อยากเป็น   “เซียน”  ต้องเรียนรู้จากของจริงและใช้ “อิทธิบาท4”

ความเป็น “เซียน”  ในตนเอง (Personal Mastery)   มีความสำคัญสำหรับผมมาก ผมพยายามต้องสร้างมันวันนี้และวันต่อๆ ไป ท่ามกลางสถานการณ์การเปลี่ยนแปลง และอุปสรรคและข้อจำกัดมากกมายที่เกิดขึ้นแต่ละวัน

 ผมคุยและบอกเสมอๆ  กับทีมงานเมื่อครั้งมีการประชุม วางแผนงาน และอธิบายสถานการณ์เกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายที่เราทำงานด้วย

 ส่วนตัวผมทำงานด้านแรงงานข้ามชาติ เด็กข้ามชาติ  ในพื้นที่สมุทรสาคร ราชุบรี สมุทรปราการ  มามากกว่า 16 ปี     

ผมได้ใช้  “อิทธิบาท 4”   เครื่องชี้นำทางตลอดมา และอย่างน้อยได้นำมาปฏิบัติใช้ในการทำงานและให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ โครงการ และกิจกรรมขององค์กร เสมอๆ

ทำให้การทำงานของผมและทีมงานได้ฝึกฝนให้มีความรอบรู้  ต้องรู้ลึกและวิเคราะห์ให้เป็น” 

 และได้บอกกับทีมงานว่า  ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “เซียน” ไม่ใช่แค่ทำงานให้บรรลุเป้าหมายเท่านั้น แต่ต้องคิดเสมอว่า เราจะเป็นเซียนด้านใด  หากด้านที่เราถนัดเราต้องคลุกคลีกับมัน  การจะเป็นเซียนได้  อาจต้องมีโค้ชคอยชี้แนะ   วางแผน ลงมือฝึก ทดสอบ มีสติ ไม่ย่อท้อ ควบคุมอารมณ์ตนเองได้  กล้าคิด กล้าแสดงออก  สนุกกับมัน มีความสุขกับมัน

เราจะเริ่มจากการกำหนดความเป็นเซียนของเรา รู้ว่าแววของเราจะเป็นเซียนด้านใด   ลองคิดและลองกำหนดดู

เราจะสร้างความเป็นเซียนให้พวกเรา  เราต้อง

1)       Hands - onร่วมมือ มีส่วนร่วม รับผิดชอบร่วมกัน เกิดผลลัพธ์ร่วมกัน

2)      Assertiveness  ต้องรักษาจุดยืน กัดไม่ปล่อย ทำอะไรก็ทำให้เสร็จ

3)      Sustainability  ต้องทำให้ยั่งยืน วางระบบ ค้นหารากเหง้าของปัญหา มีระบบป้องกัน

4)      Stretch goal    ต้องนำนโยบายขององค์กรไปขยายผลเอาไปต่อยอด

 

แต่การเป็น “เซียน”  หรือ Mastery ไม่ใช่เรื่องง่าย   หากไม่คิด ไม่ทำ   ไม่สุ จิ ปุ ลิ  ไม่ลงมือสร้าง  ก็ยากที่จะเป็น “เซียน”

วันนี้ เราสามารถตอกย้ำแนวคิดที่ว่า  เมื่อใครพูดถึงแรงงานข้ามชาติ เด็กข้ามชาติ แรงงานเด็ก  การช่วยเหลือผู้ถูกละเมิดสิทธิ  ถูกบังคับค้ามนุษย์ อย่างน้อยต้องนึกถึง มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน หรือ LPN

 

กำลังใจ

สมพงค์  สระแก้ว  (ตุ่น)

 

วิเคราะห์สรุปข้อคิดจากการศึกษา  องค์กรแห่งการเรียนรู้ และการบริหารความรู้

ดร. วรภัทร์  ภู่เจริญ