KM = KV+KS+KA

         ผมมีเรื่องเล่าความก้าวหน้าที่ผมเคยบันทึก ที่มีครู 3 ท่าน ที่สนใจกระบวนการKM และสนใจที่จะเรียนรู้และศึกษากระบวนการจัดการความรู้   (ลิงค์)  บันทึกนี้ผมได้นำความก้าวหน้าของทั้ง 3 ท่านที่สนใจจะเข้าไปเรียนรู้และศึกษาการจัดการความรู้ของกลุ่มศูนย์ข้าวชุมชนบ้านหนองกอง  ตำบลนาบ่อคำ อำเภอเมืองกำแพงเพชร

          เดือนนี้ ทั้ง 3 ท่านได้มาปรึกษาผม 2 ครั้ง โดยได้นำโครงร่างมาให้ผมได้ดู ผมก็ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์เท่าที่จะทำได้  แต่ก็ดีใจว่าทั้งสามท่านได้ศึกษาและทำการบ้านมาแล้วในระดับหนึ่ง แนวทางการศึกษาก็คือการศึกษากลุ่มในกระบวนการKM ที่ใช้โมเดลของ ดร.ประพนธ์ ที่ให้ไว้ว่า

         KM = KV+KS+KA

         ผมก็เลยให้ข้อเสนอแนะว่า  หากจะให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ให้เป็นผลงานที่เกิดจากการศึกษาหรือวิจัย น่าจะลงลึกถึงการลงไปเรียนรู้กับกลุ่มแล้วร่วมกันสร้างหรือหาวิธีการที่จะทำให้กลุ่มได้เกิดการบันทึกขุมความรู้ได้  (การบันทึกหรือการทำคลังความรู้เป็นจุดอ่อนของกลุ่มในการทำKM เท่าที่มีข้อมูลเบื้องต้น)  และผมก็ได้นำสมุดบันทึกที่ครูนงเมืองคอน เคยนำมาเป็นตัวอย่างให้ดูถึงเครื่องมือการบันทึกของการเงินชุมชนฯ ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ทั้งสามท่านได้ไปศึกษา       

          ส่วนการนำ KM ไปปฏิบัติจริงที่โรงเรียน ก็มีบ้างแต่ผมยังไม่แลกเปลี่ยนอย่างละเอียด หากทั้ง 3 ท่าน ได้เรียนรู้และเข้าใจ KM มากขึ้น และไม่ถอยไปเสียก่อน คงได้เห็นบันทึกการทำ KM ในโรงเรียนของคุณครูทั้ง 3 ท่านในโอกาสต่อไป ครับ

วีรยุทธ  สมป่าสัก