สังคมของครูอ้อยที่อยู่นั้นมีหลายสังคม  เช่น  สังคมที่โรงเรียน  สังคมในหมู่เพื่อนฝูง  สังคมที่บ้าน  สังคมที่เรียนด้วยกัน  สังคมที่ทำกิจกรรม  สังคมในสมาคมต่างๆ  ชมรมก็เป็นสังคม  ตลอดจนสังคมในเว็บไซต์ ฯลฯ

สังคมคือ  ...การที่คนเราอยู่ร่วมกัน  ทำกิจกรรมร่วมกัน  เพื่อ......

สังคมที่โรงเรียน  เป็นสังคมของคนที่เป็นคอเดียวกันเป็นครูเหมือนกัน  ดังนั้นตัวแปรที่ศึกษาจึงเป็นตัวแปรเดียวกัน  ตัวแปรแทรกซ้อนไม่ค่อยมี  แต่ครูอ้อยไม่ค่อยอยากจะศึกษา  อาจจะเป็นเพราะเห็นไส้กันหมดแล้ว

สังคมในหมู่เพื่อนฝูง  ก็เช่นกัน  ใครเป็นเพื่อนกับครูอ้อยก็จะรู้ว่า  ครูอ้อยเป็นคนอย่างไร  ไม่อยากศึกษาเช่นกัน

สังคม กับเพื่อนที่เรียนด้วยกัน  เพิ่งจะรู้จักกัน  เพียง 2 วันใน 1 สัปดาห์เท่านั้นที่จะได้พูดคุย  เฮฮา  ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน  มีน้อย  แต่น่าคิดน่าศึกษา  เพราะมีตัวแปรเดียวที่จะศึกษา  คือความใฝ่รู้ใฝ่เรียน  น่าศึกษาจริงๆนะ

ชมรม  สมาคม  ที่เป็นสมาชิก  ปีหนึ่งจึงจะได้เห็นหน้ากันอย่างเก่ง 2 ครั้ง  ก็คงไม่เลือกมาศึกษาเช่นกัน

แต่ สังคม ที่เชิญชวนให้ครูอ้อยศึกษา  คือ  สังคมเว็บไซต์

เว็บไซต์ที่ครูท่องเที่ยวไป  มีไม่น้อยกว่า 10 เว็บไซต์  ครูอ้อยใช้เวลาในการศึกษาเป็นเวลานานไม่น้อยกว่า 3 ปี  แต่ที่ GotoKnow นี้ เพียงยังไม่ถึงปี   แต่มีความคล้ายคลึงกันในเรื่องของการเข้ามาพูดคุย

บางคน  บางท่าน  เข้ามาพูดคุยกับครูอ้อย  มีความถี่ของการพูดคุยนั้นมากกว่าความถี่ที่ครูอ้อยพูดคุยกับพ่อบ้านเสียอีก

ไม่สำคัญหรอก ความถี่ ในการพูดคุยกัน  เพราะไม่ได้บังคับกัน  ตามแต่ใจที่อยากจะคุย  เมามัน  อยากจะพูด  อยากจะคุย 

แต่  ...เข็ดกับการไม่เสมอต้นเสมอปลายในคำพูดนี่สิ 

ครูอ้อยงง  ทำวิจัยอย่างไรก็ไม่เป็นผล  กลุ่มตัวอย่าง  ไม่มีความจริงใจในการให้คำตอบ  เขาไม่ควรเป็น  ตัวแทนที่ดีในการตอบวิจัยของครูอ้อยต่อไป

ไม่มีเขาเป็นตัวแทนของกลุ่มตัวอย่างที่ดี  ครูอ้อยก็มีอีกเยอะที่เป็นตัวแทนที่ดี  มีความเสมอต้นเสมอปลาย  ไม่ต้องเกรงใจใครในการให้คำตอบข้อคำถามวิจัยของครูอ้อย

เข็ดกับความไม่เสมอต้นเสมอปลายของตัวแทนของประชากร

และเบื่อ  กับการเปลี่ยนแปลง  ง่ายดาย  โลเล ไม่มีความมั่นใจ  และเลียนแบบ