชน(หมาบ้า)ยกขบวนไปประท้วงและทำลายสาะาณสมบัติที่บ้านสี่เสาฯ อัยการสั่งไม่ฟ้องด้วยเหตุผลว่าเหตุการณ์ไม่รุ่นแรงพอ ทั้ง ๆ ที่ตำรวจถูกรถพุ่งชนอย่างจงใจจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และอื่น ๆ อีกมากมาย
ทำไมเป็นเช่นนี้ล่ะ?
คำตอบมีประการเดียว คือ คุณภาพของพลเมืองไทยด้อยลงในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านคุณธรรมจริยธรรมและปัญญาในการดำเนินชีวิต ดำเนินชีวิตตามระบบทุนนิยม(เอาวัตถุ-เงินทอง-ความสบายกายเป็นใหญ่) ไร้ปัญญาในการตัดสินใจที่ถูกต้องดีงาม(ใช้ประโยชน์ตนเป็นเกณฑ์) จึงไม่น่าแปลกใจที่มีนักวิชาการตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ออกมารับใช้ระบบทุนนิยมด้วยการขายวิญญาณนักวิชาการ สร้างรายงานที่มีความจริงบางส่วนเพื่อช่วยให้ผู้กระทำผิดต่อชาติบ้านเมือง เพียงเพราะผลประโยชน์ที่เขายื่นเศษเงินเศษอำนาจมาให้
ทำไมคุณภาพพลเมืองไทยจึงด้อยลง?
คำตอบมีหลายประการ แต่ประการหลักนั้นมาจากระบบการศึกษาของไทย หลังการปฎิรูปการศึกษาปี 18 ซึ่งผู้คนในปัจจุบันก็คือผู้ที่เป็นผลพวงของระบบการศึกษาดังกล่าว และเลวร้ายลงไปอีก เมื่อปฎิรูปการศึกษาปี 40 จนกระทั่งปัจจุบัน ทุกท่านคงประจักษ์แล้วว่าบัณฑิตร้อยละเก้าสิบไม่สามารถเข้าปฎิบัติงานตาม สาขาที่ร่ำเรียนมาได้เลย(ยกเว้นบางสาขาเช่นแพทย์ฯ)ทันที ต้องไปฝึกงานอยู่ค่อนปีจึงจะพอทำตามที่เคยทำมาได้ ซึ่งบัณฑิตเหล่านี้ก็เป็นกลุ่มที่เข้าสู่งานราชการ ดังนั้นราชการไทยจึงตามหลังเอกชนเสมอมา...
ท่านเห็นด้วยหรือไม่อย่างไร??
