๖.เริ่มศึก(ษิต) ภาคเช้า
บรรยากาศความหนาวคลายลงไป ด้วยพลังงานจากแสงแดดแผดเผา....
นักเรียนเริ่มทยอยเข้าหอประชุมอย่างพร้อมเพรียงเมื่อได้ยินเสียงกลอง และบทเพลงสันทนาการจากรุ่นพี่
วัจนสารที่สื่อออกมาให้รู้ว่า ....น้องๆ รวมตัวกันได้แล้วนะ..... พี่ๆพร้อมแล้ว
เด็กนั่งรวมกัน แบ่งตาม ช่วงชั้น ตั้งแต่ ป.4 ถึง ป.6 พร้อมกับพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
ก่อนท่านประธาน จะมาเปิดงาน พาน้องๆทำกิจกรรมกันก่อนดีกว่าไหม ! ครูสินทรัพย์ กล่าวขึ้น
ให้ วสุพล (ผมเอง) ไปเล่านิทานให้น้องๆฟัง (ผมยิ้มอย่างเดียว) .....วันนี้ขอมาสังเกตการณ์ดีกว่าครับ ผมไม่ถนัดเลยกิจกรรมเช่นนี้ ...
พี่ๆปี 3 แยกย้ายกันปฏิบัติงานอย่างช่ำชอง ตามหน้าที่ ที่เคยผ่านมานับไม่ถ้วน ถึงขั้นชำนาญการพิเศษ ผมเองเคยมาค่ายฯเพียงสองครั้ง ได้แต่นั่งดู หยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูป และยืนยิ้ม
ผู้นำในการทำกิจกรรมครั้งนี้ คือน้องเบียร์ กับครูสมปอง ความสนุกสนานได้เริ่มขึ้นแล้ว.....
วิทยากรทั้งสองถือว่ามีความสามารถมาก ทั้งร้อง เล่น เต้นรำ น้องๆ สนุกสนานคึกคัก เริ่มคุ้นชินกับรุ่นพี่
ผมเคยสังเกตว่า ทำไมบางครั้งผู้ใหญ่ หรือครู พาเด็กไปเข้าค่าย ต้องฝึกระเบียบ เคร่งเครียดอะไรกันหนักหนา การเข้าค่ายคือการปลดปล่อยพันธนาการ ปลดปล่อยความคิด ไม่แปลกใจเลยเมื่อเด็กเจอสถานที่ใหม่ๆ เจอวิทยากรใจดี พี่เลี้ยงคอยเอาใจเขาจะ หยอกเล่น พูดคุย บางคนรู้สึกดีใจ ถึงกับกระโดดกอด แต่ทุกอย่างต้องมีขอบเขต....
ท่าทางแปลกๆ ประกอบเนื้อเพลง ฮากระจาย ถูกแสดงบทบาทสมมติโดย พี่เมย์เป็นส่วนมาก พี่เมย์ก็สนุกไม่แพ้เด็กเลย
กิจกรรมดำเนินไป ชื่นชมความสามารถของพี่ๆ เป็นอย่างมาก เห็นน้องๆ นักเรียน นึกถึงสมัยตนเองเป็นเด็กจะได้เข้าร่วมกิจกรรมแบบนี้ไม่ค่อยมี หรือนานๆ ทีมีครั้งหนึ่ง...
เริ่มแบ่งฐานการเรียนรู้.....
