...เมื่อเราเอ่ยถึงสถาบันการศึกษาภายในประเทศของเรา เราจะนึกถึงที่ไหนเป็นที่แรก เพราะอะไร ?

                ปัจจุบันความแตกต่างสถาบันการศึกษากลายเป็นตัวชี้วัดความแตกต่างทางชนชั้นของสังคมไทยไปแล้วซึ่งหลายคนมองว่า สถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง จบมาแล้วคุณจะเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ชีวิตการทำงานจะดีขึ้น มันคือเรื่องจริงของสังคมไทย โดยเฉพาะในวงการเอกชน ซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษที่เมื่อใครจบจากสถาบันที่มีชื่อเสียงแล้วจะถูกจัดอันดับให้มีรายชื่อลำดับต้นๆ คนที่จบปริญญาตรีปีหนึ่งๆจากหลายสถาบันทั่วประเทศไทยประสบปัญหาการว่างงาน ขาดเสถียรภาพในสถาบันการศึกษา การหางานไม่ได้จึงเป็นตัวชี้วัดคุณภาพของสถาบันการศึกษาโดยนัยเหตุผล เมื่อเรามองว่าสถาบันกาศึกษาเป็นหนึ่งในเหตุผลการหางานทำ จึงเป็นที่มาที่ทำให้คุณภาพการศึกษาไทยตกต่ำ การจัดอันดับสถาบันทางการศึกษาก็เป็นทั้งประโยชน์และโทษที่ชี้แนะแนวทางให้เด็กเข้าใจไปเองว่าที่นั่นดีกว่าที่นี่ ที่ควรศึกษาอะไร ที่นั่นควรศึกษาอะไร ความจริงแล้วมันเป็นการมโนภาพไปเองเพียงเพราะชื่อเสียงของสถาบัน การก่อตั้ง อายุและความยาวนานเป็นปัจจัยหนึ่งต่อการตัดสินใจเลือกเรียนเลือกศึกษาต่อของนักเรียนในปัจจุบัน ถ้าเรามองมองให้ดีเราจะเข้าใจว่าปัญหาการเลือกสถาบันไม่ได้เป็นแค่ปัญหาต่อทัศนคติและความน่าเชื่อถือของสถาบันการศึกษาต่างๆเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังขยายวงกว้างในเรื่องของความไม่เท่าเทียมและส่งเสริมการทุจริตในแวดวงการทำงานทั้งในแวดวงข้าราชการและเอกชน คนเก่งเป็นขี้ข้า คนทำงานไม่เป็นได้เป็นเจ้าคนนายคน เพียงเพราะคนในประเทศที่มีความเชื่อเดิมๆในเรื่องของลำดับศักดิ์ทางสถาบัน การยึดติด ยึดหน่วงในชื่อเสียงของสถาบัน กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการทำงานร่วมกันและการขับเคลื่อนกลไกสังคมต่อไป ตัวผมเองมองว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไขเป็นำดับแรกๆพอๆกับการปฏิรูปการเมือง ถ้าจะปฏิรูปการเมือง วอนทุกท่านทุกภาคส่วนตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวนี้ด้วย เพราะไม่ใช่แค่ผมที่รุ้สึกได้ หลายคนหลายสถาบันรวมทั้งผู้ปกครองเองยังมองเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ สถาบันการศึกษาไทยผมเชื่อมั่นว่า มีคุณภาพในตัวเอง มีเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือพอสมควร แม้แต่ตัวนักศึกษาเองยังมองว่าเป็นช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางสังคม ทำให้ทรรศนะ ความคิด มุมมองของคนในประเทศถูกยึดติดให้เชื่อในสิ่งที่เล่าต่อๆกันมา สิ่งที่บอกต่อๆกันมาไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้ จนประเทศไทยได้รับการขนานนามว่างสังคม อุปถัมภ์ บางเรื่องบางอย่างเรารู้สึกเหมือนกัน แต่แสดงปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งนั้นต่างกันเพราะอะไร....เพราะ ทัศนคติและความเชื่อที่สิ่งสมประสบการณ์มาต่างกัน จึงทำให้เรามองต้นเหตุปัญหาต่างกัน สุดท้ายก็นำไปสู่กระบวนการคิด วิเคราะห์ แยกแยะว่าควรทำอะไรก่อน หลัง บางคนเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาด้วยวิธีของตัวเอง บางคนเลือกที่จะแก้ปัญหาโดยอาศัยหลักการและทฤษฎีหรือคำแนะนำของผู้อื่น เพราะเชื่อเสมอว่า สิ่งที่เขาบอกมา น่าเชื่อถือกว่าความคิดของตนเอง บางคนก็แก้ปัญหาด้วยวิธีการบูรณาการความรู้และประสบการณ์ของตัวเองแล้วแต่กรณีของแต่ละคน แต่สุดท้ายสิ่งที่เราต้องการมาที่สุดจากการแก้ปัญหาก็คือ "ความสำเร็จ" หรือ "จุดหมาย" ที่มีปลายทางเดียวกันนั่นเอง ดังนั้น ทัศนคติจึงเป็นจุดกำเนิดของความคิดริเริ่มและพัฒนาศักยภาพของคนเราเป็นอันดับแรก ไม่ใช่สถาบันที่มีชื่อเสียง