ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ฝนเริ่มตก ปรอยๆนานนับชั่วโมงและหนักขึ้นหนักขึ้นเรื่อยๆจนเกือบสองทุ่มกว่าๆ จึงหยุด  เวลาที่ผมต้องไปออกกำลังกายเลยถูกขัดขวางโดยเจ้าฝนหลงฤดูนี้ ไปซะแล้ว ยังงัยก็ตามผมได้วิ่งเบาๆที่ถนน เรียบทางรถไฟใกล้บ้านแทน  บรรยากาศ เย็นสบาย เปียกฝนบ้างนิดหน่อย  พอชักมีความถี่สูงขึ้น ผมก็ลี้ภัยเข้าบ้าน  กลางคืนลมแรง อากาศเย็นลงๆๆเรื่อยๆ คืนนั้นผมและเด็กๆ นอนกันเร็วและสนุกกับการปิดไฟเล่านิทาน และเรื่องผีๆที่คนฟังอยากฟังแต่กลัว  คนเล่าก็โม้สุดๆไปเลย  เช้าวันจันทร์ลูกสาวคนโตไปเรียนโดยผมไปส่งแต่เช้า อากาศเย็นมาก  แต่เธอทนได้(เธอบอก)ชอบอากาศแบบนี้ วันที่สองวันอังคารที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2556 อากาศช่วงเช้ายิ่งเย็นไปอีก ในเมืองอยู่ที่ 17 องศา ผมใส่เสื้อกันหนาวไปสองตัว เนื่องจากคิดแผนเอาไว้ว่าจะต้องบังคับให้ลูกสาวคนโตใส่เอาไว้  ห่วงสุขภาพเขา ก่อนออกจากบ้านเขาเอาเสื้อคลุมบางๆสีขาวใส่มาแค่นั้น พอถึงโรงเรียน ผมก็ทำตามแผนคือบังคับให้เขาเอาเสื้อผมไว้ใส่   ครั้งนี้เจ้าตัวร้ายยอมโดยดี  รวมทั้งรู้ว่าเขาไม่มีเสื้อหนาๆแบบน้องสาว เคยมีตอน ป.4 จากนั้นก็ไม่ได้ใส่อีกเลย ตอนเย็นผมรับเขากลับบ้านและเลยไปรับน้องสาวที่โรงเรียนจากนั้นก็พาไปนั่งกินข้าวเย็นที่ร้านลุงช่วยริมน้ำ บรรยากาศดีมาก เย็นสบายๆ คนน้อย ไม่พลุกพล่าน เพราะเป็นเวลา 5 โมงเย็น ดูเขาสองคนกินกันไป แล้วคุยกันไป สนุกมากๆ  ผมแอบยิ้มและมีความสุขกับเวลาอย่างนี้มากๆ  ขอบคุณทั้งหมดทุกอย่างที่ทำให้เขาทั้งสองคนได้อยู่กับผมในช่วงเวลานี้  ในรอบหลายๆปี  ไม่เคยมีที่อุณหภูมิโลกจะลดลงรวดเดียวได้มากขนาดนี้  ผมนั่งมองดูสายน้ำน่านที่ใหลไป  บรรยากาศยามเย็นแบบนี้หาไม่ได้อีกแล้ว จากนั้นคำถามที่อแล่นเข้ามาก็คือ  ลูกสาวคนเล็กถามว่าทำไม พ่อเลือกร้านนี้ ผมก็บอกว่า เป็นร้านที่พ่อเคยมาเมื่อสมัยมาอยู่ที่พิษณุโลกใหม่ๆ และชอบตรงที่บรรยากาศดี  ทำอาหารเร็ว อร่อย และราคาไม่แพง ก็เลยเปรียบเทียบกับ ยาโยอิ เมื่อวันเสาร์  ที่ไม่อร่อย เลี่ยนๆด้วยครีม ราคาก็แพงไม่คุ้มค่าเลย  ผมก็เล่าการวิเคราะห์คุณค่า ส่วนประกอบอาหาร ค่าการตลาด และราคาที่ เราสามารถ นำการกินครั้งเดียว มาซื้อ ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ ชั้นหนึ่งของไทยได้ 10 กิโลกรัมเลยที่เดียว ทั้งสองคน ก็อินไปกับการชักนำโน้มน้าวของผมต่อไป สรุปว่ามื้อนี้อร่ย  คุ้ม  เร็ว ประหยัด มีคุณค่าทางอาหารครบ  สุดท้ายอาหารที่เหลือคือ หมูผัดเต้าหู้ปลาเค็ม และสั่งเพิ่มคือ ยอดฟักแม้วผัดเห็ดหอมสด ใส่ถุงกลับบ้านเพื่อเป็นอาหารมื้อเช้าของพวกเรา โดยที่ ไข่เจียวหมูสับ และ ผักบุ้งไฟแดง หมดพร้อมทั้งคำชมว่าลูกพ่อเก่งมากที่กินผักได้เยอะ คิดค่าอาหารทั้งหมด แม่ค้าลดให้ (ไม่รู้ใจดีอะไร) ทั้งหมด  200 บาท ถ้วน  แถมยังกุลีกุจอ จัดอาหารในถุงแยกส่วนพร้อมทั้งใส่หมูกรอบแยกไว้ผสมตอนเช้าจะได้อร่อยๆอีก  ดีจัง........เช้าวันที่ 18ธันวาคม พ.ศ. 2556 ลูกสาวคนโต ตื่นตีห้าครึ่ง เตรียมตัว กินข้าวเช้า เเละไปโรงเรียน โดยเอาเสื้อกันหนาวของผมใส่ไปด้วย..........ชื่นใจจัง.................