น้องๆ แต่ละช่วงชั้นถูกคละเคล้ากัน แบ่งเป็นกลุ่มๆ เพื่อเข้าฐานกิจกรรม ซึ่งมีพี่ๆเตรียมพร้อมไว้แล้ว โดยใช้พื้นที่ภายในบริเวณโรงเรียน เป็นฐานที่มั่น
น้องๆแยกย้ายกันไปตามฐาน ซึ่งมีดังนี้
๑ ฐานไตรยางค์อักษรสามหมู่
๒ ฐานเรียนรู้คำสำนวนไทย
๓ ฐานรู้กระจ่างคำควบกล้ำ
๔ ฐานเข้าใจใช้ราชาศัพท์
ในมือน้องๆทุกคน มีเอกสารประจำกลุ่มที่รวบรวม บทเรียนและแบบฝึก ซึ่งมีเนื้อหาที่เหมาะสมกับวัย พร้อมทั้งกิจกรรม ประกอบในเนื้อหา ผมก็ร่วมเรียนรู้กับน้องๆไปด้วย แต่ละฐานพี่ๆ เตรียมตัวมาอย่างดี อัดแน่นด้วยทักษะ ประสบการณ์ วิชาการด้านภาษาไทย ถ่ายทอดสู่น้องๆอย่างเต็มที่
แต่ทำไม ผมก็ไม่ทราบเช่นกัน ทุกๆค่ายจะมี สองท่านนี้มาเยี่ยมและมาก่อกวนพวกเราอยู่เสมอ คือ
นายหาว หลับ และ นายคุย เสียงดัง พี่ๆผมไม่เป็นอันจะสอนบางครั้ง แต่เขาก็แค่มาเยี่ยมเราตอบแทนน้ำใจเขาด้วยการมอบลูกอม ขนมหวาน ให้ไปเขาจึงยอมกลับ แต่บางครั้งก็มาแอบดูนะ....
๗.พักรบ
ยิ่งสายยิ่งร้อน ใกล้เที่ยงแล้ว บรรยากาศช่างห่างไกลกันกับตอนเช้าจริงๆ
เสียงนกหวีดเป่าดังขึ้น เป็นสัญญาณว่าหมดเวลาของกิจกรรมแต่ละฐาน ถึงเวลาพักเที่ยงทานข้าว
ส่งน้องๆทานข้าวเรียบร้อย พี่ๆนั่งล้อมวงกันทานข้าวแบบเป็นกันเอง คุณครูทางโรงเรียนดูแลพวกเราดีมาก แม่ครัวทำกับข้าวอร่อย ทานข้าวอิ่มแล้วเดินเล่น พูดคุยกับน้องๆ มีน้องคนหนึ่ง แต่...ผมว่าหลายคนเลยล่ะ...เขานึกว่าผมเป็นอาจารย์..
.....คิดๆไปผมคงต้องพิจารณาตนเองอีกเยอะ ....
แต่ก็ภูมิใจนะครับ เพราะนั่นคืออาชีพที่ผมใฝ่ฝัน....น้องเขาคิดถูกแล้ว....
๘.เริ่มศึก(ษิต) ภาคบ่าย
น้องๆรวมตัวกันอีกครั้งที่หอประชุม เพื่อเตรียมตัวเข้าฐานกิจกรรมตอนบ่าย พี่ๆพาทำกิจกรรมเล็กน้อย
เข้ากิจกรรมประจำฐานคราวนี้ ผมลองเป็นผู้สอนดูบ้าง กับพี่ๆฐานเรียนรู้คำสำนวนไทย ครั้งนี้ไม่น่าเชื่อ นายหาว หลับ กับนายคุย เสียงดัง มาเยี่ยมอีก ยิ่งกว่านั้น พาเพื่อนมาด้วยอีกหลายคน หนึ่งในนั้นคือ นายถาม จู้จี้ผมปวดหัวมาก ต้องค่อยๆพูดค่อยๆสอน เล่นไปหยอกไปบ้าง ครั้งนี้ท่านทั้งสองไม่ยอมกลับเลย ถึงแม้จะมีขนมหวาน หรือลูกอมมาล่อแล้ว ก็ยังนิ่ง ผมได้แต่ทำใจ ให้เขาทั้งสองเข้ามาใกล้ๆ เรียนรู้ไปกับน้องๆ แต่ก็ผ่านไปด้วยดี พี่ๆเหนื่อยตามๆกัน ไป ....
นายหาว หลับ, นายคุย เสียงดัง, นายถาม จู้จี้ และเพื่อนผอง เขาคงไม่ได้มาก่อกวนหรอก ผมว่าเขาอยู่ที่นี่มานานแล้ว มากกว่า เด็กเอ๋ยเด็กน้อย......

