ช่วงบ่ายวันนี้กปปส.ได้เคลื่อนมวลมหาประชาชนมาที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ซึ่งเป็นสถานที่ราชการที่อยู่ใกล้กันมากๆ กับโรงเรียนของเรา และมวลมหาประชาชนบางส่วนได้มาที่ประตูโรงเรียนเพื่อเยี่ยมเยือนโรงเรียนของเรา


         เด็กๆ หลายๆคนได้ไปร่วมการเคลื่อนตัวและการเปิดเวทีหน้าอำเภอ  และหลายคนเกิดภาวะจะทำอย่างไรดีกับชั้นเรียนและมวลมหาประชาชน


         ในช่วงเวลา ๑๓.๒๐ น. เป็นเวลาที่ครูนกต้องเข้าสอนรายวิชาการสื่อสารและการนำเสนอสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ พบว่า มีลูกศิษย์ให้ดูแลเพียงแค่ ๕ คน เราเลยนั่งโต๊ะกลมช่วยกันคิดช่วยกันเขียนบทที่ ๓ 
         ในเวลาถัดมาพบว่า เด็กๆ เริ่มกลับคืนสู่ห้องเรียน  ครูนกเลยถามว่า อ้าว ทำไมละลูกกลับมาทำไม  เด็กๆ เขาบอกว่า ใจอยากไปเป่านกหวีดกับมวลมหาชน แต่ใจห่วงครู  ครูนกเลยบอกว่า หากอยากไปครูให้ไปแต่ต้องดูแลตนเองให้ปลอดภัยไม่ทำตัวสุ่มเสี่ยง  และครูไม่ได้เช็คชื่อเพียงแต่ครูจะสอนคนที่เหลือไม่ว่าจะหนึ่งคนหรือสองคน หรือเท่าไร เพราะเมื่อถึงคาบสอนเราก็ต้องมีหน้าที่สอน  ส่วนใครที่ไปร่วมกิจกรรมกับกปปส. ครูนกก็ชื่นชมในการกล้าแสดงออกแต่ครูก็ห่วงในความเป็นเด็ก ตลอดจนความปลอดภัยอื่นๆ ถ้าเด็กๆของครูนกเติบโตเท่ากับเด็กในระดับอุดมศึกษา ครูนกคงไม่ห่วงมากมาย
         เมื่อเด็กกลับคืนสู่ห้องเรียนเกือบครบร้อยเปอร์เซ็นต์ครูนกเลยเล่าความคิดในเรื่องการบ้านการเมืองให้ฟังว่า  การที่เรามาโรงเรียนแล้วมาคอยตั้งคำถามเพื่อนๆ และครูว่า "เมื่อไรเขาจะมาเป่านกหวีด" หรือ "โรงเรียนเราจะปิดหรือไม่"  ครูนกบอกว่า เราควรปรึกษาพ่อแม่ หากจะหยุดก็ควรปรึกษากันทั้งห้องเพราะยามนี้ชาติบ้านเมืองต้องการความสามัคคีของคนในชาติ เมื่อพลังมากมายความสำเร็จในการเริ่มต้นปฏิรูปประเทศไทยก็จะเริ่มขึ้นได้


        ขอบคุณเด็กๆที่มีใจรักชาติ และยังคงรักและห่วงครูและช่วยกันภาวนาให้มวลมหา
ประชาชนประสบความสำเร็จในการปฎิรูปประเทศในหลายๆ ด้านเฉพาะด้านการศึกษา